10 รูปแบบแท่งเทียนขาขึ้นที่เทรดเดอร์ทุกคนควรรู้
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी

10 รูปแบบแท่งเทียนขาขึ้นที่เทรดเดอร์ทุกคนควรรู้

เผยแพร่เมื่อ: 2026-04-03

รูปแบบแท่งเทียนช่วยให้เทรดเดอร์อ่านความรู้สึกของตลาดในระยะสั้นและจุดเปลี่ยนที่อาจเกิดขึ้นได้


ในบรรดารูปแบบเหล่านั้น รูปแบบแท่งเทียนขาขึ้นสามารถช่วยระบุการกลับตัวหรือการต่อเนื่องที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อ

ปรากฏในบริบทที่เหมาะสม ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ในการเทรดหรือกำลังปรับปรุงกลยุทธ์ที่มีอยู่ การทำความเข้า

ใจรูปแบบเหล่านี้จะช่วยให้คุณกำหนดเวลาเข้าซื้อได้อย่างรอบคอบมากขึ้น


ในคู่มือนี้ เราจะกล่าวถึงรูปแบบแท่งเทียนขาขึ้น 10 รูปแบบ วิธีการระบุ และวิธีที่เทรดเดอร์มักใช้ในการยืนยันรูป

แบบเหล่านั้นด้วยแนวโน้ม แนวรับและแนวต้าน และปริมาณการซื้อขาย”


แท่งเทียนขาขึ้นคืออะไร?

แท่งเทียนขาขึ้น

รูปแบบแท่งเทียนขาขึ้น (Bullish Candlestick Patterns) คือรูปแบบราคาที่บ่งชี้ว่าแรงซื้ออาจเพิ่มขึ้น มัก

ปรากฏขึ้นใกล้จุดสิ้นสุดของแนวโน้มขาลงหรือในช่วงที่ราคาหยุดนิ่ง ซึ่งสามารถส่งสัญญาณถึงการกลับตัวหรือ

การต่อเนื่องของแนวโน้มขาขึ้นที่มีอยู่


รูปแบบเหล่านี้ได้มาจากเทคนิคการวิเคราะห์กราฟแท่งเทียนของญี่ปุ่น และแสดงถึงการต่อสู้ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

รูปแบบขาขึ้นบ่งชี้ว่าผู้ซื้อกำลังได้เปรียบ และราคาอาจปรับตัวสูงขึ้นในไม่ช้า


เหตุใดรูปแบบแท่งเทียนขาขึ้นจึงมีความสำคัญ?


การทำความเข้าใจรูปแบบแท่งเทียนขาขึ้นมีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ:


  • การเข้าซื้อที่รวดเร็ว: ช่วยให้นักเทรดสามารถหาจุดเข้าซื้อที่เหมาะสมได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ

  • ยืนยันการกลับตัวของแนวโน้ม: เป็นสัญญาณยืนยันว่าช่วงขาลงใกล้จะสิ้นสุดลง

  • การบริหารความเสี่ยง: ช่วยให้สามารถกำหนดจุดหยุดขาดทุน (Stop Loss) ได้อย่างแม่นยำและกระชับ

  • จิตวิทยาตลาด: สะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อย


ไม่มีรูปแบบแท่งเทียนใดที่เชื่อถือได้โดยตัวมันเอง รูปแบบเหล่านี้จะมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อสอดคล้องกับแนวรับและแนวต้าน ปริมาณการซื้อขาย ทิศทางแนวโน้ม หรือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ และเมื่อการซื้อขายมีแผนบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน


10 รูปแบบแท่งเทียนขาขึ้นที่นักเทรดควรรู้

รูปแบบแท่งเทียนขาขึ้น

1. Bullish Engulfing

  • โครงสร้าง: แท่งเทียนสีแดงขนาดเล็ก (ขาลง) ตามด้วยแท่งเทียนสีเขียว (ขาขึ้น) ขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมแท่งก่อนหน้า

  • ความหมาย: สัญญาณแรงซื้อกลับมาครอบงำแรงขาย

  • ตำแหน่งที่เหมาะสม: ตอนปลายของแนวโน้มขาลงหรือใกล้ระดับแนวรับ


เคล็ดลับการเทรด :

  • รอการยืนยันจากแท่งถัดไป

  • ใช้ราคาต่ำสุดของแท่ง Engulfing เป็นจุดตั้ง Stop Loss


2. Hammer

  • โครงสร้าง: ตัวแท่งเล็กอยู่ด้านบน มีไส้เทียนด้านล่างยาวอย่างน้อย 2 เท่าของตัวแท่ง

  • ความหมาย: ผู้ขายกดราคาให้ต่ำลง แต่ผู้ซื้อกลับมาควบคุมได้อีกครั้งก่อนปิดตลาด

  • ตำแหน่งที่เหมาะสม: หลังจากแนวโน้มขาลงที่ยาวนาน


เคล็ดลับการเทรด :

  • ยืนยันด้วยปริมาณซื้อหรือแท่งเขียวถัดไป

  • หลีกเลี่ยงตลาดขาลง


3. Morning Star

โครงสร้างรูปแบบเทียนสามเล่ม:

  • แท่งเทียนขาลงขนาดใหญ่

  • แท่งเทียนขนาดเล็ก (อาจเป็นขาขึ้นหรือขาลงก็ได้)

  • แท่งเทียนขาขึ้นขนาดใหญ่ที่ปิดตัวลงภายในตัวแท่งแรก

  • ความหมาย: สัญญาณการกลับตัวที่แสดงถึงความอ่อนล้าของผู้ขายและการกลับมาของผู้ซื้อ

  • ตำแหน่งที่เหมาะสม: จุดต่ำสุดของแนวโน้มขาลง


เคล็ดลับการเทรด :

  • รอให้ราคาทะลุเหนือแท่งเทียนขาขึ้นจึงจะได้รับการยืนยัน

  • เหมาะกับกรอบเวลาระยะกลางถึงยาว (4ชั่วโมง, รายวัน)


4. Piercing Line

โครงสร้างรูปแบบเทียนสองเล่ม:

  • แท่งเทียนขาลงยาว

  • แท่งเทียนขาขึ้นที่เปิดต่ำกว่า แต่ปิดสูงกว่าจุดกึ่งกลางของแท่งเทียนก่อนหน้า

  • ความหมาย: บ่งชี้ว่าผู้ซื้อกำลังรับแรงขาย

  • ตำแหน่งที่เหมาะสม: ใกล้แนวรับที่แข็งแกร่ง หรือหลังจากมีการขายอย่างหนักลงมาที่แนวรับ


เคล็ดลับการเทรด :

  • ผสมผสานกับ RSI เพื่อความแม่นยำยิ่งขึ้น

  • ไม่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพเท่ากับ Engulfing


5. Inverted Hammer

  • โครงสร้าง : แท่งเทียนลำตัวเล็ก มีไส้เทียนด้านบนยาว ส่วนไส้เทียนด้านล่างสั้นหรือไม่มีเลย

  • ความหมาย: ผู้ขายพยายามกดราคาให้ต่ำลงแต่ล้มเหลว

  • ตำแหน่งที่เหมาะสม: หลังจากแนวโน้มขาลง มักจะใกล้แนวรับ


เคล็ดลับการเทรด :

  • ต้องมีการยืนยันเป็นขาขึ้นในแท่งเทียนถัดไป

  • ใช้ Stop Loss กระชับใต้ไส้เทียนด้านบน


6. Three White Soldiers

  • โครงสร้าง: แท่งเทียนขาขึ้นขนาดใหญ่ 3 แท่งติดต่อกัน ซึ่งมีจุดสูงที่สูงขึ้นและราคาปิดที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ 

  • ความหมาย: การกลับตัวเป็นขาขึ้นอย่างแข็งแกร่งพร้อมกับโมเมนตัมที่เพิ่มขึ้น

  • ตำแหน่งที่เหมาะสม: หลังจากแนวโน้มขาลงหรือช่วงพักตัว


เคล็ดลับการเทรด :

  • แม่นยำสูง แต่มักเกิดหลังจากเริ่มกลับตัวแล้ว

  • มองหาไส้ตะเกียงขนาดเล็กและการเพิ่มปริมาตร


7. Tweezer Bottoms

แท่งเทียนสองแท่งที่มีโครงสร้างจุดต่ำสุดที่เหมือนกันหรือใกล้เคียงกัน:

  • อันแรกคือสัญญาณขาลง อันที่สองคือสัญญาณขาขึ้น

  • ความหมาย: ผู้ซื้อเข้ามาซื้อในราคาเดียวกับที่ผู้ขายเคยครองตลาดอยู่ก่อนหน้านี้

  • ตำแหน่งที่เหมาะสม: แนวรับหรือรูปแบบฐานคู่


เคล็ดลับการเทรด :

  • ใช้ร่วมกับ RSI โซน oversold

  • ยืนยันด้วยราคาปิดเหนือแนวต้าน


8. Bullish Harami

  • โครงสร้าง: แท่งเทียนขาลงขนาดใหญ่ ที่ตามมาด้วยแท่งเทียนขาขึ้นขนาดเล็กที่อยู่ในตัวแท่งแรก

  • ความหมาย: แรงขายชะลอตัวและมีโอกาสกลับตัว

  • ตำแหน่งที่เหมาะสม: ตอนล่างของแนวโน้มหรือระหว่างการย่อตัว


เคล็ดลับการเทรด :

  • รอราคาทะลุจุดสูงสุดของแท่ง Harami

  • ใช้ร่วมกับ MACD หรือ RSI เพื่อการตรวจสอบโมเมนตัม


9. Rising Three Methods

  • โครงสร้าง: แท่งเทียนขาขึ้นตามด้วยแท่งเทียนขาลงเล็ก ๆ 3–4 แท่งและแท่งเทียนขาขึ้นปิดเหนือแท่งแรก

  • ความหมาย: รูปแบบขาขึ้นต่อเนื่องระหว่างแนวโน้มขาขึ้น

  • ตำแหน่งที่เหมาะสม: ในช่วงที่มีการรวมตัวของแนวโน้มขาขึ้นอย่างแข็งแกร่ง


เคล็ดลับการเทรด :

  • เหมาะที่สุดสำหรับนักเทรดแบบสวิง

  • ช่วยบ่งชี้การปรับฐานที่มีสุขภาพดีในขาขึ้น


10. Dragonfly Doji

  • โครงสร้าง: Doji มีไส้เทียนด้านล่างยาว ส่วนไส้เทียนด้านบนอาจจะสั้นหรือไม่มีเลย

  • ความหมาย: ผู้ขายพยายามดันราคาให้ต่ำลง แต่ก็ถูกผู้ซื้อกดดันจนรับไม่ได้

  • ตำแหน่งที่เหมาะสม: แนวรับหรือปลายแนวโน้มขาลง


เคล็ดลับการเทรด :

  • รอให้มีแท่งเทียนขาขึ้นหลัง Doji

  • บ่งบอกถึงสัญญาณที่แรงเมื่อจับคู่กับปริมาณซื้อขายที่เพิ่มขึ้น


เคล็ดลับสำคัญที่ควรรู้เมื่อเทรดด้วยรูปแบบแท่งเทียน


  • ใช้การสนับสนุนร่วม (Confluence): ผสานรูปแบบแท่งเทียนกับแนวรับ/แนวต้าน ระดับ Fibonacci หรือเส้นแนวโน้ม เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ

  • ยืนยันด้วยปริมาณการซื้อขาย (Volume): รูปแบบที่แข็งแกร่งมักมาพร้อมกับปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น

  • ความสำคัญของกรอบเวลา: รูปแบบในกรอบเวลาใหญ่ เช่น 4 ชั่วโมง รายวัน หรือรายสัปดาห์ มักเชื่อถือได้มากกว่ากรอบเวลาสั้น

  • บริหารความเสี่ยง: ตั้งจุดหยุดขาดทุน (Stop-loss) ไว้ต่ำกว่าจุดต่ำสุดของรูปแบบ เพื่อจำกัดความเสี่ยงขาดทุน

  • หลีกเลี่ยงการเทรดบ่อยเกินไป: รอการยืนยันก่อนเข้าซื้อ อย่ารีบตัดสินใจจากรูปแบบที่ยังไม่ชัดเจน


ข้อผิดพลาดทั่วไปที่ควรหลีกเลี่ยง

1) เทรดรูปแบบแท่งเทียนโดยไม่ดูบริบท

การพึ่งพารูปแบบแท่งเทียนเพียงอย่างเดียวโดยไม่ดูบริบทของตลาดอาจนำไปสู่สัญญาณหลอกได้


2) ไม่สนใจโครงสร้างตลาด

รูปแบบขาขึ้นในแนวโน้มขาลงที่แข็งแกร่งมักจะล้มเหลว ควรให้ความเคารพต่อแนวโน้มหลักของตลาด


3) การเข้าโดยไม่ได้รับการยืนยัน

รีบเข้าเทรดโดยไม่มีแท่งเทียนยืนยัน อาจนำไปสู่การเข้าตลาดก่อนเวลาอันควรและเสี่ยงต่อการขาดทุน


4) ใช้กรอบเวลาที่เล็กเกินไป

รูปแบบในกรอบเวลา 1 นาที หรือ 5 นาที มักไม่น่าเชื่อถือเนื่องจากมีสัญญาณรบกวนสูง


5) ใช้ Leverage สูงเกินไปกับรูปแบบแท่งเทียน

แม้แต่รูปแบบที่แข็งแกร่งก็ยังสามารถล้มเหลวได้ ควรบริหารขนาดการลงทุนอย่างระมัดระวัง


สรุป


รูปแบบแท่งเทียนขาขึ้นเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์สำหรับการอ่านการเคลื่อนไหวของราคา แต่จะได้ผลดีที่สุดเมื่อ

ใช้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการซื้อขายที่ครอบคลุมมากขึ้น


ด้วยการเรียนรู้ว่ารูปแบบทั้ง 10 แบบนี้ปรากฏขึ้นอย่างไร มักจะเกิดขึ้นที่ใด และวิธีการยืนยันรูปแบบเหล่านั้น 

เทรดเดอร์สามารถตัดสินใจได้อย่างเป็นระบบมากขึ้นและจัดการความเสี่ยงได้อย่างสม่ำเสมอยิ่งขึ้น


คำเตือน: เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรอ้างอิง (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็นคำแนะนำ) ความคิดเห็นใดๆ ในเอกสารนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำของ EBC หรือผู้เขียนว่ากลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือการลงทุนใดๆ เหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
20 รูปแบบกราฟแท่งเทียนที่เทรดเดอร์ควรรู้
รูปแบบการซื้อขายรายวัน 7 อันดับแรกที่คุณไม่ควรพลาด
10 รูปแบบ Japanese Candlestick ที่นักเทรดต้องรู้
คู่มือ Laguerre RSI: ไม่ใช่แค่สำหรับผู้ซื้อขายขั้นสูงเท่านั้น
5 แพทเทิร์นกราฟกลับทิศที่แม่นยำและใช้ได้จริง