2025-08-29
29 ส.ค. 2025 - ราคาทองคำ (XAU/USD) เคลื่อนไหวอ่อนลงในช่วงการซื้อขาย หลังจากที่วันก่อนหน้าแตะใกล้ระดับสูงสุดรอบ 5 สัปดาห์ที่ 3,425 ดอลลาร์ โดยแรงขายทำกำไรเป็นตัวกดดันสำคัญ ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาด ทั้งตัวเลข GDP และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก สร้างแรงหนุนต่อค่าเงินดอลลาร์ และกดทับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่อ้างอิงดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม กระแสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจปรับลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน รวมถึงถ้อยแถลงเชิงผ่อนคลายจากประธานเฟดนิวยอร์ก จอห์น วิลเลียมส์ ยังคงช่วยพยุงบรรยากาศการลงทุนในทองคำ เพราะการลดดอกเบี้ยจะลดต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทอง
ตลาดจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อสำคัญของเฟด ตัวเลข PCE headline คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบรายปี ส่วน PCE core คาดว่าจะขยายตัว 2.9%
สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ (BEA) รายงาน GDP ไตรมาส 2 ขยายตัว 3.3% ต่อปี สูงกว่าประมาณการเดิมที่ 3.0% และเหนือกว่าที่ตลาดคาดไว้ 3.1% ขณะที่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 23 สิงหาคม ลดลงเหลือ 229,000 ราย ต่ำกว่าคาดการณ์ 230,000 ราย
ด้านเฟดวอทช์ (CME FedWatch) ชี้ว่าตลาดให้น้ำหนักกว่า 85% ต่อการลดดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนหน้า
จากมุมมองทางเทคนิค ราคาทองคำแม้จะอ่อนตัวในวัน แต่ยังคงแนวโน้มเชิงบวกระยะยาว โดยราคายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เอ็กซ์โปเนนเชียล 100 วัน (EMA) ขณะที่ดัชนี RSI 14 วัน อยู่เหนือระดับ 60 บ่งชี้แรงซื้อยังคงหนุนใกล้ระยะสั้น
แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 3,425 ดอลลาร์ หากผ่านได้อาจไปทดสอบ 3,439 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดเมื่อ 23 กรกฎาคม และระดับจิตวิทยาที่ 3,500 ดอลลาร์ (สูงสุดเมื่อ 22 เมษายน) ส่วนแนวรับแรกอยู่ที่ 3,373 ดอลลาร์ หากหลุดอาจเปิดทางสู่ 3,351 และ 3,310 ดอลลาร์ ตามลำดับ
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อ่อนตัวมาอยู่ราว 63.85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในช่วงซื้อขายเอเช้าวันศุกร์ ปัจจัยหลักมาจากความกังวลเรื่องอุปทานล้นตลาด และแรงกดดันจากสหรัฐฯ ที่ต้องการให้อินเดียหยุดนำเข้าน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้าขึ้นภาษีนำเข้าจากอินเดียบางรายการเพิ่มเป็น 50% เพื่อกดดัน หลังจากอินเดียยังคงซื้อน้ำมันดิบราคาส่วนลดจากรัสเซีย มาตรการดังกล่าวเริ่มมีผลเมื่อวันพุธ และยิ่งซ้ำเติมความกังวลด้านอุปทานในตลาด กดทับราคาน้ำมัน WTI
นักลงทุนยังจับตาท่าทีตอบสนองจากอินเดียว่าจะยอมปรับลดการนำเข้าหรือไม่ ขณะที่ความตึงเครียดรัสเซีย–ยูเครนยังคงร้อนแรง โดยรอยเตอร์รายงานว่ารัสเซียยิงขีปนาวุธและโดรนใส่ยูเครนเมื่อวันพฤหัสบดี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 รายในกรุงเคียฟ ขณะเดียวกันกองทัพยูเครนใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันรัสเซีย 2 แห่งในเวลากลางคืน ความขัดแย้งที่รุนแรงขึ้นอาจเป็นปัจจัยพยุงราคาน้ำมันในระยะสั้น
รายงานประจำสัปดาห์ของสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ระบุว่าสต๊อกน้ำมันดิบลดลงเกินคาด โดยสัปดาห์สิ้นสุด 22 สิงหาคม ปริมาณลดลง 2.392 ล้านบาร์เรล แม้จะน้อยกว่าสัปดาห์ก่อนหน้าที่ลดลง 6.014 ล้านบาร์เรล แต่ก็เหนือกว่าที่ตลาดคาดไว้ราว 2 ล้านบาร์เรล ซึ่งสะท้อนว่าความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐฯ ยังคงแข็งแรง
สำหรับทองคำ แม้ระยะสั้นจะถูกกดดันจากค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าและแรงขายทำกำไร แต่แนวโน้มกลางถึงยาวยังคงเป็นบวก หากเฟดเดินหน้าลดดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด อัตราค่าเสียโอกาสของการถือครองทองจะลดลง และอาจหนุนให้ราคาทองคำยืนเหนือระดับ EMA 100 วันได้อย่างแข็งแรง โดยโซน 3,425–3,500 ดอลลาร์ยังคงเป็นเป้าหมายสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตา
ขณะที่น้ำมัน WTI เผชิญแรงกดดันจากทั้งฝั่งอุปทานและแรงกดดันทางการเมืองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะบทบาทของอินเดียต่อการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย แต่หากความตึงเครียดรัสเซีย–ยูเครนยืดเยื้อและความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐฯ ยังคงแข็งแรง ราคาน้ำมันอาจได้รับแรงพยุงไม่ให้ปรับลงแรงเกินไป แนวรับโซน 63–64 ดอลลาร์ และแนวต้านใกล้ 67 ดอลลาร์จะเป็นกรอบสำคัญของการเก็งกำไรระยะสั้น
การเคลื่อนไหวของทองคำและน้ำมันในช่วงนี้สะท้อนชัดว่าตลาดโลกยังอยู่ในภาวะเปราะบาง ปัจจัยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แข็งแรงกำลังหนุนค่าเงินดอลลาร์และกดดันทองคำระยะสั้น แต่โอกาสการลดดอกเบี้ยจากเฟดยังคงเป็นแรงพยุงสำคัญ ขณะที่น้ำมัน WTI ต้องรับแรงกดดันจากอุปทานและมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ต่ออินเดีย แต่ก็ยังได้แรงหนุนจากดีมานด์ในสหรัฐฯ และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
โดยรวมแล้ว ทั้งทองคำและน้ำมันต่างเคลื่อนไหวอยู่ท่ามกลางปัจจัยทับซ้อนหลายด้าน นักลงทุนจึงควรจับตาทั้งตัวเลขเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และสถานการณ์รัสเซีย–ยูเครนอย่างใกล้ชิด เพราะทุกประเด็นสามารถกลายเป็นตัวเร่งราคาได้ทั้งสิ้น การปรับกลยุทธ์ให้ยืดหยุ่นและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบคือหัวใจในการลงทุนท่ามกลางความผันผวนรอบใหม่นี้
ข้อสงวนสิทธิ์: เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนา (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรอ้างอิง ความคิดเห็นใดๆ ในเอกสารนี้ไม่ได้เป็นคำแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่ากลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือการลงทุนใดๆ เหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ