เผยแพร่เมื่อ: 2025-07-15
อัปเดตเมื่อ: 2026-07-15
คู่มือฉบับนี้รวบรวมรูปแบบที่ควรรู้ วิธีแยกสัญญาณจริงออกจากสัญญาณรบกวน และวิธียืนยันรูปแบบก่อนเปิดออเดอร์ นอกจากนี้ยังรวบรวมผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์แล้วว่ารูปแบบเหล่านี้ใช้งานได้จริงหรือไม่ เพราะเนื้อหาส่วนใหญ่ที่แพร่หลายบนออนไลน์มักกล่าวเกินจริง
รูปแบบมีความสำคัญด้วยเหตุผลเชิงปฏิบัติเดียว คือให้โครงสร้างที่มีจุดอ้างอิง 3 จุดคงที่ ได้แก่ สัญญาณเข้าเทรด เป้าหมายราคา และระดับที่ชี้ว่าสมมติฐานผิด โครงสร้างดังกล่าวทำให้รูปร่างกลายเป็นแผนการเทรด
รูปแบบกราฟอยู่ในขอบเขตของการวิเคราะห์เทคนิค ซึ่งศึกษาราคาและปริมาณการซื้อขายเพื่อประเมินความน่าจะเป็น ไม่ใช่ประเมินมูลค่า รูปแบบทำงานร่วมกับอินดิเคเตอร์ เส้นแนวโน้ม แนวรับและแนวต้าน ไม่ได้ใช้แทนกัน
รูปแบบกราฟเกิดขึ้นจากหลายแท่งเทียน ตัวอย่างเช่น รูปแบบหัวและไหล่เต็มรูปแบบ อาจใช้เวลาสร้างหลายสัปดาห์ ในขณะที่รูปแบบแท่งเทียนเกิดจาก 1 ถึง 3 แท่งเทียน ใช้วัดโมเมนตัมระยะสั้น เช่น แท่งโดจิ หรือแท่งกลืน
ทั้งสองประเภทมีประโยชน์ แต่ตอบคำถามคนละประเด็น รูปแบบกราฟกำหนดโครงสร้างใหญ่ ส่วนแท่งเทียนช่วยหาจังหวะเข้าเทรดภายในโครงสร้าง หากต้องการศึกษารูปแบบระยะสั้น โปรดอ่านคู่มือรูปแบบแท่งเทียน
รูปแบบพลิกกลับ เกิดขึ้นที่ปลายแนวโน้ม และเตือนว่าทิศทางอาจเปลี่ยน ตัวอย่าง: หัวและไหล่ ยอดคู่-ก้นคู่ ยอดสามชั้น-ก้นสามชั้น ก้นโค้ง
รูปแบบดำเนินต่อ เกิดขึ้นระหว่างแนวโน้ม สื่อว่าราคาจะพักตัวก่อนเคลื่อนต่อ ตัวอย่าง: ธง แพรนต์ และสี่เหลี่ยมผืนผ้าส่วนใหญ่
ประเด็นหนึ่งที่ทำให้เกิดความสับสนบ่อย คือรูปร่างเดียวกันสามารถเป็นรูปแบบพลิกกลับในตำแหน่งหนึ่ง และเป็นรูปแบบดำเนินต่อในอีกตำแหน่ง ตัวอย่าง สี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เกิดในแนวโน้มขาขึ้นแรง ส่วนใหญ่จะดำเนินแนวโน้มต่อ แต่สี่เหลี่ยมผืนผ้าเดียวกันที่ยอดสูงสุดของการวิ่งยาว อาจเป็นสัญญาณพลิกกลับ ตำแหน่งของรูปแบบบนแนวโน้ม จะกำหนดความหมายของรูปแบบ ควรอ่านรูปแบบโดยพิจารณาบริบทการเคลื่อนไหวก่อนหน้าเสมอ
| รูปแบบ | กลุ่มรูปแบบ | ทิศทางทะลุโดยทั่วไป | เงื่อนไขยืนยัน | เป้าหมายตามสัดส่วน |
|---|---|---|---|---|
| หัวและไหล่ | พลิกกลับ | ขาลง | ปิดใต้เส้นคอ |
ความสูงจากหัวถึงเส้นคอ คำนวณลง ด้านล่าง |
|
หัวและไหล่ กลับหัว |
พลิกกลับ | ขาขึ้น | ปิดเหนือเส้นคอ |
ความสูงจากหัวถึงเส้นคอ คำนวณขึ้น ด้านบน |
|
ยอดคู่ (รูปตัว M) |
พลิกกลับ | ขาลง | ปิดใต้เส้นคอ |
ความสูงของรูปแบบ คำนวณลงด้าน ล่าง |
|
ก้นคู่ (รูปตัว W) |
พลิกกลับ | ขาขึ้น | ปิดเหนือเส้นคอ | ความสูงของรูปแบบ คำนวณขึ้นด้านบน |
| ยอดสามชั้น | พลิกกลับ | ขาลง | ปิดใต้แนวรับ |
ความสูงของรูปแบบ คำนวณลงด้าน ล่าง |
| ก้นสามชั้น | พลิกกลับ | ขาขึ้น | ปิดเหนือแนวต้าน | ความสูงของรูปแบบ คำนวณขึ้นด้านบน |
| ก้นโค้ง | พลิกกลับ | ขาขึ้น |
ปิดเหนือระดับ แนวต้านขอบโค้ง |
ความลึกของฐานราคา คำนวณขึ้นด้านบน |
| ธงขาขึ้น | ดำเนินต่อ | ขาขึ้น |
ปิดเหนือขอบธง ด้านบน |
ความสูงของเสาธง วัดจากจุดทะลุ |
| ธงขาลง | ดำเนินต่อ | ขาลง |
ปิดใต้ขอบธง ด้านล่าง |
ความสูงของเสาธง วัดจากจุดทะลุ |
| แพรนต์ | ดำเนินต่อ |
ทิศทาง เดียวกับ แนวโน้ม ก่อนหน้า |
ปิดข้ามขอบ แพรนต์ |
ความสูงของเสาธง วัดจากจุดทะลุ |
|
สี่เหลี่ยม ผืนผ้า |
ดำเนินต่อ (ส่วนใหญ่) |
ทิศทาง เดียวกับ แนวโน้ม ก่อนหน้า |
ปิดข้ามขอบช่วง ราคา | ความสูงช่วงราคา วัดจากจุดทะลุ |
|
สามเหลี่ยม ขาขึ้น |
ดำเนินต่อ (ลำเอียง ขาขึ้น) |
ส่วนใหญ่ ขาขึ้น |
ปิดเหนือแนวต้านแนวราบ | ความสูงสามเหลี่ยม คำนวณขึ้นจากจุดทะลุ |
|
สามเหลี่ยม สมมาตร |
ดำเนินต่อ (ลำเอียง ขาลง) |
ส่วนใหญ่ ขาลง |
ปิดใต้แนวรับ แนวราบ |
ความสูงสามเหลี่ยม คำนวณลงจากจุด ทะลุ |
|
สามเหลี่ยม สมมาตร |
สองทาง | ทะลุได้ทั้งสองทาง |
ปิดข้ามเส้นแนว โน้มใดเส้นหนึ่ง |
ความสูงสามเหลี่ยม วัดจากจุดทะลุ |
| ลิ่นขาขึ้น |
พลิกกลับ หรือดำเนิน ต่อ |
ส่วนใหญ่ ขาลง |
ปิดใต้เส้นแนว โน้มด้านล่าง |
ไม่มีสูตรคำนวณเป้าหมายที่ยอมรับกันทั่วไป |
| ลิ่นขาลง |
พลิกกลับ หรือดำเนิน ต่อ |
ส่วนใหญ่ ขาขึ้น |
ปิดเหนือเส้นแนวโน้มด้านบน | ไม่มีสูตรคำนวณเป้าหมายที่ยอมรับกันทั่วไป |
|
ถ้วยและ หูจับ |
ดำเนินต่อ | ขาขึ้น | ปิดเหนือแนวต้านหูจับ |
ความลึกของถ้วย คำนวณขึ้นจากจุด ทะลุ |
รูปแบบจะสมบูรณ์เมื่อราคาปิดใต้เส้นคอเท่านั้น หากปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้นในขณะทะลุ จะช่วยเสริมความน่าเชื่อถือสัญญาณ เป้าหมายตามสัดส่วน คือระยะทางแนวตั้งจากหัวลงถึงเส้นคอ คำนวณต่อไปลงด้านล่างจากจุดทะลุ บ่อยครั้งราคาจะย้อนกลับมาทดสอบเส้นคอที่ถูกทะลุจากด้านล่าง ก่อนที่จะลงต่อ อาจเป็นโอกาสเข้าเทรดรอบสอง
รูปร่างกลับหัวคือ หัวและไหล่กลับหัว เกิดที่ก้นแนวโน้มขาลง และสื่อถึงการวิ่งขึ้น สำหรับรูปแบบที่ก้นราคา ควรมีปริมาณการซื้อขายขยายตัวชัดเจนตอนทะลุมากกว่ารูปแบบที่ยอดราคา มีคู่มือละเอียดแยกสำหรับรูปแบบหัวและไหล่

เป้าหมายตามสัดส่วน คือความสูงของรูปแบบ คำนวณต่อจากจุดทะลุเส้นคอ จุดวางสต็อปจะอยู่เลยยอดหรือก้นจุดที่สอง ซึ่งเป็นระดับที่พิสูจน์ว่าสัญญาณพลิกกลับผิด อย่าเปิดออเดอร์เพียงแค่เกิดยอดหรือก้นจุดที่สอง รูปแบบที่ดูเหมือนยอดคู่หลายอันไม่เคยได้รับการยืนยัน มีคู่มือก้นคู่อธิบายรายละเอียดจุดเข้าและสต็อปเพิ่มเติม

สามเหลี่ยมเกิดขึ้นเมื่อช่วงราคาแคบลง ตลาดสะสมพลังก่อนการทะลุ
สามเหลี่ยมขาขึ้น มีเส้นแนวต้านราบที่ด้านบน และจุดต่ำที่สูงขึ้นด้านล่าง ผู้ซื้อเข้ามาซื้อที่ระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ผู้ขายปกป้องราคาเดิม มีแนวโน้มลำเอียงขาขึ้น
สามเหลี่ยมสมมาตร มีเส้นทั้งสองเข้าหากัน มีจุดสูงลดลงและจุดต่ำเพิ่มขึ้น เป็นรูปแบบสองทาง แสดงความลังเลของตลาด ดังนั้นนักเทรดควรรอการทะลุ แทนที่จะเลือกทิศทางล่วงหน้า
ทั้ง 3 ประเภท ปริมาณการซื้อขายมักลดลงขณะสร้างสามเหลี่ยม และเพิ่มขึ้นเมื่อเกิดการทะลุ เป้าหมาย คือความกว้างสูงสุดของสามเหลี่ยม วัดจากจุดทะลุ มีคู่มือสามเหลี่ยมพร้อมตัวอย่างแยกแต่ละชนิด

ธง คือช่องราคาเล็กๆ ที่ลาดเอียงตรงข้ามแนวโน้มเดิม แพรนต์ คือสามเหลี่ยมสมมาตรขนาดเล็ก ทั้งสองรูปแบบหมายถึงการพักตัวชั่วคราว ก่อนที่แนวโน้มเดิมจะกลับมาดำเนินต่อ ปริมาณการซื้อขายหนาแน่นตอนสร้างเสาธง ค่อยๆ ลดลงช่วงพักตัว และกลับมาหนาแน่นอีกครั้งตอนทะลุ
เป้าหมาย คือความสูงของเสาธง คำนวณต่อจากจุดทะลุ เนื่องจากช่วงพักตัวมักเกิดขึ้นประมาณกึ่งทางของการวิ่งใหญ่ ดังนั้นรูปแบบนี้มักเป็นสัญญาณกลางแนวโน้ม

ข้อจำกัดของรูปลิ่น คือไม่มีสูตรมาตรฐานในการคำนวณระยะทางการวิ่งหลังทะลุ นักเทรดมักใช้แนวรับแนวต้านเดิม หรือเครื่องมืออื่นกำหนดเป้าหมาย แทนที่จะใช้การคาดการณ์ตามสัดส่วนคงที่
O’Neil กำหนดสัดส่วนคร่าวๆ ที่ยังใช้มาจนปัจจุบัน ส่วนถ้วยควรเป็นโค้งอ่อน ไม่ใช่ตัว V แหลมคม ส่วนหูจับควรอยู่ครึ่งบนของถ้วย และย่อตัวไม่ลึกมาก ปริมาณการซื้อขายลดลงช่วงหูจับ และเพิ่มขึ้นตอนทะลุ เป้าหมาย คือความลึกของถ้วย คำนวณขึ้นจากจุดทะลุ วางสต็อปใต้จุดต่ำของหูจับ รูปแบบกลับหัวของถ้วยและหูจับจะสื่อทิศทางลง มีคู่มือแยกอธิบาย
รอการปิดข้ามระดับสำคัญ รูปแบบยังไม่สมบูรณ์เพียงแค่ราคาแตะหรือแกว่งผ่านเส้นคอหรือเส้นแนวโน้มชั่วคราว จะสมบูรณ์เมื่อแท่งเทียนปิดข้ามระดับนั้น การพุ่งขึ้นลงระหว่างแท่งแล้วย้อนกลับ ไม่ถือว่าเป็นการทะลุ
สังเกตปริมาณการซื้อขายที่เพิ่มขึ้น การทะลุที่มีปริมาณการซื้อขายสูงกว่าปกติ น่าเชื่อถือมากกว่าการทะลุที่ปริมาณเบาบาง กฎคร่าวๆ นักเทรดมองหาปริมาณที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง โดยประมาณ 1.5 ถึง 2 เท่าของค่าเฉลี่ย 20 วัน เป็นแค่แนวทาง ไม่ใช่กฎตายตัว
พิจารณาการทดสอบย้อนกลับ บ่อยครั้งราคาจะย้อนกลับมาทดสอบระดับที่ถูกทะลุจากอีกด้านก่อนวิ่งต่อ ระดับที่เคยเป็นแนวต้าน อาจกลายเป็นแนวรับหลังจากทะลุขึ้น หากยืนระหว่างการทดสอบย้อนกลับ จะเป็นโอกาสเข้าเทรดรอบสองพร้อมระดับยกเลิกสัญญาณชัดเจน
ตรวจหลายช่วงเวลา รูปแบบบนกราฟรายวันที่สอดคล้องทิศทางกับกราฟรายสัปดาห์ น่าเชื่อถือมากกว่ารูปแบบที่ขัดแย้ง การสอดคล้องกันข้ามช่วงเวลา ช่วยคัดกรองสัญญาณรบกวนได้มาก
สิ่งสำคัญ 2 ประการตามมาจากหลักการนี้
ประการแรก การทะลุเท็จเป็นเรื่องปกติ ราคาทะลุระดับ ดึงนักเทรดเข้า จากนั้นพลิกกลับ นั่นคือเหตุผลที่กฎรอปิดข้ามระดับและการตรวจปริมาณมีความสำคัญ ช่วยลดจำนวนการเข้าเทรดจากสัญญาณเท็จ แต่ไม่สามารถกำจัดออกไปได้ทั้งหมด
ประการที่สอง รูปแบบที่ล้มเหลวสามารถกลายเป็นสัญญาณได้ด้วยตัวเอง เมื่อการทะลุพลิกกลับรุนแรง และราคาเคลื่อนย้อนกลับผ่านรูปแบบ ความล้มเหลวดังกล่าวมักทำให้ราคาวิ่งตรงข้าม เพราะนักเทรดที่เข้าเทรดจากสัญญาณทะลุจะติดขาดทุนและจำเป็นต้องปิดออเดอร์ รูปแบบที่ไม่เป็นไปตามคาด ไม่ใช่แค่การขาดทุน แต่เป็นข้อมูลสำคัญ
เริ่มจากงานวิจัย ในบทความ Foundations of Technical Analysis ตีพิมพ์ใน Journal of Finance ปี 2000 Andrew Lo, Harry Mamaysky และ Jiang Wang ทำการทดสอบรูปแบบยอดนิยมกับหุ้นสหรัฐช่วงปี 1962-1996 ด้วยระบบอัตโนมัติ พบว่าอินดิเคเตอร์เทคนิคหลายตัวมีข้อมูลเพิ่มเติม และอาจมีประโยชน์เชิงปฏิบัติ ผู้เขียนยังเปิดเผยจุดอ่อนสำคัญ คือรูปร่างบนกราฟหลายครั้งขึ้นอยู่กับมุมมองของผู้อ่าน สามารถอ่านฉบับร่างงานวิจัยจาก NBER
ตลาดเงินตราต่างประเทศได้ผลวิจัยที่คล้ายคลึงกัน Carol Osler และ Kevin Chang ศึกษารูปแบบหัวและไหล่ในอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับธนาคารกลางนิวยอร์ก ปี 1995 รูปแบบสามารถคาดการณ์ทิศทางเงินสกุลบางชนิด เช่น มาร์คเยอรมนี และเยนญี่ปุ่น แต่ไม่ได้กับเงินสกุลอื่น ข้อสรุปค่อนข้างรอบคอบ คือกฎการเทรดได้กำไรแต่ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะกฎการเทรดที่เรียบง่ายกว่าให้ผลดีกว่า
ส่วนสถิติที่เห็นอ้างอิงกันทั่วไป เช่น รูปแบบหัวและไหล่สำเร็จ 89 เปอร์เซ็นต์ มักมาจากแหล่งเดียว คือนักเทรด Thomas Bulkowski หนังสือ Encyclopedia of Chart Patterns มีข้อเท็จจริง 2 ประการที่ควรรู้ก่อนตีความตัวเลข
ตัวเลขหัวข้อส่วนใหญ่ คือ 100 เปอร์เซ็นต์ ลบด้วยอัตราการล้มเหลวจุดคุ้มทุน Bulkowski กำหนดว่าการล้มเหลวจุดคุ้มทุน คือรูปแบบที่ราคาไม่วิ่งตามทิศทางทะลุถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นคำว่า "สำเร็จ 89%" หมายความว่า มี 11% ของรูปแบบที่ราคาไม่วิ่งถึง 5% ไม่ใช่อัตราการได้กำไรจากการเทรดจริง
ผลการวัดสมมติว่านักเทรดเข้าและปิดออเดอร์ได้จังหวะสมบูรณ์แบบ วัดระยะทางจากจุดทะลุถึงจุดออกที่ดีที่สุด ผลลัพธ์จริงจะต่ำกว่านั้น งานวิจัยต่อมาของ Bulkowski ยังพบว่ารูปแบบล้มเหลวบ่อยขึ้นตามเวลา อัตราการล้มเหลวเพิ่มขึ้นประมาณสองเท่าระหว่างทศวรรษ 1990 ถึงกลางปี 2000 เนื่องจากนักเทรดมากขึ้นใช้รูปแบบเดียวกัน
ข้อสรุปเชิงปฏิบัติ ควรระมัดระวังตัวเลขอัตราการสำเร็จเดี่ยว โดยเฉพาะถ้าไม่มีแหล่งอ้างอิงหรือคำอธิบายว่าวัดผลอย่างไร ตัวเลขส่วนใหญ่ที่แพร่หลายได้มาจากข้อมูลหุ้นสหรัฐ ไม่ใช่ฟอเร็กซ์ และตัดข้อควรระวังทั้งหมดออก
วิธีรับมือ คือยืดหยุ่นเรื่องรูปร่าง แต่เข้มงวดกฎการปฏิบัติ ยอมรับว่ารูปร่างอาจไม่สมบูรณ์ แต่อย่าประนีประนอมกับกฎสำคัญ 2 ข้อ คือรอการปิดยืนยัน และรู้ระดับยกเลิกสัญญาณก่อนเปิดออเดอร์
บริบทสำคัญที่สุด รูปร่างรองลงมา ควรถามว่าราคาอยู่ตรงไหนของแนวโน้มใหญ่ ปริมาณการซื้อขายสนับสนุนการวิ่งหรือไม่ และกราฟช่วงเวลาสูงขึ้นเคลื่อนไหวอย่างไร รูปแบบที่สอดคล้องทั้ง 3 ประเด็น มีมูลค่ามากกว่ารูปร่างสมบูรณ์แบบแต่ขัดแย้งแนวโน้ม นักเทรดหลายคนวางแผนจากรูปแบบก่อน จากนั้นใช้สัญญาณแท่งเทียนปรับจังหวะเข้า และตรวจสอบการตั้งค่าบนแพลตฟอร์มกราฟให้เรียบร้อยก่อนเปิดออเดอร์
ก่อนดำเนินการกับรูปแบบกราฟใด ให้ปฏิบัติตามขั้นตอนตามลำดับดังนี้
รูปแบบดำเนินต่อ ต่างกับรูปแบบพลิกกลับอย่างไร
รูปแบบดำเนินต่อเกิดระหว่างแนวโน้ม สื่อว่าราคาจะพักตัวก่อนวิ่งต่อ เช่น ธง รูปแบบพลิกกลับเกิดปลายแนวโน้ม เตือนว่าทิศทางอาจเปลี่ยน เช่น หัวและไหล่ รูปร่างเดียวกันสามารถเป็นได้ทั้งสองประเภท ขึ้นอยู่กับตำแหน่งบนแนวโน้มรูปแบบกราฟ ต่างกับรูปแบบแท่งเทียนอย่างไร
รูปแบบกราฟสร้างจากหลายแท่งเทียน อธิบายโครงสร้างใหญ่ ส่วนรูปแบบแท่งเทียนเกิดจาก 1 ถึง 3 แท่ง วัดโมเมนตัมระยะสั้น นักเทรดมักใช้รูปแบบกราฟวางแผน และแท่งเทียนหาจังหวะเวลาช่วงเวลากราฟไหนเหมาะกับรูปแบบกราฟมากที่สุด
กราฟช่วงเวลาสูง เช่น รายวัน รายสัปดาห์ มักสร้างรูปแบบที่น่าเชื่อถือมากกว่า เพราะคัดกรองสัญญาณรบกวนระยะสั้น กราฟช่วงเวลาต่ำเกิดรูปแบบเยอะ แต่ก็มีการทะลุเท็จจำนวนมาก