เผยแพร่เมื่อ: 2025-07-04
อัปเดตเมื่อ: 2026-07-23
ค่าเงินที่แพงที่สุดในเอเชียปี 2026 คือ ดีนาร์คูเวต (KWD) ซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงที่สุดในโลกด้วย โดย 1 ดีนาร์คูเวตมีค่าราว 3.25 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 110 บาท รองลงมาคือ ดีนาร์บาห์เรน (BHD) และเรียลโอมาน (OMR) ทั้งสามสกุลได้แรงหนุนจากรายได้น้ำมันและการตรึงค่าเงินกับดอลลาร์
ค่าเงินที่แพงที่สุดในเอเชียและในโลกปี 2026 คือ ดีนาร์คูเวต (KWD) ราว 3.25 ดอลลาร์ หรือประมาณ 110 บาทต่อ 1 ดีนาร์
อันดับ 2 และ 3 คือ ดีนาร์บาห์เรน (ราว 89 บาท) และเรียลโอมาน (ราว 88 บาท) กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับครองสามอันดับแรก
ในอาเซียน ดอลลาร์บรูไนและดอลลาร์สิงคโปร์มีมูลค่าต่อหน่วยสูงที่สุด ราว 26 บาท ส่วนเงินบาทไทยอยู่ช่วงกลางตาราง
"ค่าเงินแพง" หมายถึงมูลค่าต่อหน่วยสูง ไม่ได้แปลว่าเศรษฐกิจแข็งแกร่งที่สุดหรือเป็นสกุลเงินที่เทรดมากที่สุด
สกุลเงินค่าสูงส่วนใหญ่ตรึงอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้ จึงเคลื่อนไหวน้อยและไม่ใช่ตัวเลือกหลักของเทรดเดอร์รายย่อย

ตารางด้านล่างจัดอันดับ 10 สกุลเงินเอเชียที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงที่สุด พร้อมค่าโดยประมาณทั้งในรูปดอลลาร์สหรัฐและเงินบาท คำนวณที่อัตรา USD/THB ราว 33.7 บาท ณ เดือนกรกฎาคม 2026 ตัวเลขเป็นค่าประมาณและเปลี่ยนแปลงทุกวัน ควรตรวจสอบเรตล่าสุดก่อนใช้งานจริง
| อันดับ | สกุลเงิน | โค้ด | ≈ ดอลลาร์สหรัฐ | ≈ เงินบาท | ปัจจัยหลัก |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | ดีนาร์คูเวต | KWD | 3.25 | ~110 | น้ำมัน และการตรึงกับตะกร้าเงิน |
| 2 | ดีนาร์บาห์เรน | BHD | 2.65 | ~89 | น้ำมัน และการตรึงกับดอลลาร์ |
| 3 | เรียลโอมาน | OMR | 2.60 | ~88 | น้ำมัน และวินัยการคลัง |
| 4 | ดีนาร์จอร์แดน | JOD | 1.41 | ~48 | ตรึงดอลลาร์ และนโยบายรัดกุม |
| 5 | ดอลลาร์บรูไน | BND | 0.775 | ~26 | น้ำมันและก๊าซ ผูกกับดอลลาร์สิงคโปร์ |
| 6 | ดอลลาร์สิงคโปร์ | SGD | 0.775 | ~26 | การค้าและการเงิน กรอบนโยบายของ MAS |
| 7 | มานัตอาเซอร์ไบจาน | AZN | 0.588 | ~20 | ส่งออกน้ำมันและก๊าซ |
| 8 | เรียลกาตาร์ | QAR | 0.275 | ~9.3 | ก๊าซธรรมชาติ ตรึงดอลลาร์ |
| 9 | เดอร์แฮม UAE | AED | 0.272 | ~9.2 | เศรษฐกิจหลากหลาย ตรึงดอลลาร์ |
| 10 | ริยัลซาอุดีอาระเบีย | SAR | 0.267 | ~9.0 | น้ำมัน ตรึงดอลลาร์ตั้งแต่ปี 1986 |
คูเวตมีประชากรไม่มากแต่มีสำรองน้ำมันมหาศาลและรายได้ต่อหัวสูง ธนาคารกลางคูเวตตรึงค่าเงินไว้กับตะกร้าสกุลเงินหลักแทนที่จะผูกกับดอลลาร์เพียงตัวเดียว จึงรักษามูลค่าสูงและค่อนข้างนิ่งได้ต่อเนื่องหลายปี
ทั้งสองผูกค่าเงินกับดอลลาร์และพึ่งพารายได้น้ำมันเป็นหลัก บาห์เรนเสริมด้วยภาคธนาคารนอกชายฝั่ง ส่วนโอมานอาศัยวินัยการคลังและการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป
จอร์แดนไม่ได้ร่ำรวยน้ำมันเหมือนประเทศอ่าว แต่ยังรักษามูลค่าเงินไว้ได้สูงจากการตรึงกับดอลลาร์ เงินโอนจากแรงงานในต่างแดน และการคุมเข้มของธนาคารกลาง
สองสกุลนี้มีมูลค่าเท่ากันเพราะบรูไนผูกเงินไว้กับดอลลาร์สิงคโปร์แบบหนึ่งต่อหนึ่ง สิงคโปร์บริหารค่าเงินผ่านกรอบอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารกลาง (MAS) โดยใช้ค่าเงินเป็นเครื่องมือหลักแทนอัตราดอกเบี้ย ซึ่งช่วยคุมเงินเฟ้อและหนุนเศรษฐกิจส่งออกที่หลากหลาย
มานัตได้แรงหนุนจากการส่งออกน้ำมันและก๊าซผ่านท่อไปยังยุโรป ธนาคารกลางดูแลค่าเงินด้วยการบริหารสำรองและเข้าแทรกแซงตลาดเมื่อจำเป็น
ทั้งสามตรึงค่าเงินกับดอลลาร์ในระดับใกล้เคียงกัน มูลค่าต่อหน่วยจึงอยู่ราว 9 บาท กาตาร์พึ่งพาก๊าซธรรมชาติ UAE มีเศรษฐกิจหลากหลายทั้งการค้า การท่องเที่ยว และการเงินของดูไบ ส่วนซาอุดีอาระเบียตรึงริยัลไว้ที่ 3.75 ริยัลต่อดอลลาร์มาตั้งแต่ปี 1986 โดยใช้สำรองเงินตราต่างประเทศขนาดใหญ่รองรับความผันผวนของราคาน้ำมัน
อันดับต้น ๆ ของโลกแทบจะเป็นชุดเดียวกับเอเชีย เพราะสกุลเงินกลุ่มอ่าวอาหรับครองตำแหน่งสูงสุดของโลกอยู่แล้ว ได้แก่ ดีนาร์คูเวต ดีนาร์บาห์เรน เรียลโอมาน และดีนาร์จอร์แดน
สกุลเงินนอกภูมิภาคเอเชียที่ติดกลุ่มค่าสูงของโลกคือ ปอนด์อังกฤษ (GBP) ราว 1.34 ดอลลาร์ หรือประมาณ 45 บาท ตามด้วยดอลลาร์หมู่เกาะเคย์แมน (KYD) ที่ตรึงไว้ราว 1.20 ดอลลาร์ และปอนด์ยิบรอลตาร์ (GIP) ที่ผูกกับปอนด์อังกฤษ จุดที่หลายคนเข้าใจผิดคือดอลลาร์สหรัฐ ทั้งที่เป็นสกุลเงินสำรองและสกุลเงินที่ใช้ในการค้าโลกมากที่สุด แต่มีค่าต่อหน่วยเพียง 1.00 ดอลลาร์ตามนิยาม จึงไม่ติดอันดับต้น ๆ เมื่อวัดด้วยมูลค่าต่อหน่วย หากอยากเห็นภาพรวมของสกุลเงินหลักทั่วโลก อ่านเพิ่มได้ที่ ไขรหัส 10 สกุลเงินหลักของโลก

ในกลุ่มอาเซียน สองสกุลที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงที่สุดคือ ดอลลาร์บรูไนและดอลลาร์สิงคโปร์ ราว 26 บาท (ผูกกันหนึ่งต่อหนึ่ง) รองลงมาเรียงตามมูลค่าต่อหน่วยในรูปดอลลาร์ ได้ประมาณนี้
| สกุลเงินอาเซียน | โค้ด | ≈ ดอลลาร์สหรัฐ ต่อหน่วย |
|---|---|---|
| ดอลลาร์บรูไน / ดอลลาร์สิงคโปร์ | BND / SGD | ~0.775 |
| ริงกิตมาเลเซีย | MYR | ~0.22 |
| บาทไทย | THB | ~0.0297 |
| เปโซฟิลิปปินส์ | PHP | ~0.017 |
| รูเปียอินโดนีเซีย / ดองเวียดนาม | IDR / VND | ต่ำกว่ามาก |
เงินบาทไทยจึงอยู่ช่วงกลางของอาเซียน มูลค่าต่อหน่วยสูงกว่าเปโซฟิลิปปินส์ รูเปียอินโดนีเซีย ดองเวียดนาม กีบลาว เรียลกัมพูชา และจ๊าตเมียนมา แต่ต่ำกว่าดอลลาร์บรูไน ดอลลาร์สิงคโปร์ และริงกิตมาเลเซีย
ข้อควรเข้าใจคือ ตัวเลขนี้สะท้อน "หน่วยเงิน" ไม่ใช่ความแข็งแรงของเศรษฐกิจ เงินบาทมีมูลค่าต่อหน่วยสูงกว่าดองเวียดนามหลายเท่า ไม่ได้แปลว่าเศรษฐกิจไทยแข็งแรงกว่าเวียดนามหลายเท่า มันเป็นเพียงเรื่องของการตั้งหน่วยเงินตั้งแต่ต้น ความแข็งแรงจริงของบาทวัดจากแนวโน้มและเสถียรภาพเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ไม่ใช่จำนวนหน่วยต่อดอลลาร์

มูลค่าต่อหน่วยที่สูงของสกุลเงินเหล่านี้มาจากปัจจัยหลักไม่กี่อย่าง
ความมั่งคั่งจากน้ำมันและก๊าซ สกุลเงินกลุ่มอ่าวอาหรับรักษามูลค่าผ่านการตรึงกับดอลลาร์และรายได้จากพลังงาน
วินัยทางการคลังและการเงิน คูเวต สิงคโปร์ และจอร์แดน คุมเงินเฟ้อได้ต่ำและมีสำรองมั่นคง
การตรึงอัตราแลกเปลี่ยน การผูกค่าเงินกับดอลลาร์ช่วยล็อกมูลค่าให้นิ่งแม้ตลาดโลกผันผวน
เศรษฐกิจขนาดเล็กที่บริหารจัดการดี บรูไนและโอมานอาศัยประชากรน้อยและกองทุนความมั่งคั่งของรัฐพยุงเสถียรภาพ
ฐานส่งออกและบริการการเงิน เศรษฐกิจที่หลากหลายของสิงคโปร์ช่วยหนุนค่าเงินในระยะยาว
นี่คือจุดที่คนส่วนใหญ่เข้าใจสลับกัน และเป็นเรื่องสำคัญมากถ้าคุณมองสกุลเงินในฐานะตลาดที่จะเทรด มีสามคำที่ต้องแยกออกจากกัน
คือ 1 หน่วยของสกุลนั้นแลกได้กี่ดอลลาร์ ค่านี้ส่วนมากเป็นผลจากวิธีตั้งหน่วยเงินและการตรึงอัตราแลกเปลี่ยน ดีนาร์คูเวตแพงส่วนหนึ่งเพราะไม่เคยลดค่าเงินหรือปรับหน่วยใหม่ และถูกตรึงไว้ในระดับสูง
วัดจากความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ และแนวโน้มค่าเงิน สกุลเงินที่ค่าต่อหน่วยสูงอาจพึ่งพารายได้ทางเดียว เช่น น้ำมัน ซึ่งเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่ตัวเลขมูลค่าต่อหน่วยไม่ได้บอก
ตลาด Forex ทั่วโลกหมุนเวียนด้วยสกุลเงินไม่กี่ตัวเป็นหลัก ได้แก่ ดอลลาร์สหรัฐ ยูโร เยน และปอนด์ คู่เงินเหล่านี้มีสภาพคล่องลึกและ spread แคบ ส่วนสกุลเงินกลุ่มอ่าวที่ค่าต่อหน่วยสูงกลับแทบไม่มีการเทรดในตลาดรายย่อย
ค่าเงินแพง (High nominal value)
1 หน่วยแลกดอลลาร์ได้มาก มักมาจากการตั้งหน่วยเงินและการตรึงค่า
ค่าเงินแข็งแกร่ง (Strong currency)
เศรษฐกิจมั่นคง เงินเฟ้อต่ำ ค่าเงินมีแนวโน้มดีและผันผวนน้อย
สภาพคล่องสูง (Liquid)
มีปริมาณซื้อขายมาก เข้าออกง่าย spread แคบ เหมาะกับการเทรด
สำหรับเทรดเดอร์ สิ่งที่มีความหมายจริงคือสภาพคล่องและความผันผวน ไม่ใช่มูลค่าต่อหน่วยที่ดูสูงบนพาดหัว หากสนใจว่าสกุลใดมีการซื้อขายมากที่สุดในโลก อ่านต่อได้ที่ 8 สกุลเงินที่มีการซื้อขายสูงสุด
พูดกันตามตรง สกุลเงินค่าสูงที่ตรึงอัตราแลกเปลี่ยน เช่น ดีนาร์คูเวต ดีนาร์บาห์เรน เรียลโอมาน ริยัลซาอุฯ เดอร์แฮม UAE และเรียลกาตาร์ แทบไม่ถูกเสนอเป็นคู่เงินมาตรฐานสำหรับรายย่อย เพราะเคลื่อนไหวน้อยจากการตรึงค่าและมีสภาพคล่องบาง โอกาสทำกำไรจากส่วนต่างราคาจึงมีจำกัด
สิ่งที่เทรดเดอร์ไทยเทรดกันจริงคือคู่เงินหลักและคู่เงินไขว้ที่สภาพคล่องสูง เช่น EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD และกลุ่มสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ (XAUUSD) ซึ่งเคลื่อนไหวมากพอให้มีจังหวะเข้าออก ช่วงที่คู่เงินหลักคึกคักที่สุดคือช่วงตลาดลอนดอนและนิวยอร์กทับซ้อนกัน ตรงกับเวลาไทยราว 19:00 ถึง 24:00 น. โดยประมาณ (ขยับตามช่วง Daylight Saving)
กับ EBC คุณเทรด Forex คู่เงินหลัก คู่รอง และคู่ไขว้ รวมถึง ทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์ ได้บน MT4 และ MT5 ก่อนลงเงินจริง ลองวางแผนความเสี่ยงด้วย เครื่องมือคำนวณขนาด position และค่า pip เพื่อกำหนดขนาดล็อตให้เหมาะกับพอร์ต หรือฝึกมือด้วยบัญชีเดโมก่อนก็ได้ ดู ประเภทบัญชีและเงื่อนไขการเทรด เพื่อเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ
คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด CFD เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงจากการใช้ leverage ผลขาดทุนอาจมากกว่าเงินฝากเริ่มต้น ควรพิจารณาวัตถุประสงค์ ประสบการณ์ และระดับความเสี่ยงที่รับได้ก่อนเริ่มเทรด
ภาพในปี 2026 ต่างจากปีก่อนอยู่พอสมควร
ตราบใดที่ยังใช้ระบบตรึงอัตราแลกเปลี่ยนเดิม ดีนาร์คูเวต ริยัลซาอุฯ เดอร์แฮม UAE และเรียลกาตาร์ จะเคลื่อนไหวในกรอบแคบต่อไป เว้นแต่มีการเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่
ต่างจากภาพจำเดิมที่มองว่าเยนเป็นสกุลแข็ง ในปี 2026 เยนกลับเป็นหนึ่งในสกุลหลักที่อ่อนที่สุด ซื้อขายราว 162 ถึง 163 เยนต่อดอลลาร์ ใกล้ระดับอ่อนสุดในรอบหลายสิบปี จากช่องว่างนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ดอลลาร์ที่แข็ง และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นตามความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อ่านสาเหตุเชิงลึกได้ที่ สาเหตุและผลกระทบของการอ่อนค่าของเงินเยน
บาทเคลื่อนไหวราว 33.7 ถึง 33.8 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนลงประมาณ 5% ในรอบ 12 เดือน ท่ามกลางดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ 1% และแรงกดดันจากอุปสงค์ในประเทศที่ยังอ่อน
ทิศทางโดยรวม สกุลเงินตรึงค่าในเอเชียน่าจะทรงตัว ส่วนสกุลเงินลอยตัวจะเคลื่อนตามส่วนต่างดอกเบี้ย กระแสเงินทุน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ทั้งหมดนี้เป็นการมองภาพรวม ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ควรใช้แทนการวิเคราะห์ของคุณเอง
ดีนาร์คูเวต (KWD) คือสกุลเงินที่มีมูลค่าต่อหน่วยสูงที่สุดทั้งในเอเชียและในโลก ราว 3.25 ดอลลาร์ หรือประมาณ 110 บาทต่อ 1 ดีนาร์ ได้แรงหนุนจากรายได้น้ำมันและการตรึงกับตะกร้าสกุลเงินหลัก
คูเวตมีค่าเงินแพงที่สุด ตามด้วยบาห์เรนและโอมาน สามอันดับแรกล้วนเป็นประเทศกลุ่มอ่าวอาหรับที่พึ่งพารายได้น้ำมันและใช้ระบบตรึงหรือบริหารอัตราแลกเปลี่ยน
ค่าเงินดูไบคือเดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (AED) ราว 9.2 บาทต่อ 1 เดอร์แฮม ตรึงไว้กับดอลลาร์ที่ 3.6725 เดอร์แฮมต่อดอลลาร์ จึงค่อนข้างนิ่ง คำว่าแพงหรือไม่ขึ้นอยู่กับบริบท ในแง่มูลค่าต่อหน่วย เดอร์แฮมมีค่าต่อหน่วยต่ำกว่าเงินบาทเล็กน้อย แต่มีเสถียรภาพสูงจากการตรึงค่า
เมื่อวัดด้วยมูลค่าต่อหน่วย เงินบาทอยู่ช่วงกลางของอาเซียน สูงกว่าเปโซฟิลิปปินส์ รูเปียอินโดนีเซีย และดองเวียดนาม แต่ต่ำกว่าดอลลาร์บรูไน ดอลลาร์สิงคโปร์ และริงกิตมาเลเซีย ในระดับเอเชียทั้งทวีป บาทอยู่ห่างจากกลุ่มสกุลเงินค่าสูงอย่างดีนาร์และเรียลของกลุ่มอ่าวมาก
ไม่เสมอไป มูลค่าต่อหน่วยที่สูงมักเป็นผลจากวิธีตั้งหน่วยเงินและการตรึงอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ได้สะท้อนขนาดหรือความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจโดยตรง หลายสกุลที่ค่าต่อหน่วยสูงพึ่งพารายได้จากน้ำมันเป็นหลัก ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ตัวเลขค่าเงินไม่ได้บอก
โดยทั่วไปไม่สะดวก เพราะสกุลเงินเหล่านี้ตรึงอัตราแลกเปลี่ยน เคลื่อนไหวน้อย และมีสภาพคล่องบาง จึงไม่ค่อยถูกเสนอเป็นคู่เงินมาตรฐาน เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จึงโฟกัสที่คู่เงินหลักอย่าง EUR/USD หรือ USD/JPY และสินทรัพย์อย่างทองคำแทน
ที่อัตรา USD/THB ราว 33.7 บาท 1 ดีนาร์คูเวตมีค่าประมาณ 110 บาท เป็นตัวเลขโดยประมาณที่ขยับตามอัตราแลกเปลี่ยนรายวัน ควรตรวจสอบเรตล่าสุดก่อนใช้อ้างอิง
เพราะมูลค่าต่อหน่วยของดอลลาร์คือ 1.00 ตามนิยาม การจัดอันดับ "ค่าเงินแพง" วัดจากจำนวนดอลลาร์ที่ 1 หน่วยแลกได้ ดอลลาร์จึงไม่ติดอันดับต้น ๆ แม้จะเป็นสกุลเงินสำรองและสกุลเงินที่ใช้ในการค้าโลกมากที่สุด
คำเตือน: เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรอ้างอิง (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็นคำแนะนำ) ความคิดเห็นใด ๆ ในเอกสารนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำของ EBC หรือผู้เขียนว่ากลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือการลงทุนใด ๆ เหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ