เผยแพร่เมื่อ: 2026-08-14
อัปเดตเมื่อ: 2026-08-14
หากสังเกตกราฟ GBP/USD ย้อนหลังหลายสิบปี จะพบรูปแบบหนึ่งที่เกิดขึ้นซ้ำจนน่าสนใจ นั่นคือ ในบรรดา 12 เดือนของปี เดือนสิงหาคมมักเป็นเดือนที่ เงินปอนด์อ่อนค่า เฉลี่ยมากที่สุดเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ นับตั้งแต่ระบบ Bretton Woods ล่มสลายในปี 1971 เป็นต้นมา สถิติ GBP/USD เดือนสิงหาคม ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบราว 0.49-0.5% ซึ่งถือเป็นเดือนที่แย่ที่สุดของคู่เงินนี้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ ณ กลางเดือนสิงหาคม 2026 GBP/USD เคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 1.35 อ่อนตัวลงเล็กน้อยจากปัจจัยความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ แม้ตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของอังกฤษจะออกมาตรงตามคาด
GBP/USD อ่อนค่าเฉลี่ยราว 0.49-0.5% ในเดือนสิงหาคม นับตั้งแต่ปี 1971 ถือเป็นเดือนที่มีผลตอบแทนเฉลี่ยแย่ที่สุดในรอบปีของคู่เงินนี้
คู่เงินที่มีรูปแบบ Seasonality อ่อนแอคล้ายกันในเดือนสิงหาคมคือ AUD/USD ขณะที่ USD/CAD กลับมีแนวโน้มบวกในเดือนเดียวกัน
สถิติ Seasonality หรือสถิติฤดูกาล เป็นค่าเฉลี่ยระยะยาว ไม่ใช่การรับประกัน แต่ละปีอาจเบี่ยงเบนจากรูปแบบนี้ได้มากตามปัจจัยเฉพาะปีนั้น
เดือนสิงหาคมปีนี้ GBP/USD เคลื่อนไหวแถว 1.35 ท่ามกลางแรงกดดันจากความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางที่หนุนดอลลาร์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
นักลงทุนควรวางกลยุทธ์บริหารความเสี่ยงให้รอบคอบ ไม่ใช้สถิติฤดูกาลเป็นสัญญาณเทรดเดี่ยว ๆ
ข้อมูลสถิติจาก TradingView และอื่น ๆ ที่รวบรวมย้อนหลังกว่า 50 ปีนับตั้งแต่การล่มสลายของระบบ Bretton Woods ในปี 1971 ชี้ตรงกันว่า เดือนสิงหาคมเป็นเดือนที่ GBP/USD มีผลตอบแทนเฉลี่ยแย่ที่สุดในบรรดา 12 เดือน โดยติดลบเฉลี่ยประมาณ 0.49-0.5% รูปแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะปีใดปีหนึ่ง แต่ปรากฏซ้ำในรายงาน Seasonality หลายปีติดต่อกัน ทั้งปี 2024, 2025 และ 2026
ที่น่าสนใจคือ GBP/USD ไม่ได้อ่อนค่าเพียงลำพัง เพราะ AUD/USD ก็มีรูปแบบ Seasonality อ่อนแอคล้ายกันในเดือนสิงหาคม (เฉลี่ยติดลบราว 0.6%) และ USD/JPY ก็มักเป็นขาลงเช่นกัน แต่ในทางกลับกัน คู่สกุลเงิน USD/CAD กลับมีแนวโน้มบวกเล็กน้อยในเดือนเดียวกัน (เฉลี่ยราว +0.16-0.2%) สะท้อนว่าความอ่อนแอในเดือนสิงหาคมไม่ได้เกิดจากดอลลาร์แข็งค่าทั่วกระดานเสมอไป แต่มีปัจจัยเฉพาะของฝั่งเงินปอนด์และดอลลาร์ออสเตรเลียเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
นักวิเคราะห์มักอธิบายรูปแบบ Seasonality นี้ผ่านปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายประการที่มักเกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงปลายฤดูร้อนของซีกโลกเหนือ
ช่วงเดือนสิงหาคมตรงกับฤดูวันหยุดพักร้อนในยุโรปและสหรัฐฯ โต๊ะเทรดของธนาคารและสถาบันการเงินหลายแห่งมีกำลังคนลดลง ทำให้ปริมาณคำสั่งซื้อขายบางลงกว่าช่วงเวลาปกติ ตลาดที่สภาพคล่องบางมักเปิดช่องให้ราคาเคลื่อนไหวแรงกว่าปกติเมื่อมีข่าวสำคัญเข้ามากระทบ
งานสัมมนาประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ Jackson Hole มักจัดขึ้นช่วงปลายเดือนสิงหาคม เป็นเวทีที่ประธาน Fed มักส่งสัญญาณนโยบายการเงินสำคัญ ความไม่แน่นอนก่อนงานนี้มักทำให้นักลงทุนลดความเสี่ยงและหันไปถือดอลลาร์มากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
ข้อมูลล่าสุดระบุว่า GBP/USD อ่อนตัวลงต่ำกว่าระดับ 1.35 จากแรงกดดันความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง แม้ตัวเลข GDP ไตรมาส 2 ของอังกฤษจะขยายตัว 0.4% ตรงตามคาดการณ์ก็ตาม สะท้อนว่าปัจจัยความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ยังสามารถกดดันเงินปอนด์ให้อ่อนค่าลงได้ แม้พื้นฐานเศรษฐกิจในประเทศจะออกมาไม่แย่เลยก็ตาม
สิ่งสำคัญที่นักวิเคราะห์ย้ำเสมอคือ ตัวเลข Seasonality เหล่านี้เป็นค่าเฉลี่ยทางสถิติระยะยาว ไม่ใช่การรับประกันผลลัพธ์ในปีใดปีหนึ่ง ปีที่ผ่านมาบางปี GBP/USD ก็สวนทางกับสถิติฤดูกาลนี้ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับบริบทเศรษฐกิจมหภาคที่แตกต่างกันไปในแต่ละปี
มุมมองที่ควรระวังคือ การนำสถิติ Seasonality ไปใช้เป็น “สัญญาณเทรดฟอเร็กซ์” โดยตรง เพราะรูปแบบนี้บอกได้เพียงว่า โดยเฉลี่ยในอดีต เดือนสิงหาคมมักไม่เป็นมิตรกับเงินปอนด์ แต่ไม่ได้บอกว่าปีนี้จะซ้ำรอยแน่นอน ปัจจัยเฉพาะหน้า เช่น มติอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางอังกฤษ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เหตุการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่คาดคิด ล้วนมีน้ำหนักมากกว่ารูปแบบฤดูกาลในระยะสั้น
สำหรับเทรดเดอร์ไทย ความอ่อนแอของเงินปอนด์ในเดือนสิงหาคมมักมาพร้อมกับดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบทางอ้อมต่อค่าเงินบาทผ่านทิศทางดัชนีดอลลาร์ (DXY) เช่นกัน หากดอลลาร์แข็งค่าตามฤดูกาลนี้ต่อเนื่อง เงินบาทก็มีโอกาสอ่อนค่าตามไปด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควรจับตาควบคู่กันสำหรับผู้ที่ติดตามทั้งตลาด Forex และทองคำในประเทศ
แทนที่จะเทรดตามสถิติ Seasonality โดยตรง เทรดเดอร์ควรใช้ข้อมูลนี้เป็นเพียงบริบทประกอบการตัดสินใจ ร่วมกับการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม
ตรวจสอบปฏิทินเศรษฐกิจก่อนเทรดทุกครั้ง ช่วงเดือนสิงหาคมมีเหตุการณ์สำคัญ เช่น ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ และการประชุม Jackson Hole ที่อาจทำให้ความผันผวนพุ่งสูงกว่าปกติ อีกทั้งการทราบช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเทรดคู่เงินปอนด์/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนวางแผนเข้าเทรดก็อาจส่งผลให้เทรดได้มีประสิทธิภาพขึ้น
ปรับขนาดโพซิชันให้สอดคล้องกับความผันผวนที่อาจสูงขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพคล่องตลาดที่บางลงในช่วงวันหยุดพักร้อน ซึ่งส่งผลให้การเคลื่อนไหวของราคาต่อคำสั่งซื้อขายอาจรุนแรงกว่าปกติ
อย่าใช้สถิติฤดูกาลเป็นเหตุผลเดียวในการเข้าเทรด ควรใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคและปัจจัยพื้นฐานปัจจุบันร่วมด้วย เพราะสถิติในอดีตเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวม ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
ฝึกฝนกับบัญชีทดลองก่อนเทรดจริงในช่วงตลาดผันผวน สำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการเทรดในช่วงสภาพคล่องบาง การสังเกตพฤติกรรมราคาผ่านบัญชีทดลองช่วยลดความเสี่ยงจากการตัดสินใจที่ยังไม่พร้อมได้

เงินปอนด์มักอ่อนค่าในเดือนสิงหาคมเพราะสภาพคล่องตลาดที่บางลงจากฤดูวันหยุดพักร้อน ผสานกับความไม่แน่นอนก่อนการประชุม Jackson Hole ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มักจัดขึ้นช่วงปลายเดือน ปัจจัยเหล่านี้มักทำให้นักลงทุนหันไปถือดอลลาร์มากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
สิงหาคมคือเดือนที่ GBP/USD มีผลตอบแทนเฉลี่ยแย่ที่สุดในบรรดา 12 เดือน นับตั้งแต่ปี 1971 โดยติดลบเฉลี่ยราว 0.49-0.5% ตามข้อมูลสถิติ Seasonality ระยะยาว
สถิติ Seasonality เป็นค่าเฉลี่ยจากข้อมูลย้อนหลังกว่า 50 ปี ไม่ใช่การพยากรณ์ที่แม่นยำสำหรับปีใดปีหนึ่ง แต่ละปีอาจเบี่ยงเบนจากค่าเฉลี่ยนี้ได้มาก ขึ้นอยู่กับบริบทเศรษฐกิจและเหตุการณ์เฉพาะหน้าของปีนั้น ๆ ควรใช้เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่สัญญาณเทรดเดี่ยว ๆ
AUD/USD มีรูปแบบ Seasonality อ่อนแอคล้ายกันในเดือนสิงหาคม (เฉลี่ยติดลบราว 0.6%) เช่นเดียวกับ USD/JPY ขณะที่ USD/CAD กลับมีแนวโน้มบวกเล็กน้อยในเดือนเดียวกัน สะท้อนว่าความอ่อนแอนี้ไม่ได้เกิดจากดอลลาร์แข็งค่าทั่วกระดานเพียงอย่างเดียว