"ค่าเงินบาท" ทรงตัว 32.59 จับตาผลเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी

"ค่าเงินบาท" ทรงตัว 32.59 จับตาผลเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน

ผู้เขียน: Niracha Wang

เผยแพร่เมื่อ: 2026-04-07

EURUSD
ซื้อ: -- ขาย: --
เริ่มเทรดเลย

Geopolitical tension and global currencies.png

7 เมษายน 2569 – สถานการณ์การเงินโลกยังคงเต็มไปด้วยความผันผวน โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของ ค่าเงินบาท ที่เปิดตลาดเช้านี้ในลักษณะทรงตัว ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังเฝ้าติดตามความคืบหน้าของการเจรจาหยุดยิงในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อทิศทางของค่าเงินและราคาสินทรัพย์ปลอดภัย


ค่าเงินบาทวันนี้: เปิดตลาดทรงตัวที่ 32.59 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาท เปิดเช้านี้ที่ระดับ 32.59 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นการทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับระดับปิดในช่วงสัปดาห์ก่อนหน้า (วันศุกร์ที่ 3 เมษายน)

สำหรับการเคลื่อนไหวในช่วงวันหยุดที่ผ่านมา ค่าเงินบาท มีลักษณะแกว่งตัวในกรอบ Sideways (32.44-32.72 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีจังหวะแข็งค่าขึ้นช่วงสั้นๆ จนทะลุแนวรับ 32.50 บาท ตามกระแสข่าวเชิงบวกเรื่องการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนที่ยังคงสูงทำให้บาทกลับมาแกว่งตัวเหนือโซน 32.50 อีกครั้งในเช้าวันนี้


ปัจจัยหนุนและแรงกดดันต่อ "ค่าเงินบาท"

ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อ ค่าเงินบาท ในขณะนี้มาจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง:

  1. กระแสข่าวการเจรจาหยุดยิง: ข่าวการพูดคุยระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ช่วยลดทอนความร้อนแรงของเงินดอลลาร์และราคาน้ำมันดิบลงชั่วคราว ส่งผลให้แรงกดดันฝั่งอ่อนค่าของเงินบาทเบาบางลง

  2. ราคาทองคำผันผวน: ราคาทองคำ (XAUUSD) พุ่งขึ้นทดสอบโซน 4,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนจะย่อตัวลง ซึ่งความผันผวนของราคาทองคำมักส่งผลให้เกิดธุรกรรมซื้อขายทองคำที่กระทบต่อทิศทางของ ค่าเงินบาท โดยตรง

  3. ความไม่แน่นอนของสงคราม: แม้จะมีข่าวเจรจา แต่การโจมตีทางอากาศในอิหร่านยังคงดำเนินอยู่ ทำให้ตลาดการเงินยังไม่วางใจและมีความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk (พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง)


แนวโน้มและกรอบการเคลื่อนไหวทางเทคนิค

ในเชิงเทคนิคัล ค่าเงินบาท ยังคงอยู่ในแนวโน้มอ่อนค่า (Trend-Following) ตราบใดที่ยังไม่สามารถแข็งค่าผ่านโซน 32.00-32.25 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจน โดยนักวิเคราะห์ประเมินกรอบดังนี้:

  • กรอบรายวัน: 32.45 - 32.75 บาทต่อดอลลาร์

  • แนวรับสำคัญ: 32.40 / 32.20 และ 32.00 บาทต่อดอลลาร์

  • แนวต้านสำคัญ: 32.75 / 33.00 และ 33.10 บาทต่อดอลลาร์


สิ่งที่ต้องจับตา: ฤดูกาลจ่ายปันผลและความเสี่ยง Stagflation

นอกเหนือจากปัจจัยเรื่องสงคราม นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับปัจจัยภายในและภายนอกอื่นๆ ที่อาจซ้ำเติมสถานการณ์ ค่าเงินบาท ได้แก่:

  • Flow จ่ายเงินปันผล: ช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมเป็นฤดูกาลที่บริษัทจดทะเบียนไทยจ่ายเงินปันผลให้นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะมีการแลกเงินบาทเป็นดอลลาร์เพื่อส่งกลับประเทศ เป็นปัจจัยกดดันให้ ค่าเงินบาท อ่อนค่าลงได้เพิ่มเติม

  • นโยบายการเงินสหรัฐฯ: ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะประกาศในสัปดาห์นี้จะส่งผลต่อการคาดการณ์ดอกเบี้ยของ Fed

  • ความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย: หากความขัดแย้งยืดเยื้อ เศรษฐกิจไทยเสี่ยงจะเกิดภาวะ Stagflation ซึ่งจะทำให้ฟันด์โฟลว์จากต่างชาติยังไม่รีบกลับเข้าสู่สินทรัพย์ไทย

คำแนะนำ: ท่ามกลางความผันผวนสูง ผู้เล่นในตลาดควรพิจารณาใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง เช่น Options และหมั่นประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของ ค่าเงินบาท ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ


บทความแนะนำ
ด่วน! ค่าเงินบาทอ่อนค่าหนักทะลุ 31.99 รับข่าว "เรือไทย" ถูกโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ จับตาน้ำมันพุ่ง 100 ดอลลาร์
หุ้นไทยวันนี้ทรุด! น้ำมันพุ่งแตะ $106 รับศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน เช็ก 5 หุ้นเสี่ยงหลุดพอร์ตด่วน
เหตุใดค่าเงินเอเชียอ่อนค่าลงในขณะที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น
ค่าเงินบาทอ่อน ทะลุ 33 บาท ต่ำสุดรอบ 9 เดือน รับดอลลาร์พุ่ง-ศึกระอุ
ทองคำพุ่ง 2,400 บาท! แตะ 71,500 บาท! ตลาดโลกยังเสี่ยงขาลง