เผยแพร่เมื่อ: 2026-06-19
กำไรปกติ Q1/2569 อยู่ที่ 9,326 ล้านบาท +43.3% YoY ทำ All-Time High ติดต่อกันสี่ไตรมาสแล้ว รายได้รวม 39,041 ล้านบาท (+21% YoY) EBITDA 16,134 ล้านบาท (+27% YoY) LH Securities คาดกำไรปกติทั้งปี 2569 ที่ 3 หมื่นล้านบาท โดยกำไร Q1 คิดเป็น 31% ของเป้าทั้งปีแล้ว
ราคาปัจจุบัน ~64 บาท เทียบกับ 52-week range 37.75-68.50 บาท P/E 10.56 เท่า Market Cap ~9.4 แสนล้านบาท D/E Ratio อยู่ที่ 0.91 เท่า ต้นทุนดอกเบี้ยรวมกลุ่ม 3% โดย 95% เป็นอัตราคงที่ โบรกเกอร์ส่วนใหญ่แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 66-91 บาท Upside 3-42% จากราคาปัจจุบัน
ปันผลปี 2568 รวม 3.25 บาทต่อหุ้น (ปกติ 1.05 บาท + พิเศษ 2.20 บาท) Payout Ratio 72.4% Dividend Yield ที่ราคาปัจจุบัน ~5% กระแสเงินสดจาก ADVANC และ KBANK ทำให้นักวิเคราะห์คาด DPS ปี 2569 อยู่ที่ 3.35-4.58 บาทต่อหุ้น
แผนลงทุน Data Center สูงสุด 140,000 ล้านบาท ($4.3 พันล้าน) ใน 5 ปี ขยายจาก 200 MW สู่ 2,000 MW ตลาด Data Center ไทยคาดเติบโต CAGR 27.7% แตะ $6.29 พันล้านในปี 2574 GULF มีต้นทุนเชิงโครงสร้างที่ผู้เล่นรายอื่นทำซ้ำไม่ได้เพราะผลิตไฟฟ้าเอง
GULF ทำกำไรปกติ 9,326 ล้านบาทใน Q1/2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ซ้ำติดต่อกันเป็นไตรมาสที่สี่ บริษัทที่มี Market Cap เกือบ 1 ล้านล้านบาทยังรักษาโมเมนตัมแบบนี้ได้ไม่บ่อยนักในตลาด SET
ราคาหุ้นปัจจุบันที่ ~64 บาทยังต่ำกว่าราคาเป้าหมายของโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ที่ให้ไว้ในช่วง 66-91 บาท และต่ำกว่าสถิติสูงสุด 52 สัปดาห์ที่ 68.50 บาท คำถามที่ตลาดกำลังตั้งคือธุรกิจใหม่สองด้าน ได้แก่ Data Center และพลังงานหมุนเวียน เปลี่ยนโครงสร้างกำไรของบริษัทนี้ไปถาวรแล้วหรือยัง

หลายคนยังจำ Gulf Energy Development ว่าเป็น “บริษัทโรงไฟฟ้าก๊าซ” ที่ขายไฟให้ EGAT แต่นับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 บริษัทนี้ควบรวมกับ INTUCH Holdings และ ADVANC เปลี่ยนชื่อเป็น Gulf Development กลายเป็นคนละบริษัทกับที่เคยรู้จักโดยสิ้นเชิง รายได้รวมปี 2568 อยู่ที่ 135,596 ล้านบาท โดยธุรกิจโทรคมนาคมผ่าน ADVANC ทำให้โครงสร้างรายได้เปลี่ยนไปอย่างถาวร
GULF ปัจจุบันประกอบด้วยสามแกนธุรกิจหลัก ได้แก่ พลังงาน (โรงไฟฟ้าก๊าซและพลังงานหมุนเวียน) โทรคมนาคม (ผ่าน ADVANC) และ Data Center/Cloud การกระจายรายได้จากสามแกนทำให้กำไรของกลุ่มมีเสถียรภาพสูงกว่าเดิมมาก เพราะแต่ละธุรกิจมีวัฏจักรที่แตกต่างกัน
D/E Ratio อยู่ที่ 0.91 เท่า ต่ำกว่าผิดปกติสำหรับบริษัทโครงสร้างพื้นฐานขนาดนี้ เพราะการควบรวมกับ INTUCH ทำให้ Equity ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว บริษัทจึงมีพื้นที่ลงทุนอีกมากก่อนที่ Balance Sheet จะถึงจุดที่ต้องระมัดระวัง ปี 2569 คือปีแรกที่นักลงทุนจะเห็น Synergy ของการควบรวมทั้งหมดปรากฏในผลประกอบการเต็มปี
กำไรปกติ 9,326 ล้านบาท เพิ่ม 18.2% จาก Q4/2568 และ 43.3% จาก Q1/2568 รายละเอียดสำคัญอยู่ที่ส่วนประกอบ โรงไฟฟ้า Gulf Uthai และ Gulf Nong Saeng ทำ Load Factor เพิ่มจาก 55% เป็น 80% และ 76% ตามลำดับ สะท้อนอุปสงค์ไฟฟ้าในประเทศที่ขยายตัวตามกระแส Data Center และ AI
โครงการ Jackson Generation ในสหรัฐฯ ทำกำไร 208 ล้านบาทใน Q1 เพิ่มเกือบ 7 เท่าจาก 30 ล้านบาทใน Q1 ปีก่อน เนื่องจากค่า Capacity Payment พุ่งจาก $29 ต่อ MW ต่อวันเป็น $270 และจะเพิ่มอีกเป็น $329 ในเดือนมิถุนายน ทำให้ Q2 จะรับกำไรจากโรงไฟฟ้านี้สูงขึ้นไปอีก
โครงการ Solar BESS รวม 1,129 MW เริ่มบันทึกรายได้เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรกใน Q1 และโครงการลม Mekong ในเวียดนามตกลงอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ที่ 7.2 US cents/kWh เพิ่มจาก 3.9 US cents ทำให้บันทึกรายได้ย้อนหลังตั้งแต่ต้นปี 2567 เข้ามาด้วย โดย Krungsri คาดกำไรสุทธิโต 20% ทั้งปีนี้ และ Kiatnakin Phatra ประเมิน CAGR ของ GULF ที่ 18% ในช่วงปี 2568-2570 สูงสุดในกลุ่มสาธารณูปโภค SET
ผู้ประกอบการ Data Center ทุกรายในโลกแบกค่าไฟฟ้าเป็น 40-60% ของต้นทุนดำเนินงาน ทำให้ผู้เล่นรายอื่นในไทยต้องซื้อจาก EGAT ในอัตราตลาด แต่ GULF มีโรงไฟฟ้าในเครือที่ป้อนไฟให้ Data Center ของตัวเองในต้นทุนต่ำกว่า ฝ่ายบริหารตั้ง Target Profitability ของ Data Center ไว้ที่ 20 ล้านบาทต่อ MW ต่อปี ซึ่งสะท้อนโครงสร้างต้นทุนที่ต่างออกไปจากผู้เล่นที่ต้องซื้อไฟจากภายนอก
GSA01 ขนาด 25 MW เปิดแล้วและปี 2569 เป็นปีแรกที่บันทึกรายได้เต็มปี ต่อไปคือ GSA02 ขนาด 38 MW และ GSA03 ขนาดสูงสุด 100 MW กำหนดเปิดในปี 2570 ทั้งสามโครงการเป็น Joint Venture ระหว่าง GULF, Singtel และ AIS โดย GULF ยังมีข้อตกลงกับ Google Cloud จะพัฒนา Sovereign Cloud Services ในไทย และข้อตกลงกับ Microsoft สำหรับ Data Center Services และ AI Solutions
อย่างไรก็ตาม Sarath Ratanavadi CEO ของ GULF เตือนในการประชุมนักลงทุนวันที่ 4 มิถุนายน 2569 ว่า Data Center ต่างชาติบางกลุ่มเปรียบได้กับ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เข้ามาซื้อไฟ ซื้อน้ำ นำเข้าอุปกรณ์ทั้งหมด แล้วโอนกำไรกลับต่างประเทศโดยไม่สร้างมูลค่าให้เศรษฐกิจไทย เขาเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการควบคุม และ GULF ที่ผลิตไฟฟ้าเอง จ้างคนไทย และร่วมทุนกับ AIS จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากนโยบายนั้นโดยตรง
แผน PDP ฉบับใหม่ครอบคลุมปี 2569-2593 กำหนดเป้าพลังงานสะอาดมากกว่า 50% ของกำลังการผลิตรวม และเร่งเป้า Net Zero จากปี 2608 เป็น 2593 แผนนี้ยังนำความต้องการไฟฟ้าจาก Data Center และ AI Infrastructure เข้าเป็นปัจจัยขับเคลื่อนอุปสงค์ใหม่เป็นครั้งแรก ทำให้ GULF ได้รับผลประโยชน์ทั้งฝั่งผู้ผลิตไฟฟ้าและฝั่งผู้ให้บริการ Data Center พร้อมกัน
GULF มีกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนที่อยู่ระหว่างพัฒนาอีกมาก ทั้ง Solar กว่า 2,637 MW ลมทั้งในฝั่งและนอกชายฝั่งอีก 1,500 MW และ Solar Rooftop 63 MW กำหนดเปิดในปีนี้ สำหรับปี 2569 ตั้งเป้าเพิ่มกำลังผลิต 700 MW รวมถึง Solar BESS 302 MW ที่แก้ปัญหาพลังงานแสงอาทิตย์ผลิตได้ไม่สม่ำเสมอ
PDP ใหม่ที่รอผ่านคณะรัฐมนตรีคือ Catalyst ที่ตลาดยังไม่ได้ตอบสนองเต็มที่ เมื่อ PDP ผ่านและเปิดรับสมัครโครงการ GULF ในฐานะผู้พัฒนาพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ที่สุดในไทยจะเป็นผู้ชนะสัญญา PPA ใหม่โดยตรง แต่ความล่าช้าในกระบวนการนี้เป็นความเสี่ยงด้าน Timeline ที่นักลงทุนควรติดตาม

ราคาหุ้น ~64 บาทในต้นมิถุนายน 2569 เทียบกับ 52-week range 37.75-68.50 บาท P/E (อัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น ใช้วัดความถูก-แพงของหุ้น) อยู่ที่ 10.56 เท่า ต่ำผิดปกติสำหรับบริษัทที่กำไรโต +43% ใน Q1 ราคาเป้าหมายจากโบรกเกอร์ที่อัปเดตล่าสุดได้แก่ KGI 70 บาท, ASPS 71.25 บาท, INVX 75 บาท, Bualuang Securities 72 บาท และบางโบรกเห็นเป้าสูงถึง 82-91 บาท
EV/EBITDA อยู่ที่ 11.49 เท่า P/BV อยู่ที่ 2.72 เท่า ตัวเลขเหล่านี้สมเหตุสมผลสำหรับบริษัทที่กำไรเติบโตเฉลี่ย 56% ต่อปีในช่วงสามปีที่ผ่านมา KKPS ระบุว่ากลุ่มสาธารณูปโภค SET ซื้อขายต่ำกว่าค่าเฉลี่ยประวัติศาสตร์ราว 1 Standard Deviation ทั้งกลุ่มจึงมีพื้นที่สำหรับ Rerating อีกมาก
สัดส่วน KBANK 9.99% ที่ GULF ถืออยู่ ซึ่งหากอนาคตสัดส่วนเพิ่มเกิน 20% GULF จะรับรู้กำไรจาก KBANK ตาม Equity Method ซึ่งนักวิเคราะห์ประเมินว่าอาจเพิ่มกำไรได้ถึง 9,000 ล้านบาทต่อปี แต่ CEO ระบุชัดว่าจะคงสัดส่วนไว้ที่ ~10% เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกำหนดด้านกฎระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย
GULF จ่ายปันผลรวมสำหรับช่วง 1 เมษายน-31 ธันวาคม 2568 อยู่ที่ 3.25 บาทต่อหุ้น ประกอบด้วยปันผลปกติ 1.05 บาทและปันผลพิเศษ 2.20 บาท โดยมูลค่าเงินปันผลรวม 48,554 ล้านบาท คิดเป็น Payout Ratio 72.4% ซึ่งสูงกว่านโยบายขั้นต่ำที่กำหนดไว้ 30% กว่าสองเท่า ทำให้กระแสเงินสดของกลุ่มแข็งแกร่งพอที่จะรักษาระดับนี้ได้ต่อเนื่อง
ที่ราคาหุ้น ~64 บาท จะมี Dividend Yield อยู่ที่ ~5% เทียบกับดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือนที่ 1.5-2% ทำให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก 2-3 เท่า พร้อม Capital Gain ที่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ยังเห็น Upside อยู่
สำหรับปี 2569 Maybank Securities ประเมินว่า GULF จะได้รับปันผลดีจาก ADVANC มากกว่า 30,000 ล้านบาท และ Dividend Income จาก KBANK อีกประมาณ 2,840 ล้านบาทใน Q2 การที่มีฐานะเงินสดที่หนาขึ้นนี้ทำให้นักวิเคราะห์หลายรายคาด DPS ปี 2569 ที่ 3.35-4.58 บาทต่อหุ้น แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงขึ้นอยู่ที่คณะกรรมการบริษัท
ADVANC กลายเป็นแหล่งกำไรและกระแสเงินสดหลักของ GULF หลังการควบรวม หากธุรกิจโทรคมนาคมชะลอตัวจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น หรือหากการเปิดตัว CLIX Bank (Virtual Bank ร่วมกับ KBank และ OR กำหนดมิถุนายน-กรกฎาคม 2569) ล่าช้า GULF จะได้รับผลกระทบโดยตรง ในทางกลับกัน CLIX Bank ที่เติบโตแรงจะเป็น Upside ที่ตลาดยังไม่ได้คิดรวมไว้
GULF วางแผนออกหุ้นกู้รวม 70,000 ล้านบาทในปี 2569 รวมถึงหุ้นกู้ USD มูลค่า 15,000 ล้านบาทกลางปี และอีก 20,000 ล้านบาทในเดือนตุลาคม แม้ต้นทุนดอกเบี้ยรวมยังอยู่ที่ 3% โดย 95% เป็นอัตราคงที่ แต่ขนาดหนี้ที่ขยายตามแผนลงทุน 140,000 ล้านบาทในด้าน Data Center คือตัวแปรที่ต้องจับตาในระยะยาว
รายได้จาก PPA กับ EGAT ผูกกับกรอบ PDP โดยตรง ความล่าช้าในการอนุมัติโครงการใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงค่าไฟจะกระทบ Timeline ของโครงการพลังงานหมุนเวียนรุ่นถัดไป ด้านค่าเงิน GULF บันทึกขาดทุน FX ราว 200 ล้านบาทใน Q1 จากหนี้สกุลต่างประเทศ ความอ่อนค่าของเงินบาทที่ยังดำเนินอยู่อาจซ้ำในไตรมาสถัดไปได้
GULF จะรายงาน Q2/2569 วันที่ 20 สิงหาคม 2569 โดยมีรายการพิเศษที่ฝ่ายบริหารระบุล่วงหน้ารวมประมาณ 4,700 ล้านบาท ประกอบด้วยกำไรจากขาย 51% โครงการไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay (770 MW) ในลาวให้ J-Power 1,900 ล้านบาท และ Dividend Income จาก KBANK อีก 2,840 ล้านบาท LH Securities และ Krungsri ต่างคาดว่า Q2 จะทำ All-Time High ซ้ำอีกครั้ง
อุปสงค์ไฟฟ้าในฤดูร้อน (เมษายน-มิถุนายน) เป็นตัวเร่งรายได้ตามฤดูกาลด้วย ค่า Capacity Payment ของ Jackson Generation ในสหรัฐฯ เพิ่งขึ้นจาก $270 เป็น $329 ต่อ MW ต่อวันในเดือนมิถุนายน ทำให้กำไรจากโรงไฟฟ้านี้ใน Q2 จะสูงกว่า Q1 อย่างชัดเจน
GSA01 Data Center 25 MW จะบันทึกรายได้เต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก รวมกับ Solar Farm ใหม่ 623 MW ที่เพิ่งเริ่มดำเนินการในปลายปี 2568 ซึ่งรับรู้รายได้เต็มเพียงบางส่วนใน Q1 ถ้ากำไร Q2 ทำ All-Time High อีกครั้ง ตลาดก็คงจะตอบคำถามที่ถามมาตลอดว่าฐานกำไรใหม่ของ Gulf Development หลังการควบรวมตั้งมั่นแล้วหรือยัง
หลังควบรวม 1 เมษายน 2568 บริษัทใหม่ใช้ชื่อ “Gulf Development” (Ticker: GULF เหมือนเดิม) โดยรวมธุรกิจโทรคมนาคม ADVANC และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเข้ามาด้วย ฐานรายได้และกำไรจึงต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง การเปรียบ Valuation กับข้อมูลก่อนปี 2568 ต้องทำด้วยความระมัดระวัง
P/E ต้องดูควบคู่กับอัตราการเติบโตของกำไร สำหรับบริษัทที่กำไรโต +43% ใน Q1/2569 และคาดโตอีก 20-22% ทั้งปี P/E 10.56 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มสาธารณูปโภคในภูมิภาค Morningstar ประเมิน Fair Value ไว้ที่ 60.44 บาท แต่โบรกเกอร์ส่วนใหญ่เห็นเป้าสูงกว่า 70 บาทขึ้นไป
ขึ้นอยู่กับมติคณะกรรมการ GULF คาดรับปันผลจาก ADVANC มากกว่า 30,000 ล้านบาทในปีนี้ ทำให้ฐานะเงินสดแข็งแกร่งพอสำหรับปันผลพิเศษ นักวิเคราะห์คาด DPS รวมปี 2569 ที่ 3.35-4.58 บาทต่อหุ้น แต่ควรรอมติอย่างเป็นทางการจากคณะกรรมการในช่วงต้นปี 2570
GULF ผลิตไฟฟ้าเอง ในขณะที่ค่าไฟคิดเป็น 40-60% ของต้นทุน Data Center ทุกแห่ง คู่แข่งต้องซื้อไฟจาก EGAT ในอัตราตลาด แต่ GULF ป้อนไฟให้ Data Center ของตัวเองในต้นทุนต่ำกว่า ฝ่ายบริหารตั้ง Target Profitability ไว้ที่ 20 ล้านบาทต่อ MW ต่อปี ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปของผู้ดำเนินการ Data Center ในภูมิภาค
GULF ทำกำไร All-Time High สี่ไตรมาสซ้อนพร้อมกับราคาหุ้นที่ยังต่ำกว่าราคาเป้าหมายโบรกเกอร์ส่วนใหญ่ เมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจที่ขยายตัวสามแกนพร้อมกัน โดยปันผล 5% ในสภาพแวดล้อมดอกเบี้ย 2% และแผนลงทุน 140,000 ล้านบาทในตลาดที่โต CAGR 27.7% หาดูได้ยากในตลาด SET ความเสี่ยงจากการกระจุกตัวรายได้ใน ADVANC และการขยายหนี้สินสำหรับ Data Center เป็นสิ่งที่ต้องชั่งน้ำหนักให้ตรงกับสถานการณ์การเงินและ Risk Tolerance ของแต่ละคน
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 คือวันที่ตลาดจะรับรู้ผล Q2 พร้อม Catalyst พิเศษรวมราว 4,700 ล้านบาทที่ฝ่ายบริหารระบุล่วงหน้า โดยถ้าบริษัททำกำไร All-Time High ซ้ำอีกครั้ง ตลาดก็คงจะตอบคำถามที่ถามมาตลอดว่าฐานกำไรใหม่ของ Gulf Development หลังการควบรวมมั่นคงแล้วหรือยัง