เผยแพร่เมื่อ: 2023-11-08
อัปเดตเมื่อ: 2026-05-14
สิ่งนี้มีความสำคัญเนื่องจากการเคลื่อนไหวของราคาแทบไม่เคยถูกขับเคลื่อนโดยปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว นักลงทุนมีปฏิกิริยาต่อข้อมูลเงินเฟ้อ นโยบายธนาคารกลาง ผลกำไรทางธุรกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และหัวข่าวต่างๆ ในปี 2026 อารมณ์ตลาดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วระหว่างความปรารถนารับความเสี่ยงและความระมัดระวัง ขณะที่ตลาดประเมินความแข็งแรงของหุ้นที่นำโดย AI ความเสี่ยงอัตราภาษี ความผันผวนของราคาน้ำมัน และการเปลี่ยนแปลงความคาดหวังอัตราดอกเบี้ย เครื่องวัดอารมณ์ที่ชัดเจนช่วยให้นักเทรดหลีกเลี่ยงการตัดสินใจตามอารมณ์เมื่อตลาดเคลื่อนไหวรวดเร็ว

ดัชนีความกลัวและความโลภ เป็นอินดิเคเตอร์วัดอารมณ์ตลาด โดยปกติมีค่าอยู่ในช่วง 0 ถึง 100
คะแนนต่ำแสดงถึงความกลัว คะแนนสูงแสดงถึงความโลภ คะแนนระดับกลางบ่งชี้ว่าอารมณ์ตลาดมีความสมดุล
ดัชนีนี้ได้รับความนิยมเนื่องจากช่วยลดความซับซ้อนของคำถามว่า นักลงทุนปฏิบัติตามเหตุผล หรืออารมณ์เริ่มครอบงำการตัดสินใจ
ถึงกระนั้น ไม่ควรถือเป็นสัญญาณซื้อหรือขายโดยตรง ความกลัวยังคงสูงได้ตลอดช่วงตลาดขาลง ความโลภยังคงอยู่ได้ในเทรนด์ขาขึ้นที่แข็งแรง ดัชนีทำงานได้ดีที่สุดในฐานะเครื่องมือประกอบบริบท ควรใช้ร่วมกับการเคลื่อนไหวราคา ความผันผวน ขอบเขตตลาด และข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค
ไม่มีสูตรเดียวที่ใช้ได้กับทุกตลาด การคำนวณขึ้นอยู่กับว่าดัชนีติดตามหุ้นหรือสินทรัพย์ประเภทอื่น
สำหรับหุ้นสหรัฐฯ เวอร์ชันที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ CNN Fear and Greed Index ใช้อินดิเคเตอร์ 7 ตัว ที่วัดโมเมนตัม ขอบเขตตลาด ความเสี่ยงสินเชื่อ ความผันผวน และความต้องการสินทรัพย์หลบภัย สรุปการวิจัยระบุว่าดัชนี CNN คือค่าเฉลี่ยอย่างง่ายของปัจจัย 7 ประการ ได้แก่ โมเมนตัมตลาด ความแข็งแรงราคาหุ้น ขอบเขตราคาหุ้น อัตราอ็อปชันพุท/คอล ความผันผวนของตลาด ความต้องการสินทรัพย์หลบภัย และความต้องการพันธบัตรคุณภาพต่ำ
เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2026 ข้อมูลสดของ CNN แสดงดัชนีอยู่ที่ประมาณ 69 บ่งชี้ภาวะความโลภ ค่าอ่านนี้ไม่ได้หมายความว่าตลาดไม่มีความเสี่ยง แต่แสดงให้เห็นว่าองค์ประกอบอารมณ์ตลาดหลายส่วนฟื้นตัวหลังช่วงเกิดความเครียด
ดัชนีความกลัวและความโลภมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อมองผ่านวัฏจักรตลาด
ในช่วงการขายร่วงลงครั้งใหญ่ ดัชนีมักลดลงเข้าสู่ภาวะความกลัวสุดขั้ว นักลงทุนซื้ออ็อปชันพุท ความผันผวนเพิ่มสูง ขอบเขตตลาดอ่อนแอลง และความต้องการพันธบัตรเพิ่มขึ้น ในช่วงการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแรง จะเกิดสภาพตรงข้าม โมเมนตัมหุ้นดีขึ้น ความต้องการพันธบัตรคุณภาพต่ำเพิ่มสูง ความผันผวนลดลง และนักลงทุนกล้ารับความเสี่ยงมากขึ้น
ในเดือนมีนาคม 2026 ดัชนี CNN ลดลงสู่ภาวะความกลัวสุดขั้ว มีค่าอ่านอยู่ที่ 15-17 เนื่องจากความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ส่งผลกระทบต่อสินทรัพย์เสี่ยง MarketWatch รายงานว่านี่คือค่าต่ำที่สุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และสะท้อนอารมณ์ตลาดที่กังวลอย่างชัดเจน
ต้นเดือนพฤษภาคม 2026 อารมณ์ตลาดฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว ค่าอ่านของ CNN กลับเข้าสู่ภาวะความโลภ ในขณะที่ดัชนี VIX ยังคงไวต่อหัวข่าวภูมิรัฐศาสตร์ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2026 ดัชนี VIX ปรับตัวขึ้นสู่ 18.88 จากความกังวลใหม่เกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มูซ สะท้อนให้เห็นว่าความปรารถนารับความเสี่ยงฟื้นตัวได้รวดเร็วแต่ยังคงเปราะบาง
บทเรียนสำคัญคือ ดัชนีไม่ได้คาดการณ์อนาคต แต่แสดงให้เห็นทัศนคติทางอารมณ์ของนักลงทุนในปัจจุบัน
ดัชนีความกลัวและความโลภมักเชื่อมโยงกับตลาดหุ้น แต่นักเทรดมักนำมาเปรียบเทียบกับทองคำ เนื่องจากทองคำมีพฤติกรรมแตกต่างจากสินทรัพย์เสี่ยง
เมื่อความกลัวเพิ่มสูง นักลงทุนอาจย้ายเงินไปลงทุนในทองคำ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เงินเยนญี่ปุ่น ฟรังก์สวิส หรือดอลลาร์สหรัฐฯ ทองคำได้รับประโยชน์เมื่อตลาดมีทัศนคติป้องกันตัว โดยเฉพาะหากอัตราผลตอบแทนจริงลดลง ทำให้สินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยน่าลงทุนมากขึ้น
ทองคำสามารถปรับตัวขึ้นได้แม้ดัชนีแสดงภาวะความโลภ อาจเกิดจากความเสี่ยงเงินเฟ้อเพิ่มสูง ธนาคารกลางซื้อทองคำต่อเนื่อง ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ยังคงสูง หรือดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลง ทองคำยังสามารถปรับตัวลงในช่วงเกิดความกลัวได้ หากดอลลาร์สหรัฐฯ และอัตราผลตอบแทนจริงปรับตัวขึ้นพร้อมกัน
นี่คือเหตุผลที่นักเทรดไม่ควรสรุปว่า "เกิดความกลัวให้ซื้อทองคำ" หรือ "เกิดความโลภให้ขายทองคำ" คำถามที่ดีกว่าคือ อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความกลัว
หากความกลัวมาจากความผันผวนหุ้นและอัตราผลตอบแทนจริงลดลง ทองคำอาจได้รับการสนับสนุน หากความกลัวมาจากความตกใจสภาพคล่องและดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทองคำอาจเผชิญภาวะยากลำบาก ดัชนีให้บริบทการตลาด แต่ทองคำยังคงตอบสนองต่ออัตราดอกเบี้ย ค่าเงิน การไหลเวียนเงิน และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
การใช้งานที่ดีที่สุดของดัชนีความกลัวและความโลภคือการควบคุมความเสี่ยง
ช่วยให้นักเทรดตั้งคำถามที่เหมาะสมก่อนเข้าเทรด:
ตลาดมีการเข้าลงทุนหนาแน่นในทิศทางเดียวแล้วหรือไม่
นักลงทุนกำลังตามโมเมนตัมราคาหรือไม่
ความกลัวกำลังสร้างโอกาสลงทุนตามมูลค่าหรือไม่
ความโลภกำลังซ่อนขอบเขตตลาดที่อ่อนแอหรือไม่
ความผันผวนยืนยันหรือขัดแย้งกับค่าอารมณ์ตลาดหรือไม่
ค่าอ่านความกลัวต่ำกว่า 25 อาจบ่งชี้ว่าแรงขายเคลื่อนไหวสุดขั้ว แต่นักเทรดยังคงต้องการการยืนยัน เช่น ขอบเขตตลาดที่เสถียร ความผันผวนลดลง สเปรดสินเชื่อที่ดีขึ้น หรือโครงสร้างทางเทคนิคที่ชัดเจน จะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้สัญญาณ
ในตลาดฟอเร็กซ์ ดัชนีช่วยอธิบายความปรารถนารับความเสี่ยง ภาวะความโลภมักสนับสนุนสกุลเงินที่ไวต่อความเสี่ยงสูง เช่น ดอลลาร์ออสเตรเลีย และดอลลาร์นิวซีแลนด์ ส่วนภาวะความกลัวมักสนับสนุนสกุลเงินป้องกันตัว เช่น ดอลลาร์สหรัฐฯ เยนญี่ปุ่น หรือฟรังก์สวิส ขึ้นอยู่กับสาเหตุของความเครียด
ดัชนีควรถูกใช้เพื่อปรับระดับการถือครองสินทรัพย์ ไม่ใช่แทนที่การวิเคราะห์
ดัชนีความกลัวและความโลภมีข้อจำกัดสำคัญ 3 ประการ
ค่าอ่านที่มีประโยชน์ที่สุดมาจากการตรวจสอบองค์ประกอบเบื้องหลังคะแนนหลัก ตัวเลขเดียวมีประโยชน์ แต่เหตุผลเบื้องหลังตัวเลขมีความสำคัญมากกว่า
คุณค่าที่แท้จริงคือการสร้างระเบียบวินัย ค่าอ่านต่ำสามารถเปิดเผยความตกใจ ค่าอ่านสูงเตือนไม่ให้ตามราคาที่ร้อนแรง ค่าอ่านเป็นกลางช่วยเตือนนักเทรดให้มุ่งเน้นไปที่ปัจจัยพื้นฐานและโครงสร้างทางเทคนิค
หากใช้งานอย่างถูกต้อง ดัชนีไม่ได้แทนที่การวิเคราะห์ แต่ช่วยปรับปรุงการวิเคราะห์ การตัดสินใจที่แข็งแรงที่สุดเกิดจากการผสานอารมณ์ตลาดเข้ากับเทรนด์ ความผันผวน ข้อมูลเศรษฐกิจมหภาค และการจัดการความเสี่ยงที่เข้มงวด