เผยแพร่เมื่อ: 2026-07-03
Kill Zone คือกรอบเวลาประมาณ 2 ถึง 3 ชั่วโมงในแต่ละวันที่สถาบันการเงินเข้ามาทำธุรกรรมทองคำหนาแน่นที่สุด ทำให้ราคา XAUUSD เคลื่อนไหวแรงและมีทิศทางชัดกว่าช่วงอื่น แนวคิดนี้มาจากกรอบ ICT (Inner Circle Trader) ของ Michael Huddleston
เวลาไทยของ Kill Zone เปลี่ยนปีละ 2 ครั้งตาม Daylight Saving ของสหรัฐและอังกฤษ ในเดือนกรกฎาคม 2026 ซึ่งเป็นช่วงฤดูร้อน London Kill Zone ตรงกับ 13:00 ถึง 16:00 น. และ New York Open Kill Zone ตรงกับ 18:00 ถึง 21:00 น. เวลาไทย เร็วกว่าช่วงฤดูหนาว 1 ชั่วโมง
ข่าวเศรษฐกิจสหรัฐอย่าง CPI และ NFP ออกเวลา 08:30 น. ตามเวลานิวยอร์ก ซึ่งตรงกับ 19:30 น. เวลาไทยในช่วงฤดูร้อน ส่วนผลประชุม FOMC ออกเวลา 01:00 น. เวลาไทยของวันถัดไป ทั้งสองช่วงนี้ทำให้ทองวิ่งได้ 200 ถึง 500 จุดในเวลาไม่กี่นาที
London Kill Zone และ New York Open Kill Zone เป็นสองช่วงที่เหมาะกับนักเทรดทองไทยมากที่สุด เพราะตรงกับช่วงบ่ายถึงหัวค่ำ และเป็นเวลาที่สภาพคล่องทองคำสูงที่สุดของวัน โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทับซ้อนกันราว 20:00 ถึง 00:00 น. เวลาไทย
ทองคำปิดปี 2025 ด้วยราคาประมาณ 4,310 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้น 65% ในปีเดียว ซึ่งเป็นการปรับขึ้นแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1979 แล้วทำจุดสูงสุดใหม่ใกล้ 5,400 ดอลลาร์ในปลายเดือนมกราคม 2026 ก่อนย่อลงมาอยู่ราว 4,100 ดอลลาร์ในต้นเดือนกรกฎาคม ความผันผวนระดับนี้ทำให้จังหวะการเข้าเทรดสำคัญกว่าเดิมมาก
คนที่เปิดกราฟทั้งวันมักไม่ได้กำไรมากกว่าคนที่รู้ว่าควรดูตลาดช่วงไหน ความต่างอยู่ที่ Kill Zone เพราะการเคลื่อนไหวที่มีน้ำหนักจริงของทองกระจุกอยู่ในไม่กี่ชั่วโมงต่อวัน ที่เหลือคือช่วงที่ราคาแกว่งไปมาโดยไม่มีทิศทาง
บทความนี้อธิบาย Kill Zone ทั้ง 4 ช่วงของตลาดทอง เวลาไทยที่ปรับตามฤดูกาลจริงของปี 2026 เวลาข่าวสหรัฐที่ต้องเฝ้า วิธีใช้จริงทีละขั้น และข้อผิดพลาดที่ทำให้นักเทรดส่วนใหญ่เสียเงินในช่วงเวลาเหล่านี้

Kill Zone คือกรอบเวลาที่คำสั่งซื้อขายจากสถาบัน ธนาคาร และผู้ให้สภาพคล่องรายใหญ่ไหลเข้าตลาดทองพร้อมกัน เมื่อคำสั่งขนาดใหญ่เข้ามาในเวลาเดียวกัน ราคาจะตอบสนองรุนแรงและเคลื่อนตามทิศได้ยาวกว่าปกติ ชื่อ Kill Zone สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นจริง เพราะนี่คือเวลาที่รายใหญ่ล่าสภาพคล่องก่อนพาราคาไปทิศทางจริง
รูปแบบนี้เกิดซ้ำทุกสัปดาห์เพราะโครงสร้างเวลาเปิดปิดของศูนย์กลางการเงินโลกคงที่ ตลาดโตเกียว ลอนดอน และนิวยอร์ก มีชั่วโมงทำการที่แน่นอนและทับซ้อนกันในช่วงเดิมทุกวัน คำสั่งสถาบันจึงไหลเข้าในจังหวะที่คาดเดาได้ในระดับหนึ่ง
สิ่งที่นักเทรดต้องเข้าใจคือ Kill Zone ไม่ได้แปลว่าต้องเข้าเทรดทันทีที่ถึงเวลา แต่หมายถึงช่วงที่ควรตั้งใจดูตลาด เพราะโอกาสที่มีคุณภาพส่วนใหญ่ของวันจะเกิดขึ้นในกรอบเวลาเหล่านี้ ไม่ใช่ตอนที่ตลาดเงียบและไร้ทิศทาง
Kill Zone อ้างอิงจากเวลานิวยอร์กเสมอ และป้ายเวลาไม่เปลี่ยนตามฤดูกาล แต่เวลาไทยเปลี่ยน เพราะสหรัฐและอังกฤษปรับนาฬิกาเข้าสู่ Daylight Saving ส่วนไทยไม่ปรับ ในปี 2026 สหรัฐใช้เวลาฤดูร้อนตั้งแต่ 8 มีนาคมถึง 1 พฤศจิกายน ทำให้ช่วงเดือนกรกฎาคม ไทยเร็วกว่านิวยอร์ก 11 ชั่วโมง ไม่ใช่ 12 ชั่วโมงเหมือนฤดูหนาว
| Kill Zone | เวลานิวยอร์ก | เวลาไทย ฤดูร้อน (ก.ค. 2026) | เวลาไทย ฤดูหนาว | บทบาทต่อราคา XAUUSD |
|---|---|---|---|---|
| Asian KZ | 20:00–00:00 | 19:00–23:00 | 20:00–00:00 | สะสม Liquidity และสร้าง Range ให้ลอนดอน Sweep |
| London Open KZ | 02:00–05:00 | 13:00–16:00 | 14:00–17:00 | Judas Swing และจุดเริ่มทิศหลักของวัน |
| New York Open KZ | 07:00–10:00 | 18:00–21:00 | 19:00–22:00 | Displacement, MSS, FVG และข่าวสหรัฐ |
| London Close / NY PM KZ | 10:00–12:00 | 21:00–23:00 | 22:00–00:00 | Reversal, Take Profit และการปิด Position |
กฎง่ายที่ควรจำคือ เมื่อสหรัฐกลับเข้าสู่เวลาฤดูหนาวหลัง 1 พฤศจิกายน 2026 ให้บวกเวลาไทยทุกช่วงเพิ่มอีก 1 ชั่วโมง หากไม่แน่ใจ ให้เปิดกราฟที่ตั้งเป็นเวลานิวยอร์กเป็นหลัก แล้วแปลงกลับมาเป็นเวลาไทย
ช่วง Asian Kill Zone เป็นเวลาที่เงียบที่สุดในสี่ช่วง ปริมาณการซื้อขายทองยังต่ำ และราคา XAUUSD มักแกว่งในกรอบแคบเพียง 5 ถึง 10 ดอลลาร์ แต่ความเงียบนี้มีหน้าที่ เพราะช่วงเอเชียกำลังสร้าง Liquidity Pool ไว้ให้ลอนดอนมากวาดในภายหลัง
จุดสูงสุดและต่ำสุดที่เกิดในช่วงนี้ โดยเฉพาะเมื่อก่อตัวเป็น Equal High หรือ Equal Low จะกลายเป็นเป้าหมายที่รายใหญ่ตั้งใจมา Sweep ตอนลอนดอนเปิด เหตุผลคือระดับเหล่านี้มีคำสั่ง Stop Loss ของนักเทรดวางหนาแน่นทั้งสองฝั่ง
แนวทางที่ถูกต้องสำหรับช่วงเอเชียคือ ไม่เปิด Position ใหม่ แต่จดบันทึก High และ Low ของคืน แล้วประเมินว่ามีโซนสภาพคล่องสะสมอยู่ฝั่งไหน เพื่อใช้คาดการณ์จุด Sweep ที่น่าจะเกิดในช่วงลอนดอน
ลอนดอนเป็นศูนย์กลางการซื้อขายทองคำของโลกมาหลายศตวรรษ ตลาด OTC ในลอนดอนซื้อขายทองเฉลี่ยกว่า 160,000 ล้านดอลลาร์ต่อวันในปี 2025 และมีทองผ่านระบบชำระราคาเฉลี่ยมากกว่า 20 ล้านออนซ์ต่อวัน เมื่อสถาบันในลอนดอนเริ่มทำธุรกรรม คำสั่งขนาดใหญ่จะไหลเข้าทันที
สิ่งที่เกิดซ้ำบ่อยในช่วงนี้คือ Judas Swing ซึ่ง ICT เรียกว่า Manipulation ราคาจะวิ่งไปทิศที่ผิดก่อนในช่วงแรก เช่น หากทิศทางจริงของวันเป็นขาขึ้น ราคาจะดิ่งลงไปแตะ Low ของคืนเพื่อ Trigger Stop ของฝั่ง Long แล้วจึงพลิกกลับขึ้นเร็ว หากเป็นวันขาลง ราคาก็มักพุ่งขึ้นหลอกก่อนแล้วค่อยร่วง
การรู้จัก Judas Swing ช่วยให้ไม่ตกใจเมื่อเห็นราคาสวนทาง Bias ในช่วงแรกของลอนดอน และเปลี่ยนจุด Sweep ให้เป็นจุดเข้าที่ Risk to Reward ดี เพราะ Stop Loss วางไว้หลังจุด Sweep ซึ่งมักอยู่ไม่ไกลจาก Entry ราคาทองในช่วงลอนดอนมักขยับ 15 ถึง 25 ดอลลาร์ มากกว่าช่วงเอเชียหลายเท่า
New York Open Kill Zone คือช่วงที่ผันผวนที่สุดสำหรับทอง และเป็นเวลาที่ข่าวเศรษฐกิจสหรัฐส่วนใหญ่ออกมา CPI และ NFP ออกเวลา 08:30 น. ตามเวลานิวยอร์ก ซึ่งตรงกับ 19:30 น. เวลาไทยในช่วงฤดูร้อน ส่วน NFP จะออกทุกวันศุกร์แรกของเดือน โดยตัวเลขการจ้างงานเดือนกรกฎาคม 2026 มีกำหนดออกวันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม 2026
ผลการประชุม FOMC ออกเวลา 14:00 น. ตามเวลานิวยอร์ก ตรงกับ 01:00 น. เวลาไทยของวันถัดไป และแถลงข่าวประธานเฟดเริ่ม 01:30 น. เวลาไทย ในวันที่มีข่าวเหล่านี้ ราคา XAUUSD วิ่งได้ 200 ถึง 500 จุดในเวลาไม่กี่นาที และสเปรดมักถ่างออกเกิน 50 จุด การเข้าเทรดก่อนข่าวออกจึงเสี่ยงสูงมาก
ในวันที่ไม่มีข่าวสำคัญ ช่วงนิวยอร์กมักต่อยอดจากทิศที่ลอนดอนเริ่มไว้ หรือสร้าง Displacement ใหม่ที่ชัดเจน จุดนี้เหมาะกับการหา Market Structure Shift หรือ Change of Character เพื่อยืนยันการเปลี่ยนทิศ แล้วหา Fair Value Gap หรือ Order Block สำหรับ Entry สำหรับนักเทรดไทย ช่วงเย็นถึงหัวค่ำนี้สะดวกที่สุดเพราะหลายคนว่างจากงานแล้ว
การรู้ว่า Kill Zone อยู่ช่วงไหนเป็นเพียงครึ่งแรก อีกครึ่งคือกระบวนการเปลี่ยนช่วงเวลาเหล่านั้นให้เป็นโอกาสเทรดที่มีคุณภาพ กระบวนการที่นักเทรด ICT ใช้มี 4 ขั้นตอน
ประเมิน Bias ภาพใหญ่ก่อน Kill Zone เปิดกราฟ H4 หรือ Daily ดูว่าทองอยู่ในโครงสร้างขาขึ้นหรือขาลง หากราคาทำ Higher High และ Higher Low ต่อเนื่อง ให้มองหาเฉพาะโอกาส Long ในช่วง Kill Zone การเทรดสวน Bias ภาพใหญ่คือความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด
รอให้ Liquidity Sweep เกิดขึ้นก่อน ภายใน Kill Zone ราคาแทบทุกครั้งจะกวาด High หรือ Low ที่สำคัญก่อนแล้วจึงพลิกกลับ สัญญาณที่บอกว่า Sweep เกิดแล้วคือแท่งเทียนที่ดันทะลุ High หรือ Low เก่าออกไปแล้วปิดกลับเข้ามาด้านในโดยเร็ว
หาจุดเข้าหลัง Sweep บน FVG หรือ Order Block เมื่อ Sweep เกิดแล้ว ให้ลดกรอบเวลาลงเป็น M5 หรือ M15 เพื่อหา Market Structure Shift จากนั้นวาง Entry ใน Fair Value Gap หรือ Order Block ที่เกิดในทิศทางใหม่ ซึ่งให้ Risk to Reward สูงกว่าการเข้าตามราคาแบบ Market Order
วาง Stop Loss ตามโครงสร้างและ ATR จุด Sweep คือระดับที่หากราคากลับไปยืนได้อีกครั้ง แสดงว่า Setup ล้มเหลว Stop จึงควรอยู่เลยจุดนั้นเล็กน้อย เนื่องจากทองมี Average True Range สูง การใช้ระยะ Stop แบบตายตัวเป็นจุดจึงมักพลาด ควรอิงโครงสร้างราคาบวกลบ ATR ประมาณ 1.5 เท่าแทน
Kill Zone สอดคล้องกับแนวคิดที่ ICT เรียกว่า Power of Three ซึ่งอธิบายว่าราคาในแต่ละวันมักผ่านสามช่วงเสมอ ได้แก่ Accumulation, Manipulation และ Distribution การเข้าใจลำดับนี้ช่วยให้มองภาพทั้งวันได้ต่อเนื่อง
Accumulation หรือการสะสมมักเกิดใน Asian Kill Zone ที่ราคาแกว่งในกรอบแคบและสร้างสภาพคล่องทั้งสองฝั่ง Manipulation หรือการหลอกทิศมักเกิดใน London Kill Zone ผ่าน Judas Swing ส่วน Distribution หรือการวิ่งทิศจริงมักเกิดใน New York Open Kill Zone ที่ราคาเคลื่อนไหวแรงและต่อเนื่องที่สุด
เมื่อเห็นราคาในช่วงลอนดอนวิ่งสวน Bias ที่ประเมินไว้ นักเทรดที่เข้าใจ Power of Three จะไม่ตกใจ เพราะรู้ว่านั่นคือขั้น Manipulation ตามปกติ และรอเข้าในขั้น Distribution ที่ให้สัญญาณคุณภาพสูงกว่า
นักเทรดหน้าใหม่มักทำผิดชุดเดิมซ้ำกัน การรู้ล่วงหน้าช่วยหลีกเลี่ยงได้มาก
เข้าเทรดทันทีที่ Kill Zone เริ่ม โดยไม่รอ Sweep หรือ MSS ยืนยัน ซึ่งมักทำให้โดน Stop ในช่วง Manipulation ก่อนราคาวิ่งไปทิศที่คาด
ใช้ Kill Zone ช่วงเดียวโดยไม่ดู Bias ภาพใหญ่ ทำให้เข้า Long ในวันที่โครงสร้าง Daily เป็นขาลง หรือเข้า Short ในวันที่ทุกอย่างบ่งชี้ขาขึ้น
ใช้เวลาไทยเก่าที่ไม่ปรับตาม Daylight Saving ทำให้พลาดช่วงเวลาจริงไป 1 ชั่วโมงในแต่ละครึ่งปี
เทรดทุก Kill Zone ทุกวัน ทั้งที่วันที่ไม่มีข่าวและ Volume เบา แม้เป็น Kill Zone ก็ไม่ควรฝืนเข้า
ใช้ระยะ Stop Loss แบบจุดตายตัวกับทอง ทั้งที่ทองมีช่วงราคากว้าง 200 ถึง 500 จุดต่อวัน ทำให้โดน Stop ก่อนราคาไปทิศจริง
Kill Zone ไม่ใช่ระบบสำเร็จรูปที่เปิดออเดอร์ตามเวลาแล้วได้กำไร แต่คือกรอบเวลาที่บอกว่าเมื่อไรควรตั้งใจดูตลาด เมื่อไรควรรอ และเมื่อไรไม่ควรเทรดเลย นักเทรดทองที่เข้าใจเรื่องนี้จะวางแผนตอนเช้าว่า High และ Low ของคืนอยู่ที่ไหน ประเมิน Bias จาก H4 แล้วรอดู London Kill Zone ช่วงบ่ายและ New York Open Kill Zone ช่วงเย็น
เมื่อผสาน Kill Zone เข้ากับการอ่านโครงสร้างราคาและการจับจังหวะ Sweep นักเทรดจะมีกรอบการทำงานที่ครบกว่าการใช้ Indicator ทั่วไปที่ตอบสนองช้ากว่าราคาเสมอ สิ่งที่ต้องจำในปี 2026 คือ ตรวจเวลาไทยให้ตรงกับฤดูกาลเสมอ เพราะความคลาดเคลื่อนเพียง 1 ชั่วโมงทำให้เข้าตลาดผิดช่วงได้ทั้งวัน
Kill Zone คือกรอบเวลาเฉพาะในแต่ละวันที่สถาบันการเงินและผู้เล่นรายใหญ่เข้ามาทำธุรกรรมทองคำหนาแน่นที่สุด ทำให้ราคา XAUUSD เคลื่อนไหวแรงและมีทิศทางชัดกว่าปกติ แนวคิดนี้มาจากกรอบ ICT ของ Michael Huddleston
ในช่วงฤดูร้อน Asian KZ ตรง 19:00-23:00 น. London KZ ตรง 13:00-16:00 น. New York Open KZ ตรง 18:00-21:00 น. และ London Close KZ ตรง 21:00-23:00 น. หลัง 1 พฤศจิกายน 2026 ให้บวกเพิ่มทุกช่วง 1 ชั่วโมง
London Kill Zone ช่วงบ่ายและ New York Open Kill Zone ช่วงเย็นถึงหัวค่ำ เหมาะที่สุดเพราะตรงกับเวลาที่คนไทยสะดวก และเป็นสองช่วงที่สภาพคล่องทองคำสูงที่สุด โดยเฉพาะตอนลอนดอนกับนิวยอร์กเปิดทับซ้อนกัน
ไม่ควร Kill Zone คือกรอบเวลาที่ควรเฝ้าระวัง ไม่ใช่สัญญาณเข้าเทรด ควรรอให้ Liquidity Sweep เกิดก่อน แล้วหา Market Structure Shift หรือ Fair Value Gap ยืนยันจึงค่อยเข้า การฝืนเข้าตามเวลามักจบด้วยการโดน Stop ใน Judas Swing
Judas Swing คือการเคลื่อนไหวหลอกทิศที่มักเกิดใน Kill Zone โดยเฉพาะลอนดอน ราคาจะวิ่งสวน Bias ก่อนเพื่อกวาด Stop Loss ของรายย่อย แล้วจึงพลิกกลับไปทิศจริง การรู้จักช่วยให้ไม่ตกใจและรอจังหวะเข้าที่แท้จริงได้
ได้ แนวคิด Kill Zone ใช้ได้กับทุกตราสารที่อิงราคาทองคำ ทั้ง XAUUSD Spot, Gold Futures (GC), Micro Gold (MGC) และ CFD ทองของโบรกเกอร์ เพราะทุกตลาดเคลื่อนไหวสอดคล้องกันและได้รับอิทธิพลจากผู้เล่นกลุ่มเดียวกัน