เผยแพร่เมื่อ: 2026-09-11
อัปเดตเมื่อ: 2026-09-11
การเห็นราคาทองแดงในตลาดนิวยอร์กสูงกว่าตลาดลอนดอนอาจดูเหมือนความผิดปกติของตลาดที่ชัดเจน สัญญาทั้งสองอ้างอิงทองแดงเกรดสูงเหมือนกัน แต่ให้สิทธิ์เข้าถึงระบบการส่งมอบที่ต่างกัน เมื่อทองแดงต้องถูกส่งไปยังคลังสินค้าที่ถูกต้องในเวลาที่กำหนด ส่วนต่างราคานี้ก็ไม่ได้ดูแปลกอีกต่อไป

สัญญาทองแดง COMEX และ LME มีโครงสร้างสัญญาและเครือข่ายการส่งมอบที่ต่างกัน จึงต้องปรับหน่วยและช่วงเวลาให้ตรงกันก่อนนำราคามาเปรียบเทียบ
ส่วนต่างราคาที่สหรัฐฯ สูงกว่าตลาดอื่นอาจเกิดขึ้นเมื่อทองแดงที่พร้อมส่งมอบผ่าน COMEX มีมูลค่าสูงกว่าทองแดงที่มีอยู่ในที่อื่น
การเก็งกำไรส่วนต่างราคา (arbitrage) ช่วยเชื่อมโยงสองตลาดเข้าด้วยกัน แม้ค่าขนส่ง ต้นทุนทางการเงิน กฎการส่งมอบ และระยะเวลาขนส่งจะทำให้ราคาไม่สามารถบรรจบกันได้ในทันที
ส่วนต่างราคา COMEX-LME ที่กว้างอาจสะท้อนภาวะขาดแคลนในระดับภูมิภาค การคาดการณ์เรื่องภาษีนำเข้า หรือแรงกดดันด้านการส่งมอบ โดยไม่จำเป็นต้องหมายถึง ภาวะขาดแคลนทองแดงทั่วโลก
ทองแดงนิวยอร์กมักหมายถึงสัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองแดงที่ซื้อขายบน COMEX ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ CME Group ส่วนทองแดงลอนดอนมักหมายถึงสัญญาที่ซื้อขายบนตลาด London Metal Exchange (LME)
ทั้งสองตลาดตั้งราคาสินค้าโภคภัณฑ์ชนิดเดียวกันในภาพกว้าง แต่โครงสร้างสัญญาแตกต่างกัน
คุณสมบัติ |
ทองแดง COMEX |
ทองแดง LME |
ขนาดสัญญามาตรฐาน |
25,000 ปอนด์ |
25 ตัน |
หน่วยราคา |
เซนต์สหรัฐต่อปอนด์ |
ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน |
ระบบการส่งมอบ |
คลังสินค้าที่ได้รับอนุมัติในสหรัฐฯ |
เครือข่ายคลังสินค้าทั่วโลก |
หน่วยราคาที่ต่างกันอาจทำให้ราคาดูห่างกันมากทั้งที่จริงแล้วใกล้เคียงกัน ทองแดง 1 ตันเมตริกเท่ากับประมาณ 2,204.62 ปอนด์ ดังนั้นทองแดง COMEX ที่ราคา 5.00 ดอลลาร์ต่อปอนด์ จึงเทียบเท่ากับประมาณ 11,023 ดอลลาร์ต่อตัน
ช่วงเวลาส่งมอบก็ต้องตรงกันด้วย COMEX ใช้เดือนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ขณะที่ LME ใช้โครงสร้างวันส่งมอบ (prompt date) ซึ่งครอบคลุมทั้งแบบรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน
การเปรียบเทียบที่มีประโยชน์จึงต้องปรับสองจุด คือแปลงราคาทั้งสองให้อยู่ในหน่วยเดียวกันก่อน แล้วจึงเปรียบเทียบสัญญาที่มีช่วงส่งมอบใกล้เคียงกัน
ทองแดงซื้อขายกันทั่วโลก แต่อุปทานที่เป็นตัวสินค้าจริงยังคงผูกติดกับสถานที่
ทองแดงที่มีอยู่ในยุโรป เอเชีย หรือ อเมริกาใต้ ไม่สามารถตอบสนองความต้องการทองแดงที่ส่งมอบผ่านระบบตลาดสหรัฐฯ ได้ในทันที หากอุปทานทองแดงที่มีสิทธิ์ส่งมอบในสหรัฐฯ ตึงตัว COMEX ก็สามารถเกิดส่วนต่างราคาสูงกว่าตลาดอื่นได้ แม้ทองแดงจะยังหาซื้อได้ง่ายในที่อื่น
การซื้อขายทองแดงจริงมักเริ่มจากราคาอ้างอิงมาตรฐาน แล้วบวกส่วนต่างราคาตามภูมิภาค ซึ่งสะท้อนความพร้อมของสินค้าในพื้นที่และต้นทุนในการนำทองแดงไปยังจุดที่ต้องการ
ความสัมพันธ์แบบง่ายคือ
มูลค่าทองแดงในสหรัฐฯ ≈ ราคาอ้างอิงโลก + ส่วนต่างราคาตามอุปทานในภูมิภาค
ขนาดของส่วนต่างราคานี้ขึ้นอยู่กับว่าตลาดสามารถหาทองแดงที่เหมาะสมในสหรัฐฯ ได้ง่ายเพียงใด
ทองแดงจึงอาจมีเพียงพอในระดับโลก แต่ขาดแคลนในจุดที่ต้องส่งมอบจริง
ส่วนต่างราคาที่กว้างดูเหมือนจะเปิดโอกาสการเทรดที่ชัดเจน คือซื้อทองแดงในที่ที่ราคาถูกกว่า ขนย้ายไปยังสหรัฐฯ แล้วขายในราคา COMEX ที่สูงกว่า แต่การเทรดแบบนี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อส่วนต่างราคาครอบคลุมต้นทุนและความเสี่ยงทั้งหมดของการขนย้ายทองแดง
ต้นทุนเหล่านั้นอาจรวมถึง
ค่าขนส่งทางเรือและทางบก
ค่าประกันภัย
ต้นทุนทางการเงิน
ค่าจัดเก็บและขนถ่าย
ภาษีนำเข้า
ค่าใช้จ่ายคลังสินค้าและการส่งมอบ
ความเสี่ยงด้านราคาระหว่างที่ทองแดงอยู่ระหว่างขนส่ง
ส่วนต่างราคา 200 ถึง 300 ดอลลาร์ต่อตันอาจหายไปทั้งหมดเมื่อรวมค่าใช้จ่ายเหล่านี้เข้าไป จุดนี้เองที่ก่อให้เกิดช่วงราคาที่การเก็งกำไรส่วนต่างราคายังไม่คุ้มค่า ราคา COMEX และ LME ไม่จำเป็นต้องเท่ากันเป๊ะ ตราบใดที่ส่วนต่างยังเล็กเกินกว่าจะคุ้มค่าต่อการขนย้ายทองแดงจริง
เวลาเป็นข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่ง ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าสามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงคาดการณ์อุปทานได้เกือบจะทันที แต่แผ่นทองแดงแคโทดยังต้องเดินทางด้วยเรือ รถไฟ หรือรถบรรทุก และผ่านท่าเรือ ศุลกากร และคลังสินค้า
ตลาดสามารถเคลื่อนย้ายเงินได้ทันที แต่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายทองแดงหลายพันตันได้ทันที ส่วนต่างราคาที่ใหญ่พอในที่สุดอาจดึงดูดให้มีการขนส่งทองแดงเข้าสู่สหรัฐฯ แต่ส่วนต่างราคาก็อาจยังคงกว้างอยู่ในช่วงที่ทองแดงยังอยู่ระหว่างเดินทาง
ปริมาณทองแดงทั้งหมดในโลกนั้นแตกต่างจากปริมาณที่พร้อมส่งมอบตามสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในทันที ทั้ง COMEX และ LME กำหนดมาตรฐานสำหรับทองแดงที่จะส่งมอบตามสัญญา ทองแดงที่มีสิทธิ์ส่งมอบต้องเป็นไปตามข้อกำหนดหลายด้าน เช่น
เกรดและคุณภาพ
ผู้ผลิตหรือแบรนด์ที่ได้รับอนุมัติ
ที่ตั้งคลังสินค้า
ปริมาณ
ความพร้อมภายในวันส่งมอบที่กำหนด
ทองแดงจึงอาจมีอยู่ในห่วงโซ่อุปทานที่ใดที่หนึ่ง แต่ใช้ส่งมอบตามภาระผูกพันสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ใกล้ครบกำหนดไม่ได้
เดือนพฤษภาคม 2024 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน ราคาทองแดง COMEX เคยสูงกว่าราคาทองแดง LMEมากกว่า 1,000 ดอลลาร์ต่อตันในช่วงหนึ่ง เมื่อสถานะขาย (short position) ปะทะกับอุปทานที่พร้อมส่งมอบในระยะสั้นซึ่งมีจำกัด บริษัทเทรดเริ่มเปลี่ยนเส้นทางทองแดงจริงเข้าสู่สหรัฐฯ แม้การขนส่งจะไม่สามารถแก้ไขภาวะขาดแคลนระยะสั้นได้ในทันที
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าส่วนต่างราคาที่นิวยอร์กไม่จำเป็นต้องมาจากภาษีนำเข้าเสมอไป ข้อจำกัดด้านการส่งมอบและสถานะการถือครองสัญญาซื้อขายล่วงหน้าก็สามารถก่อให้เกิดส่วนต่างราคาได้ด้วยตัวเอง
ภาษีนำเข้าเพิ่มต้นทุนอีกส่วนหนึ่งให้กับการนำทองแดงเข้าสู่สหรัฐฯ หากตลาดคาดว่าทองแดงกลั่นนำเข้าจะต้องเสียภาษีในอนาคต สัญญา COMEX ที่เกี่ยวข้องก็อาจเริ่มสะท้อนต้นทุนที่คาดว่าจะสูงขึ้นนี้ ก่อนที่ภาษีจะมีผลบังคับใช้จริงด้วยซ้ำ
ส่วนต่างราคาที่กว้างขึ้นนี้อาจกระตุ้นให้บริษัทต่าง ๆ นำทองแดงเข้าประเทศในขณะที่เงื่อนไขการค้าเดิมยังบังคับใช้อยู่ รูปแบบนี้เกิดขึ้นในช่วงปี 2025 การคาดการณ์เรื่องภาษีนำเข้าทองแดงใหม่ของสหรัฐฯ ทำให้ส่วนต่างราคา COMEX-LME กว้างขึ้น และช่วยดึงทองแดงกลั่นเข้าสู่คลังสินค้าในสหรัฐฯ
นโยบายที่ประกาศในเดือนกรกฎาคมสุดท้ายแล้วกำหนดภาษีนำเข้า 50% สำหรับผลิตภัณฑ์ทองแดงกึ่งสำเร็จรูปและสินค้าที่ใช้ทองแดงเป็นวัตถุดิบหลักตามที่ระบุไว้ โดยไม่รวมทองแดงกลั่นไว้ในการเก็บภาษีทันที เมื่อความได้เปรียบด้านต้นทุนที่คาดการณ์ไว้เปลี่ยนไป ส่วนต่างราคาส่วนหนึ่งก็คลายตัวลง
เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าการคาดการณ์สามารถเปลี่ยนแปลงการไหลของสินค้าจริงได้เร็วเพียงใด เพียงแค่มีความเสี่ยงว่าจะมีภาษีนำเข้า ก็สามารถเปลี่ยนทิศทางการไหลของทองแดงได้ ก่อนที่ภาษีจะเปลี่ยนแปลงต้นทุนของทองแดงนำเข้าจริง
ส่วนต่างราคานี้ให้ข้อมูลที่ราคาทองแดงเพียงราคาเดียวไม่สามารถบอกได้
การเคลื่อนไหวของส่วนต่างราคา |
สิ่งที่อาจบ่งชี้ |
ส่วนต่างราคา COMEX กว้างขึ้น |
อุปทานในสหรัฐฯ ตึงตัวขึ้น หรือต้นทุนนำเข้าที่คาดว่าจะสูงขึ้น |
ส่วนต่างราคาพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว |
แรงกดดันด้านการส่งมอบ หรือการปิดสถานะขาย (short covering) |
ส่วนต่างราคาแคบลง |
มีอุปทานเข้ามาเพิ่ม หรือภาวะขาดแคลนในภูมิภาคคลี่คลายลง |
ราคา COMEX ต่ำกว่าราคา LME |
ส่วนต่างราคาที่สหรัฐฯ เคยมีก่อนหน้านี้หมดปัจจัยสนับสนุนแล้ว |
ไม่มีการตีความแบบใดที่ใช้ได้ทุกกรณี ระดับสต็อกสินค้า นโยบายการค้า และสถานะการถือครองสัญญาซื้อขายล่วงหน้าล้วนส่งผลต่อส่วนต่างราคาได้พร้อมกัน
การแยกส่วนต่างราคาตามภูมิศาสตร์ออกจากส่วนต่างราคาตามเวลาก็มีประโยชน์เช่นกัน ส่วนต่างราคา COMEX-LME ตอบคำถามว่าทองแดงมีราคาแพงกว่าที่ใด ขณะที่Contango และ Backwardation อธิบายว่าราคาทองแดงส่งมอบล่วงหน้าในอนาคตสูงกว่าหรือต่ำกว่าราคาส่งมอบใกล้
ไม่เสมอไป ราคา COMEX สามารถซื้อขายสูงกว่า ใกล้เคียงกับ หรือต่ำกว่าราคา LME ที่เทียบเท่ากันได้ ความสัมพันธ์นี้เปลี่ยนแปลงไปตามอุปทานในภูมิภาค ระดับสต็อกสินค้า ต้นทุนนำเข้า เงื่อนไขการส่งมอบ และสถานะการถือครองสัญญา
ไม่จำเป็นเสมอไป ส่วนต่างราคาที่กว้างอาจสะท้อนความตึงตัวเฉพาะภายในระบบส่งมอบของสหรัฐฯ ในขณะที่ทองแดงยังหาซื้อได้ในที่อื่น ภาวะขาดแคลนระดับภูมิภาคกับภาวะขาดแคลนระดับโลกเป็นคนละสถานการณ์กัน
ทำได้เฉพาะเมื่อทองแดงนั้นตรงตามข้อกำหนดการส่งมอบของ COMEX และผลตอบแทนคุ้มค่ากับการดำเนินการ ทั้งเรื่องแบรนด์ที่มีสิทธิ์ส่งมอบ การขนส่ง ต้นทุนทางการเงิน การจัดเก็บ ภาษีนำเข้า และช่วงเวลา ล้วนอาจกินส่วนต่างราคาที่ดูเหมือนได้เปรียบไปเกือบทั้งหมด
ทองแดงอาจซื้อขายกันทั่วโลก แต่ตัวโลหะจริงยังคงผูกติดกับคลังสินค้า ท่าเรือ เส้นทางขนส่ง และกฎการส่งมอบของตลาด ด้วยเหตุนี้ราคา COMEX จึงสามารถสูงกว่าราคา LME ได้ เมื่อทองแดงที่มีสิทธิ์ส่งมอบในสหรัฐฯ มีมูลค่าสูงขึ้นหรือหาได้ยากขึ้น เมื่อส่วนต่างราคานั้นกว้างมากพอ การเก็งกำไรส่วนต่างราคาจะดึงดูดทองแดงเข้าสู่ตลาดที่ราคาสูงกว่า และช่วยให้ราคาอ้างอิงทั้งสองกลับมาใกล้เคียงกันอีกครั้ง