เผยแพร่เมื่อ: 2026-08-20
อัปเดตเมื่อ: 2026-08-20
ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซทวีความรุนแรงขึ้นทันทีหลังกรอบข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว (MoU) ระยะ 60 วันระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน หมดอายุลงเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2026 ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกดีดตัวพุ่งทะลุกรอบ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางถ้อยแถลงที่แข็งกร้าวขึ้นจากทั้งสองฝ่าย และความเสี่ยงที่การเจรจาจะลุกลามเป็นความขัดแย้งเต็มรูปแบบ สถานการณ์นี้ไม่ได้กระทบแค่ตลาดพลังงานเท่านั้น แต่ยังส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงตลาด Forex โดยเฉพาะสกุลเงินที่พึ่งพารายได้จากน้ำมันโดยตรง
ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว (MoU) 60 วันระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน หมดอายุลงเมื่อ 17 ส.ค. 2569 โดยไม่มีการขยายเวลา ดันราคาน้ำมันดิบทะลุ 90 ดอลลาร์/บาร์เรล
โอมานและอิหร่านตกลงพิกัดแผนที่เส้นทางเดินเรือร่วมกันได้แล้ว แต่อิหร่านยืนยันจะยังไม่เปิดเส้นทางให้เดินเรือพาณิชย์ตามปกติ จนกว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกการปิดล้อมและคว่ำบาตรทั้งหมด
ประธานาธิบดีทรัมป์ออกคำขู่ให้อิหร่าน "ยอมจำนน" พร้อมเตือนโอมานว่าจะโจมตีทางอากาศ หากเข้ามาขัดขวางยุทธศาสตร์การเดินเรือของสหรัฐฯ
อิหร่านประกาศจะเปลี่ยนท่าทีเป็น "เชิงรุกเต็มรูปแบบ" หากการเจรจาทางการทูตล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
สกุลเงินที่พึ่งพาการส่งออกน้ำมันโดยตรง เช่น CAD, NOK มักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับราคาน้ำมันชัดเจนกว่าสกุลเงินอื่น
ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว (MoU) 60 วันระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านหมดอายุอย่างเป็นทางการ ทรัมป์ขู่ผ่านสื่อว่าจะโจมตีโอมาน หากเข้ามาขัดขวาง พร้อมสั่งให้อิหร่านยอมจำนน
เกิดเหตุขัดแย้งและการโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งหลัง MoU หมดอายุ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดีดตัวรับพรีเมียมความเสี่ยง
ตลาดจับตาผลจากข้อตกลงเส้นทางเดินเรือชั่วคราวระหว่างโอมานและอิหร่านที่เพิ่งเคาะแผนที่พิกัดออกมา พร้อมเฝ้าระวังว่าการเจรจาที่ถึงทางตันจะลุกลามเป็นความขัดแย้งเต็มรูปแบบในช่องแคบฮอร์มุซหรือไม่

ราคาน้ำมันดิบดีดตัวอย่างรุนแรง ข้ามกรอบ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หลังกรอบข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่เคยช่วยพยุงสถานการณ์ไว้ตลอด 60 วันที่ผ่านมาหมดอายุลงโดยไม่มีการต่อสัญญา แม้ในสัปดาห์นี้ โอมานและอิหร่านจะสามารถตกลงพิกัดแผนที่เส้นทางเดินเรือร่วมกันได้สำเร็จ แต่อิหร่านยังคงยืนกรานเงื่อนไขเดิมว่าจะไม่เปิดเส้นทางให้เดินเรือพาณิชย์ตามปกติ จนกว่าสหรัฐฯ จะยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเลและการคว่ำบาตรทั้งหมด
สถานการณ์ตึงเครียดขึ้นไปอีกขั้น เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ออกมาปฏิเสธเงื่อนไขของอิหร่านอย่างแข็งกร้าว พร้อมสั่งให้อิหร่านยอมจำนน และเตือนโอมานว่าจะโจมตีทางอากาศทันทีหากเข้ามายุ่งเกี่ยวหรือขัดขวางยุทธศาสตร์การเดินเรือของสหรัฐฯ ด้านอิหร่านตอบโต้ด้วยการประกาศว่าจะเปลี่ยนท่าทีทางทหารไปสู่ระบอบเชิงรุกเต็มรูปแบบ หากการเจรจาทางการทูตกับสหรัฐฯ ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์รอบใหม่นี้จึงเป็นปัจจัยหลักที่หนุนราคาน้ำมันดิบโลกให้ขยับขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงนี้
คู่เงินที่นักเทรด Forex ควรจับตาเป็นพิเศษเมื่อราคาน้ำมันผันผวนแรงคือ คู่ที่มีสกุลเงินฐาน หรือสกุลเงินอ้างอิงเป็นประเทศส่งออกน้ำมันสุทธิ
USD/CAD ดอลลาร์แคนาดาอ่อนไหวต่อราคาน้ำมันโดยตรง เนื่องจากแคนาดาเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ไปสหรัฐฯ เมื่อราคาน้ำมันดิบขึ้น ดอลลาร์แคนาดามักแข็งค่า กดดันให้คู่เงิน USDCAD ปรับตัวลดลง
USD/JPY ญี่ปุ่นนำเข้าน้ำมันเกือบ 100% โดยเฉพาะน้ำมันจากตะวันออกกลางที่ขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เมื่อน้ำมันแพงขึ้น ต้นทุนนำเข้าจะพุ่งสูง (ดุลการค้าติดลบ) ส่งผลให้เงินเยนอ่อนค่าลง
EUR/USD ยุโรปเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิรายใหญ่ หากราคาน้ำมันดิบสูงจะเร่งให้เงินเฟ้อยุโรปพุ่งขึ้น สวนทางกับฝั่งสหรัฐฯ ที่ดอลลาร์มักแข็งค่าขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
USD/NOK เงินโครนนอร์เวย์ผูกติดกับรายได้จากน้ำมันทะเลเหนือ เมื่อราคาน้ำมันดิบขยับสูงขึ้น เงินโครนนอร์เวย์จะแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
หลายคนมักเข้าใจว่า ถ้าราคาน้ำมันดิบขึ้น = เงินเฟ้อพุ่ง = Fed ต้องขึ้นดอกเบี้ย เสมอไป แต่ในความเป็นจริง รายงานการประชุม FOMC ล่าสุด เผยว่า แม้ราคาน้ำมันดิบจะพุ่งขึ้นแรงในช่วงเดือนที่ผ่านมา แต่การชดเชยเงินเฟ้อ (inflation compensation) กลับเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งสะท้อนว่า ตลาดยังไม่เชื่อว่าแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบครั้งนี้จะยั่งยืนพอที่จะเปลี่ยนทิศทางนโยบายทางการเงินระยะยาวได้ นักเทรดจึงไม่ควรปักใจเชื่อว่า ถ้าราคาน้ำมันดิบขึ้น เงินเฟ้อก็จะต้องสูงขึ้นตามไปด้วยเสมอไป ต้องดูปัจจัยอื่น ๆ ประกอบด้วย โดยเฉพาะปฏิกิริยาของตลาดพันธบัตรและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
ตราบใดที่การเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกา อิหร่านและโอมาน ยังไม่ได้ข้อสรุป ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มผันผวนสูงและอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรายวัน นักเทรดที่เปิดสถานะเทรด Forex ในคู่เงินที่พึ่งพาน้ำมันดิบ รวมไปถึงนักเทรด CFD สินค้าโภคภัณฑ์ หรือเทรดน้ำมัน เช่น XBRUSD ควรตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ให้เหมาะสมกับความผันผวนที่สูงกว่าปกติ และติดตามการเจรจาอย่างใกล้ชิด เพราะข่าวเชิงบวกหรือลบเพียงข่าวเดียวก็สามารถเปลี่ยนทิศทางราคาน้ำมันดิบได้ในชั่วข้ามคืน
เพราะช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันทางทะเลที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก คิดเป็นสัดส่วนราวหนึ่งในห้าของปริมาณการค้าน้ำมันทางเรือทั่วโลก เมื่อเส้นทางนี้เสี่ยงถูกปิดกั้นหรือเดินเรือไม่ปลอดภัย อุปทานน้ำมันในตลาดโลกจะตึงตัวทันที ทำให้ราคาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้น
ไม่เสมอไป ต้องดูว่าตลาดมองว่าแรงกดดันจากราคาน้ำมันดิบเป็นปัจจัยชั่วคราวหรือยั่งยืน หากตัวชี้วัดเงินเฟ้อคาดการณ์ในตลาดพันธบัตรไม่ได้ขยับตามราคาน้ำมันมากนัก แสดงว่าตลาดยังไม่เชื่อว่า Fed จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยทันที
ควรขยายระยะ Stop Loss ให้สอดคล้องกับความผันผวนที่สูงขึ้นกว่าช่วงปกติ (วัดจากค่า ATR ของคู่เงินนั้น ๆ) และลดขนาด Lot เพื่อรักษาระดับความเสี่ยงต่อการเทรดให้เท่าเดิม แม้จะตลาดจะแกว่งตัวแรงขึ้น