เผยแพร่เมื่อ: 2026-08-07
อัปเดตเมื่อ: 2026-08-07
ราคาทองคำสปอต (XAU/USD) แกว่งตัวผันผวนตลอดวันในกรอบ 4,233 – 4,303 ดอลลาร์ ก่อนดีดกลับขึ้นมาทดสอบแนวต้าน 4,300 ดอลลาร์อีกครั้งในช่วงเย็น ซึ่งยังคงเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือน นับตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน โดยมีปัจจัยหนุนจากข้อตกลงเปิดเส้นทางเดินเรือบางส่วนในช่องแคบฮอร์มุซระหว่างอิหร่านและโอมาน รวมถึงแรงซื้อทองคำต่อเนื่องของธนาคารกลางจีน ขณะที่ตลาดยังรอลุ้นตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่จะประกาศคืนนี้เวลา 19.30 น. ซึ่งจะเป็นตัวชี้ทิศทางราคาในระยะถัดไป

ราคาทองแกว่งตัวในกรอบ 4,233 – 4,303 ดอลลาร์/ออนซ์ ล่าสุดทดสอบแนวต้าน 4,300 ดอลลาร์อีกครั้งช่วงเย็น
ตัวจุดชนวนหลัก คือ ข้อตกลงฮอร์มุซระหว่างอิหร่าน-โอมาน คลายความกังวลด้านอุปทานพลังงาน
ธนาคารกลางจีน (PBOC) เพิ่มทุนสำรองทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 เป็นสัญญาณแรงหนุนระยะยาว
ต้องจับตามองตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ คืนนี้ เวลา 19.30 น.
สำหรับฝั่งไทย เงินบาทแข็งค่าขึ้นมาที่ราว 33.10 – 33.30 บาทต่อดอลลาร์ สวนทางกับที่หลายคนคาดว่าบาทแข็งจะกดราคาทองในประเทศ
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับทะเลอาหรับ ความตึงเครียดในพื้นที่นี้มักส่งผลให้ตลาดพลังงานผันผวนรุนแรง เนื่องจากน้ำมันดิบส่วนใหญ่จากตะวันออกกลางต้องขนส่งผ่านเส้นทางนี้ ข้อตกลงล่าสุดระหว่างอิหร่านและโอมานที่เปิดเส้นทางเดินเรือบางส่วน จึงช่วยคลายแรงกดดันด้านอุปทานที่ตลาดกังวลมาระยะหนึ่ง แม้ในระยะสั้นยังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง
ตลอดวันนี้ราคาทองคำเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัว ช่วงเช้าราคาพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 4,303 ดอลลาร์ ก่อนย่อตัวลงมาในช่วงกลางวันจากแรงกดดันของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังเจ้าหน้าที่เฟดบางรายส่งสัญญาณว่าอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยอาจเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
อย่างไรก็ตาม ช่วงบ่ายถึงเย็นราคาทองคำดีดตัวกลับขึ้นมาใกล้ระดับสูงสุดเดิมอีกครั้ง โดยได้แรงหนุนจากดัชนีดอลลาร์สหรัฐ (DXY) ที่ทรงตัวไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นไปได้ ประกอบกับแรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางจีนที่ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง
นอกเหนือจากปัจจัยข่าวรายวันอย่างสถานการณ์ฮอร์มุซและทิศทางดอกเบี้ยเฟด อีกแรงหนุนสำคัญที่มักถูกมองข้ามคือการสะสมทองคำของธนาคารกลางจีน (PBOC) ซึ่งเพิ่มทุนสำรองทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ติดต่อกัน โดยข้อมูลล่าสุด ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม ทุนสำรองทองคำของจีนเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าราว 20 เมตริกตัน
ปัจจัยนี้สำคัญเพราะสะท้อนความต้องการทองคำในระดับโครงสร้าง และมักเป็นแรงหนุนราคาทองคำในระยะกลางถึงยาว ต่างจากปัจจัยอย่างข้อตกลงฮอร์มุซหรือตัวเลขเศรษฐกิจที่ส่งผลเฉพาะช่วงสั้นๆ
โดยหลักการทั่วไป ราคาทองคำในประเทศไทยอ้างอิงจากราคาทองคำโลกที่ซื้อขายเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ
| สถานการณ์ | ผลต่อราคาทองในประเทศ |
|---|---|
| เงินบาทแข็งค่า | ราคาทองในประเทศมีแนวโน้มถูกลง (ใช้เงินบาทน้อยลงในการแลกซื้อ) |
| เงินบาทอ่อนค่า | ราคาทองในประเทศมีแนวโน้มแพงขึ้น (ต้องใช้เงินบาทมากขึ้นในการแลกซื้อ) |
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสัปดาห์นี้คือทั้งสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน คือเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาอยู่ในกรอบประมาณ 33.10 – 33.30 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ราคาทองคำโลกก็ปรับตัวขึ้นเช่นกัน สาเหตุคือทั้งสองปัจจัยมีต้นตอเดียวกัน นั่นคือการที่ดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนแรงและไม่สามารถทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นไปได้ เมื่อดอลลาร์อ่อนแรงเทียบกับสกุลเงินหลักหลายสกุลรวมถึงบาทไทย ราคาทองคำที่อ้างอิงดอลลาร์ก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้ในกรณีนี้แรงหนุนจากราคาทองโลกมีน้ำหนักมากกว่าแรงกดดันจากบาทที่แข็งค่า ราคาทองในประเทศจึงยังปรับตัวขึ้นในภาพรวม
สำหรับผู้ที่เทรด XAU/USD ระดับ 4,300 ดอลลาร์ถือเป็นแนวต้านจิตวิทยาสำคัญที่ตลาดจับตาในขณะนี้ หากราคายืนเหนือระดับนี้ได้อย่างต่อเนื่อง อาจเปิดทางให้เกิดแรงซื้อต่อเนื่องไปทดสอบระดับสูงขึ้น แต่หากไม่สามารถทะลุผ่านได้ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดแรงขายทำกำไรกลับลงมาสู่แนวรับก่อนหน้า ความผันผวนแบบแกว่งสองทางเช่นนี้มักเกิดขึ้นในช่วงก่อนการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
ในส่วนของคู่เงิน USD/THB ทิศทางบาทที่แข็งค่ามีผลโดยตรงต่อนักเทรดไทยในสองมิติ คือต้นทุนของการแปลงเงินบาทเป็นดอลลาร์เพื่อเข้าพอร์ต และมูลค่าของกำไรเมื่อแปลงกลับเป็นเงินบาท ในช่วงที่ตลาดผันผวนสูงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญเช่นนี้ ควรติดตามทั้งสองคู่เงินควบคู่กันอย่างใกล้ชิด
ปัจจัยที่ต้องจับตาที่สุดคือตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ (Non-Farm Payrolls หรือ NFP) ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง และอัตราการว่างงานเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะประกาศเวลา 19.30 น. ตามเวลาไทย
อย่างไรก็ตาม มุมมองจากนักเศรษฐศาสตร์บางส่วนประเมินว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ ในขณะนี้อยู่ในภาวะค่อนข้างทรงตัว ไม่ได้แข็งแกร่งหรืออ่อนแออย่างชัดเจน โดยผลกำไรของภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับดีช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการจ้างงานทรุดตัวลงอย่างรุนแรง ซึ่งอาจทำให้ตลาดทองคำไม่ผันผวนรุนแรงจากตัวเลขครั้งนี้เท่าที่หลายฝ่ายกังวล อย่างไรก็ตาม หากตัวเลขออกมาต่างจากคาดการณ์อย่างมีนัยสำคัญไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง ก็ยังมีโอกาสสร้างความผันผวนต่อราคาทองคำในช่วงเวลาสั้นๆ ได้
แนวโน้มราคาทองคำในสัปดาห์นี้เป็นอย่างไร
ราคาทองคำมีแนวโน้มผันผวนสูงในกรอบใกล้ระดับ 4,300 ดอลลาร์ โดยปัจจัยสำคัญที่สุดที่ต้องติดตามคือตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ที่จะประกาศคืนนี้ รวมถึงความคืบหน้าของสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ
ข้อตกลงช่องแคบฮอร์มุซส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันอย่างไร
ข้อตกลงดังกล่าวช่วยคลายความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ ทำให้ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลง เนื่องจากตลาดลดการให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านอุปทาน
ตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯ ส่งผลต่อราคาทองคำอย่างไร
ตัวเลขการจ้างงานเป็นหนึ่งในข้อมูลที่เฟดใช้ประกอบการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ย หากตัวเลขออกมาอ่อนแอ มักตอกย้ำมุมมองว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยน้อยลงหรือชะลอการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ ในทางกลับกันหากตัวเลขแข็งแกร่งเกินคาด อาจกดดันราคาทองคำในระยะสั้น