หุ้นไทยพักฐานแน่! เปิดกลยุทธ์รับมือ หลังแรงซื้อพุ่งทุบสถิติ 12 ปี
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी

หุ้นไทยพักฐานแน่! เปิดกลยุทธ์รับมือ หลังแรงซื้อพุ่งทุบสถิติ 12 ปี

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-24

ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดหุ้นไทยวิ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ จากสัญญาณที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เฝ้าติดตาม ล่าสุดตลาดหุ้นไทยเข้าสู่ภาวะที่เรียกว่า "Overbought" หรือ "ซื้อมากเกินไป" ในระดับที่ร้อนแรงที่สุดในรอบ 12 ปี สัญญาณนี้บ่งบอกอะไร และนักลงทุนควรปรับกลยุทธ์อย่างไรในช่วงนี้?


บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจภาพรวมของสถานการณ์หุ้นไทยตั้งแต่ต้นจนปลาย ตั้งแต่ความหมายของ Overbought ไปจนถึงปัจจัยเสี่ยงรอบด้านและกลยุทธ์การลงทุนที่เหมาะสม เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและรอบคอบมากขึ้น


Overbought คืออะไร และทำไมถึงเป็นสัญญาณเตือน?

Overbought หรือ "ภาวะซื้อมากเกินไป" คือสภาวะที่ราคาหุ้นหรือดัชนีปรับตัวขึ้นมาในระดับที่เร็วและสูงเกินกว่าที่พื้นฐานทางเศรษฐกิจจะรองรับได้ในระยะเวลาอันสั้น เครื่องมือที่นักวิเคราะห์ใช้วัดภาวะนี้คือ RSI (Relative Strength Index หรือ ดัชนีความแข็งแกร่งสัมพัทธ์) โดยหุ้นที่มี RSI เกิน 70 จะถูกจัดว่าอยู่ในเขต Overbought


สำหรับตลาดหุ้นไทยในขณะนี้ สัดส่วนของหุ้นที่มี RSI เกิน 70 พุ่งขึ้นจากเพียง 4% ก่อนการเลือกตั้ง มาแตะระดับ 33% ภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ ซึ่งนับเป็นระดับสูงสุดในรอบ 12 ปี


ในทางปฏิบัติ ภาวะ Overbought ไม่ได้แปลว่าตลาดจะต้องร่วงลงทันที แต่มันเป็นสัญญาณเตือนว่า "แรงซื้อที่ดันราคาขึ้นมาอาจเริ่มหมดแรง" และมีโอกาสเกิดการพักฐาน (Correction) หรือแรงขายทำกำไรในระยะสั้น


หุ้นไทยวันนี้

วิเคราะห์หุ้นไทยวันนี้: ภาพรวมตลาด 23-24 กุมภาพันธ์ 2569

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ดัชนี SET ปิดตลาดที่ 1,480.24 จุด เพิ่มขึ้นเพียง 0.53 จุด หรือ 0.04% โดยระหว่างวันดัชนีวิ่งผันผวนอย่างเห็นได้ชัด โดยมีจุดสูงสุดอยู่ที่ 1,506.08 จุด และจุดต่ำสุดที่ 1,468.02 จุด ซึ่งถือว่ากว้างมากในหนึ่งวันเทรด


ที่น่าสังเกตคือ ฝ่ายขายในวันนั้นมาจากนักลงทุนกลุ่มใหญ่ทั้งหมด ได้แก่ นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 718.60 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 244.56 ล้านบาท และกองทุนสถาบันขายสุทธิ 1,172.76 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนรายย่อยเป็นฝ่ายซื้อสุทธิเพียงกลุ่มเดียวที่ 2,135.91 ล้านบาท


ภาพนี้สะท้อนว่านักลงทุนรายย่อยยังมีความกระตือรือร้น แต่กลุ่ม "เงินใหญ่" เริ่มทยอยลดความเสี่ยง ซึ่งในอดีตมักเป็นสัญญาณล่วงหน้าของการพักฐาน


ต่อเนื่องมาวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 โบรกเกอร์ประเมินว่า SET INDEX มีความเสี่ยงปรับฐานในกรอบ 1,460-1,490 จุด หลังตลาด Dow Jones ปิดลบกว่า 822 จุด (-1.66%) ในคืนก่อน จากความกังวลทั้งเรื่อง AI ที่อาจ Disrupt หลายอุตสาหกรรม และนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดทั่วโลก


ปัจจัยเสี่ยงที่กดดันหุ้นไทย: ทั้งในและนอกประเทศ

ความเสี่ยงจากต่างประเทศ

1. นโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ (US Tariff Policy) นี่คือปัจจัยที่ตลาดทั่วโลกกำลังจับตามองมากที่สุดในขณะนี้ ความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีจากฝ่ายบริหารสหรัฐฯ ทำให้ Upside ของตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มจำกัด เพราะนักลงทุนไม่สามารถประเมินผลกระทบได้อย่างชัดเจน

2. ความเสี่ยงสงครามสหรัฐฯ-อิหร่าน แม้ปัจจัยนี้จะหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำในระยะสั้น แต่ประวัติศาสตร์บอกว่า เมื่อสงครามเริ่มต้น SET INDEX มักปรับฐานราว 4-5% ภายใน 1 เดือน

3. AI Disruption ในภาคธุรกิจ ความกังวลว่า AI จะเข้ามากดดันต้นทุนธุรกรรมบางประเภท เช่น Visa และ Mastercard เป็นหนึ่งในแรงกดดันที่ทำให้ Dow Jones ร่วงหนักเมื่อคืน


ความเสี่ยงในประเทศ

ความไม่แน่นอนทางการเมือง โดยเฉพาะประเด็นเรื่องบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้งที่อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 85 หากผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องถึงศาล อาจส่งผลให้เงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ชะลอการไหลเข้าในระยะสั้น


Valuation เริ่มตึงตัว Forward PE ของตลาดหุ้นไทยสำหรับปี 2569 อยู่ที่ 15.7 เท่า ซึ่งอยู่ที่ -0.25 SD (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน) แปลว่าราคาหุ้นไม่ได้ถูกอีกต่อไป และ Upside จากการขยายตัวของ Valuation เริ่มจำกัดลง


ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ CPAXT ที่รายงานกำไรสุทธิเพียง 2,600 ล้านบาท ลดลง 34% เมื่อเทียบกับปีก่อน พร้อมกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 14.9% มาอยู่ที่ 13.9% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ไม่สู้ดีนักสำหรับกลุ่มค้าปลีก


ท่ามกลางความไม่แน่นอนก็ยังมีปัจจัยบวก

แม้ปัจจัยเสี่ยงจะดูน่ากังวล แต่ก็มีข่าวดีที่ยังประคองตลาดได้อยู่บ้าง

การส่งออกไทยเดือนมกราคม 2569 เติบโตแข็งแกร่ง กระทรวงพาณิชย์รายงานการส่งออกขยายตัว 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน และเมื่อหักสินค้าเกี่ยวกับยุทธปัจจัย ทองคำ และน้ำมันออก ยังเติบโตได้ถึง 21% สินค้าที่โดดเด่นได้แก่ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ (+68%) แผงสวิตช์และควบคุมกระแสไฟฟ้า (+44%) กุ้งสด (+39%) และอาหารสัตว์เลี้ยง (+8%) โดยสหรัฐฯ ยังคงเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทยที่สัดส่วนราว 22% และขยายตัวสูงถึง +43%


ตัวเลขนี้สะท้อนว่า Technology Sector ของไทยยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น สอดรับกับกระแส AI และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก บริษัทที่น่าจับตามองจากปัจจัยบวกนี้ได้แก่ TU, ITC และ TFM


นอกจากนี้ ยังมีหุ้นที่รายงานกำไรขยายตัวดีในช่วงนี้ เช่น CPN, ADVICE และ MOSHI ซึ่งเป็นสัญญาณว่ายังมีหุ้นพื้นฐานดีที่ทนทานต่อความผันผวนได้


กลยุทธ์รับมือสำหรับนักลงทุน: ระยะสั้น vs ระยะยาว

หุ้นไทย

กลยุทธ์ระยะสั้น: เพิ่มความระมัดระวัง เน้น Defensive

โบรกเกอร์แนะนำให้หันมาให้ความสำคัญกับหุ้นกลุ่มที่มีความมั่นคงและได้รับผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงน้อยกว่า ได้แก่

  • กลุ่มสื่อสาร: ADVANC, TRUE รายได้มีความสม่ำเสมอ ไม่ผันผวนตามวัฏจักรเศรษฐกิจมากนัก

  • กลุ่มโรงพยาบาล: BCH, BDMS ความต้องการด้านสุขภาพไม่เคยลดลงแม้เศรษฐกิจชะลอตัว

  • กลุ่ม Non-Bank (สินเชื่อ): MTC, SAWAD, TIDLOR มีรายได้ดอกเบี้ยที่สม่ำเสมอ

  • หุ้นปันผลสูง: BBL, KBANK, SCB เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอ


กลยุทธ์ระยะกลาง-ยาว: มองเป็นโอกาสสะสม

พิริยพล คงวาณิช นักกลยุทธ์การลงทุน บล.บัวหลวง มองว่ากรอบ SET INDEX ระยะสั้นยังอยู่ที่ 1,450-1,510 จุด แต่หากปัจจัยความไม่แน่นอนต่างๆ คลี่คลาย ดัชนีมีโอกาสแตะ 1,570 จุดในกรณีดีที่สุด (Best Case) ปลายปี 2569


คำแนะนำหลักคือ ทยอยสะสมหุ้นที่มีกำไรชัดเจนและปันผลสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่คาดว่าจะมีกำไรเด่นในไตรมาส 1/2569 เพราะเมื่อตลาดผ่านช่วงความไม่แน่นอนไป นักลงทุนจะหันมาให้ความสำคัญกับ "กำไร-ปันผล" มากขึ้น


บทสรุป: จังหวะพักฐาน คือโอกาสของคนที่เตรียมพร้อม

ตลาดหุ้นไทยในขณะนี้เหมือนนักวิ่งที่เพิ่งสปรินท์ขึ้นเขาอย่างเต็มที่ในเวลาอันสั้น ร่างกายต้องการหยุดพักสักครู่ก่อนจะวิ่งต่อไปได้อีก ภาวะ Overbought ที่สูงสุดในรอบ 12 ปี บวกกับปัจจัยกดดันจากทั้งในและต่างประเทศ บ่งชี้ว่าโอกาสพักฐานในระยะสั้นมีอยู่จริง


แต่นี่ไม่ใช่สัญญาณให้ตื่นตระหนกหรือเทขายทุกอย่าง ตรงกันข้าม สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาวที่มีวินัย การพักฐานครั้งนี้อาจเป็นจังหวะทองในการทยอยสะสมหุ้นพื้นฐานดีในราคาที่เหมาะสมกว่า


กุญแจสำคัญคือ เลือกหุ้นที่มีกำไรชัดเจน จ่ายปันผลสม่ำเสมอ และอยู่ในอุตสาหกรรมที่ทนทานต่อความผันผวน เพราะเมื่อหมอกแห่งความไม่แน่นอนจางหาย ตลาดจะมองเห็นมูลค่าที่แท้จริงของหุ้นเหล่านี้อีกครั้ง


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหุ้นไทยและภาวะ Overbought

1: ภาวะ Overbought หมายความว่าตลาดจะร่วงลงแน่นอนหรือไม่? 

ไม่จำเป็นเสมอไปครับ ภาวะ Overbought เป็นสัญญาณเตือนว่าแรงซื้อเริ่มร้อนแรงเกินไป และมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่จะเกิดการพักฐาน แต่ตลาดอาจยืนในโซน Overbought ได้นานหากมีปัจจัยบวกหนุน สิ่งสำคัญคือต้องติดตามปัจจัยรอบด้านประกอบกันด้วย


2: ในช่วงตลาดผันผวน นักลงทุนรายย่อยควรทำอย่างไรดีที่สุด? 

กลยุทธ์ที่นักวิเคราะห์แนะนำในช่วงนี้คือ เน้นหุ้นกลุ่ม Defensive ที่มีรายได้สม่ำเสมอ เช่น กลุ่มสื่อสาร โรงพยาบาล และหุ้นปันผลสูง หลีกเลี่ยงการลงทุนเก็งกำไรระยะสั้นในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอนสูง และควรจัดสรรพอร์ตให้เหมาะกับระดับความเสี่ยงที่รับได้


3: ปัจจัยอะไรที่จะทำให้ SET INDEX กลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง? 

ปัจจัยหลักที่นักวิเคราะห์มอง ได้แก่ ความชัดเจนในนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ความคลี่คลายของสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1/2569 ที่ออกมาดีกว่าคาด หากปัจจัยเหล่านี้เป็นไปในทิศทางบวก ดัชนีมีโอกาสแตะ 1,570 จุดในกรณีที่ดีที่สุด


4: การส่งออกไทยที่เติบโต 24% ในเดือนมกราคม ส่งผลต่อตลาดหุ้นอย่างไร? 

ตัวเลขส่งออกที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยบวกระยะกลาง โดยเฉพาะสำหรับหุ้นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เกษตรและอาหาร รวมถึงกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากกระแส AI และ Digital Infrastructure อย่าง TU, ITC และ TFM อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น ความกังวลเรื่องภาษีและ Valuation ที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันอยู่


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
หุ้นไทยพักฐานแน่! เปิดกลยุทธ์รับมือ หลังแรงซื้อพุ่งทุบสถิติ 12 ปี
เปิดผลตอบแทน 10 เหรียญคริปโตฯ ตัวท็อป ต้นปี 2026... ตัวเลขที่คุณเห็นแล้วอาจช็อก!
ด่วน! ค่าเงินบาทอ่อนค่าหนักทะลุ 31.99 รับข่าว "เรือไทย" ถูกโจมตีช่องแคบฮอร์มุซ จับตาน้ำมันพุ่ง 100 ดอลลาร์
อยากรวยด้วยหุ้นสหรัฐฯ ต้องรู้จัก S&P 500! สรุปครบ: วิกฤตภูมิรัฐศาสตร์จะทำกำไรคุณหายหรือไม่?
S&P 500 พุ่ง! เมื่อยักษ์ AI คอนเฟิร์ม: เรามาช่วย ไม่ได้มาทำลาย