เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-28
การเลือกลงทุนในหุ้นไทยน่าซื้อที่เหมาะสมเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในตลาดหุ้น โดยเฉพาะในปี 2569 ที่เต็มไปด้วยโอกาสทางการลงทุนมากมาย นักวิเคราะห์ชั้นนำได้คัดสรร 5 หุ้นเด่นที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง พร้อมทั้งผลตอบแทนที่น่าสนใจ ซึ่งจะช่วยให้พอร์ตการลงทุนของคุณแข็งแกร่งและมั่นคงยิ่งขึ้น
ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือมืออาชีพ การเข้าใจถึงปัจจัยพื้นฐานและแนวโน้มของหุ้นไทยแต่ละตัวจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ มาร่วมสำรวจโอกาสทองที่รอคุณอยู่ในตลาดหุ้นไทยกันเลย

AMATA กลายเป็นหนึ่งในหุ้นไทยน่าซื้ออันดับต้นๆ สำหรับปี 2569 ด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ประเทศไทยกำลังกลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งของนักลงทุนจีนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในการผลิต ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจศูนย์ข้อมูลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่น่าสนใจคือ AMATA มีมูลค่าหุ้นที่น่าดึงดูดที่ PBV เพียง 0.7 เท่า พร้อมอัตราตอบแทนเงินปันผลที่ 6.6% ซึ่งถือว่าสูงมากในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ด้วย backlog คุณภาพสูงกว่า 25,000 ล้านบาท และเงินฝากที่มีหลักประกันอีก 12,000 ล้านบาท บริษัทมีความมั่นคงในการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 2 ปีข้างหน้า
คาดว่าบริษัทจะเข้าสู่ช่วงรับรู้รายได้เต็มรูปแบบ โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ไตรมาส 4/68 และจะเร่งตัวต่อเนื่องจนถึงปี 2569 อัตรากำไรยังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากการโอนที่ดินในจังหวัดชลบุรีที่มีอัตรากำไรสูงกว่า และราคาที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ค่อยๆ ปรับขึ้น
ราคาเป้าหมาย: 23.50 บาท
คำแนะนำ: ซื้อ

กระแสเงินสดแข็งแกร่งพร้อมแผนขยายธุรกิจ
สำหรับนักลงทุนที่มองหาหุ้นไทยในกลุ่มค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ CPN คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม บริษัทกำลังเข้าสู่ช่วงการเติบโตใหม่ด้วยรายได้ค่าเช่าที่แข็งแกร่งและแผนการเปิดศูนย์การค้าใหม่หลายแห่งในปี 2569-2570
พื้นที่ให้เช่า (NLA) มีแนวโน้มขยายตัว ส่งผลให้รายได้กลับมาเติบโตในระดับสองหลัก ขณะเดียวกัน อัตราค่าเช่าก็ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยกระแสเงินสดที่มั่นคง วินัยในการควบคุม CAPEX และโครงการซื้อหุ้นคืน 5,000 ล้านบาทที่กำลังดำเนินการอยู่ ทำให้ CPN มีความพร้อมในการเติบโตต่อผ่านเงินสดภายในและการนำทรัพย์สินเข้า REIT
CPN โดดเด่นด้วยโมเดลธุรกิจที่ยืดหยุ่นและแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ช่วยสนับสนุนการขึ้นค่าเช่าได้อย่างต่อเนื่อง และยังเป็นหนึ่งในหุ้นปันผลเด่นสำหรับปี 2569 อยู่ในกลุ่ม 25% ของหุ้นไทยที่จ่ายเงินปันผลสูงสุด
ราคาเป้าหมาย: 72.50 บาท
คำแนะนำ: ซื้อ

ERW เป็นหุ้นไทยน่าซื้อที่สะท้อนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ได้ดีที่สุด ด้วยสัดส่วนธุรกิจในประเทศที่สูงและบรรยากาศการท่องเที่ยวที่ดีขึ้น อัตรารายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPar) มีแนวโน้มเติบโตในทิศทางบวกเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นจากการจองที่แข็งแกร่ง
ธุรกิจ Hop Inn ยังคงเติบโตต่อเนื่องจากความต้องการที่ไม่พึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติ นอกจากนี้ โครงสร้างหนี้แบบดอกเบี้ยลอยตัว 100% ยังช่วยให้บริษัทได้ประโยชน์เต็มรูปแบบจากรอบการลดดอกเบี้ยล่าสุด
แม้ภาคการท่องเที่ยวไทยจะเผชิญแรงกดดันต่อเนื่องในปี 2568 แต่คาดว่าจะฟื้นตัวจากฐานที่ต่ำ โดยเฉพาะความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวจีนที่จะปรับดีขึ้นในปี 2569
ราคาเป้าหมาย: 3.28 บาท
คำแนะนำ: ซื้อ

สำหรับนักลงทุนที่สนใจในธีมเทคโนโลยีและ AI KCE เป็นอีกหนึ่งหุ้นไทยที่น่าจับตามองในปี 2569 แม้ว่าวัฏจักร AI ขาขึ้นจะต่อเนื่องไปจนถึงปี 2571 KCE ก็เป็นตัวเลือกการลงทุนเพิ่มเติมที่น่าสนใจเนื่องจากคาดการณ์ว่าบริษัทจะฟื้นตัวขึ้นภายในสี่ไตรมาสจากฐานที่ต่ำ
อุตสาหกรรมยานยนต์ที่เริ่มทรงตัว - คาดว่าจะดีขึ้นเล็กน้อยในปีหน้า
การฟื้นตัวของดัชนีสำคัญ - จะส่งผลดีโดยตรงต่อแนวโน้มการเติบโตของ KCE
อัตรากำไรที่มีโอกาสปรับขึ้น - หากความต้องการฟื้นตัวตามคาด อัตรากำไรขั้นต้นมีโอกาสกลับขึ้นไปเหนือ 20%
นอกจากนี้ ธีมการเติมสต็อกสินค้าอาจเป็นเซอร์ไพรส์สำหรับปีหน้า
ราคาเป้าหมาย: 24 บาท
คำแนะนำ: ซื้อ

KTB เป็นหุ้นไทยน่าซื้อที่โดดเด่นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ด้วยศักยภาพในการบริหารจัดการเงินกองทุนที่ดีที่สุด โดยมี CET1 อยู่ที่ 18.9% ซึ่งสูงที่สุดในอุตสาหกรรม และสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 8% อย่างมาก
ธนาคารได้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการบรรลุ ROE ในอัตราตัวเลข 2 หลัก ผ่านการบริหารจัดการเงินกองทุนเชิงรุก พร้อมทั้งรักษาอัตราสำรองต่อหนี้สูญ (coverage ratio) ไว้ที่ 202% ซึ่งสูงเป็นอันดับ 2 ในกลุ่ม
จากปัจจัยต่างๆ ทำให้มีโอกาสสูงที่อัตราการจ่ายเงินปันผลจะเพิ่มขึ้น ในขณะที่ธนาคารยังคงมุ่งมั่นรักษา DPS และส่งสัญญาณถึงศักยภาพในการซื้อหุ้นคืนในอนาคต
การลด CET1 ลงทุกๆ 0.5% จะทำให้ธนาคารสามารถปลดล็อกเงินทุนส่วนเกินได้ประมาณ 10,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 0.7 บาทต่อหุ้น การจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครั้งแรกที่ 0.43 บาทต่อหุ้นถือเป็นสัญญาณเชิงบวกที่แสดงถึงความเชื่อมั่นของผู้บริหาร
ราคาเป้าหมาย: 31.50 บาท
คำแนะนำ: ซื้อ
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ