ตลาดการเงินโลกผันผวน ราคาน้ำมันแตะ $100 ทำหุ้นเอเชียร่วง!
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी

ตลาดการเงินโลกผันผวน ราคาน้ำมันแตะ $100 ทำหุ้นเอเชียร่วง!

ผู้เขียน: Niracha Wang

เผยแพร่เมื่อ: 2026-03-13

ตลาดการเงินโลกผันผวน ราคาน้ำมันแตะ $100 ทำหุ้นเอเชียร่วง!

ตลาดการเงินโลก กำลังเผชิญแรงกดดันอีกครั้ง หลังสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ตลาดหุ้นหลายแห่งในเอเชียปรับตัวลดลง นักลงทุนทั่วโลกเริ่มกลับมาประเมินความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและนโยบายดอกเบี้ยของธนาคารกลางอีกครั้ง


ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์

ตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเคลื่อนไหวในทิศทางลบ โดยนักลงทุนลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ดัชนีสำคัญหลายแห่งในภูมิภาคปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน ได้แก่

  • Nikkei 225 (ญี่ปุ่น) ปรับตัวลดลงประมาณ 1.3%

  • Kospi (เกาหลีใต้) ลดลงเกือบ 2% จากแรงขายในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

  • ตลาดหุ้นไต้หวัน อ่อนตัวลงราว 1%

  • MSCI Asia-Pacific ปรับตัวลดลงประมาณ 0.5% สะท้อนแรงกดดันจากนักลงทุนทั่วภูมิภาค

แรงกดดันดังกล่าวสะท้อนถึงความกังวลของตลาดว่า หากสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลกโลกและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะต่อไป


ราคาน้ำมันพุ่งใกล้ 100 ดอลลาร์ หลังความเสี่ยงด้านอุปทานเพิ่มขึ้น สะท้อนตลาดการเงินโลก

ราคาน้ำมันพุ่งใกล้ 100 ดอลลาร์ หลังความเสี่ยงด้านอุปทานเพิ่มขึ้น สะท้อนตลาดการเงินโลก

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดการเงินโลก คือ การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่งผลให้ราคาซื้อขายสินทรัพย์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันดิบเปลี่ยนแปลงไปด้วย

  • ราคาน้ำมัน Brent เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยในตลาดการเทรดสัญญา CFD อย่าง XBRUSD มีการซื้อขายอยู่ราว 99–100 ดอลลาร์

  • ขณะที่น้ำมัน WTI เคลื่อนไหวใกล้ระดับประมาณ 95–96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยราคาซื้อขายล่าสุดของ XTIUSD อยู่ราว 94.8 ดอลลาร์

การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันเกิดจากความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทาน เฉกเช่นสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางขนส่งพลังงาน โดยเฉพาะช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดของโลก


เงินเฟ้ออาจกลับมาเป็นความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลก

ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากต้นทุนพลังงานมีผลต่อราคาสินค้าและบริการในหลายภาคส่วน

หากราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน อาจส่งผลให้ต้นทุนการผลิต การขนส่ง และราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ธนาคารกลางหลายประเทศต้องระมัดระวังมากขึ้นในการปรับนโยบายการเงิน


ความคาดหวังการลดดอกเบี้ย Fed เริ่มลดลง

ก่อนหน้านี้นักลงทุนจำนวนมากคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ เพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่อาจเพิ่มขึ้นจากราคาพลังงาน ทำให้ตลาดเริ่มปรับลดความคาดหวังเกี่ยวกับการลดดอกเบี้ย โดยนักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า Fed อาจดำเนินนโยบายการเงินอย่างระมัดระวังมากขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวจึงกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลก



ตลาดการเงินโลก เงินดอลลาร์สหรัฐ พันธบัตรรัฐบาล ทองคำ

เพราะตลาดการเงินโลกปั่นป่วน นักลงทุนหันถือสินทรัพย์ปลอดภัย ดอลลาร์แข็งค่า

เมื่อความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น นักลงทุนจำนวนมากมักหันไปถือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ หรือที่เรียกว่า Safe Haven

สินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจในช่วงนี้ ได้แก่

  • เงินดอลลาร์สหรัฐ (Dollar Index ใกล้ระดับ 104 จุด)

  • พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ราว 4.2%

  • ทองคำ ใกล้ระดับ 2,100 ดอลลาร์

โดยการไหลเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัยเหล่านี้ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับหลายสกุลเงินหลัก


ตลาดพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์อาจผันผวนต่อ

นักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงยืดเยื้อ ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะพลังงาน อาจยังคงเผชิญความผันผวนในระยะต่อไป

ในตลาดการเงิน การเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันมักสะท้อนผ่านสินทรัพย์การลงทุนหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นหุ้นพลังงาน สินค้าโภคภัณฑ์ หรือสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับพลังงานในตลาดอนุพันธ์

การติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI จึงยังคงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกใช้ประเมินแนวโน้มของตลาดการเงินในช่วงเวลาที่ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น


สรุปสถานการณ์ตลาดการเงินโลก ปั่นป่วนเพราะราคาน้ำมันพุ่ง

ภาพรวมของตลาดการเงินโลกในขณะนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนไหวของตลาดต่อปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และความคาดหวังด้านนโยบายดอกเบี้ย ในช่วงที่ความไม่แน่นอนยังคงสูง นักลงทุนทั่วโลกจึงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากพัฒนาการของเหตุการณ์เหล่านี้อาจเป็นตัวกำหนดทิศทางของตลาดการเงินในระยะต่อไป


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
ภาวะราคาน้ำมันล่วงหน้าต่ำกว่าปัจจุบัน ไม่ใช่ราคาน้ำมันดิบ 100 ดอลลาร์ คือสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างแท้จริง
ราคาสินเงินจะลดลงในเดือนพฤษภาคม 2026 หรือไม่? การคาดการณ์จากเฟด ดอลลาร์ และนักวิเคราะห์
เมื่อปักกิ่งเปิดช่องทางการปล่อยสินเชื่อ เครดิตจีนกระทบตลาดสินค้า ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ก็พร้อมรับฟัง
ราคาทองจะขึ้น 5000 ดอลลาร์หรือไม่? เหตุใดการเรียกเงินคืน 4,800 ดอลลาร์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ดัชนี S&P 500 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์: อธิบายความเชื่อมโยงระหว่างน้ำมัน ผลตอบแทนพันธบัตร และเทคโนโลยี