Larry Williams เปลี่ยน 10,000 ดอลลาร์เป็น 1.1 ล้านดอลลาร์ใน 1 ปี ทำได้อย่างไร
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी

Larry Williams เปลี่ยน 10,000 ดอลลาร์เป็น 1.1 ล้านดอลลาร์ใน 1 ปี ทำได้อย่างไร

ผู้เขียน: Benny Lam

เผยแพร่เมื่อ: 2026-07-22   
อัปเดตเมื่อ: 2026-07-22

Larry Williams เทรดเดอร์ชาวอเมริกัน เปลี่ยนเงินเริ่มต้น 10,000 ดอลลาร์ให้กลายเป็นกว่า 1.1 ล้านดอลลาร์ภายใน 12 เดือน ในการแข่งขัน Robbins World Cup Championship of Futures Trading ปี 1987 คิดเป็นผลตอบแทนราว 11,000% จากบัญชีเทรดจริงที่มีการตรวจสอบ ไม่ใช่ผลจากการทดสอบย้อนหลัง เขาทำได้ด้วยการอ่านความผันผวนของตลาดผสมกับการวางขนาดไม้ที่ใหญ่มาก และแบกความเสี่ยงสูงกว่าที่เทรดเดอร์ทั่วไปรับได้มาก

Larry Williams เปลี่ยน 10,000 ดอลลาร์เป็น 1.1 ล้านดอลลาร์ใน 1 ปี ทำได้อย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ

  • ตัวเลขนี้เกิดขึ้นจริงในเวทีแข่งเทรดที่ตรวจสอบบัญชี ปี 1987 เริ่มต้นที่ 10,000 ดอลลาร์ จบปีที่ราว 1.1 ล้านดอลลาร์ โดยมีบันทึกระบุตัวเลข 1,137,600 ดอลลาร์ หรือราว 11,376%

  • เส้นทางไปสู่ตัวเลขนั้นไม่ได้ราบเรียบ จากคำบอกเล่าของ Williams เอง พอร์ตเคยพุ่งไปแตะราว 2.2 ล้านดอลลาร์ ก่อนร่วงลงเหลือราว 750,000 ดอลลาร์ในช่วงตลาดหุ้นถล่ม Black Monday เดือนตุลาคม 1987 แล้วค่อยไต่กลับมาปิดปีที่ราว 1.1 ล้าน

  • ตัวเร่งที่ทำให้ผลตอบแทนพุ่งคือ position sizing เชิงรุก บางไม้เขาเสี่ยงสูงถึงราว 30% ของพอร์ต ซึ่งเป็นดาบสองคมที่ล้างพอร์ตได้เช่นกันหากอ่านทางผิด

  • Williams บอกเองว่าสำหรับคนส่วนใหญ่ ระดับความเสี่ยงต่อไม้ที่พอเหมาะอยู่ที่ราว 4% ไม่ใช่ระดับสูงแบบที่เขาใช้ในสนามแข่ง

  • นี่คือผลของนักเทรดมืออาชีพในบริบทเฉพาะ ไม่ใช่มาตรฐานผลตอบแทนที่ควรตั้งเป้าเลียนแบบ


Larry Williams คือใคร

Larry Williams เป็นเทรดเดอร์ชาวอเมริกันที่เริ่มซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities) และฟิวเจอร์สมาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1960 ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในวงการจากการพัฒนาเครื่องมือวิเคราะห์ที่ยังอยู่ในแพลตฟอร์มเทรดเกือบทุกตัวจนถึงวันนี้ เช่น Williams %R ซึ่งเป็นตัวชี้วัดโมเมนตัมที่ใช้ดูภาวะซื้อมากเกินไปและขายมากเกินไป รวมถึง Ultimate Oscillator และแนวคิดการอ่านข้อมูล COT (Commitments of Traders) เพื่อดูฝั่งการวางสถานะของผู้เล่นสถาบันในตลาดฟิวเจอร์ส


ก่อนปี 1987 Williams มีชื่อเสียงอยู่แล้วจากการเขียนหนังสือและสอนเรื่องการเทรด หนึ่งในหนังสือที่คนพูดถึงมากคือ How I Made One Million Dollars Last Year Trading Commodities แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อของเขาถูกจดจำในระดับตำนาน คือผลงานในเวทีแข่งขันที่มีการตรวจสอบบัญชีอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่การอ้างผลตอบแทนที่ตรวจสอบไม่ได้


เวที Robbins World Cup คืออะไร และทำไมตัวเลขนี้ถึงเชื่อถือได้

รายการที่ Williams เข้าร่วมคือ Robbins World Cup Championship of Futures Trading ซึ่งจัดโดย Robbins Trading Company จุดที่ทำให้รายการนี้ต่างจากคำโฆษณาทั่วไป คือผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องเปิดบัญชีเทรดจริงด้วยจำนวนเงินที่กำหนด แล้วเทรดแข่งกันตลอด 12 เดือนเต็ม ผลตอบแทนคำนวณจากกำไรขาดทุนจริงของบัญชี โดยมีผู้จัดเป็นบุคคลที่สามคอยตรวจสอบสถิติ


รูปแบบนี้ทำให้ตัวเลขมีน้ำหนักต่างจาก Case Study ในโฆษณาคอร์สเทรด เพราะทุกคนเผชิญความเสี่ยงจากเงินจริง ไม่ใช่การเลือกช่วงเวลาย้อนหลังมาโชว์เฉพาะผลลัพธ์ที่สวยที่สุด ที่น่าสนใจคือหลังจบการแข่ง ผลงานของ Williams ถูกตั้งคำถามและตรวจสอบซ้ำ เพราะหลายคนไม่เชื่อว่าตัวเลขระดับนี้เป็นไปได้ แต่บันทึกการเทรดยืนยันว่าทุกไม้เกิดขึ้นจริง


ตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงในปี 1987

Williams เริ่มบัญชีแข่งขันด้วยเงิน 10,000 ดอลลาร์ และจบปีด้วยยอดในบัญชีกว่า 1.1 ล้านดอลลาร์ ยังไม่มีใครทำลายสถิติผลตอบแทนสูงสุดในรูปแบบเดียวกันนี้ได้จนถึงปัจจุบัน


หัวข้อ

รายละเอียด

ปีที่แข่งขัน

1987

เงินทุนเริ่มต้น

10,000 ดอลลาร์

เงินทุนปลายปี

ราว 1.1 ล้านดอลลาร์ (บางบันทึกระบุ 1,137,600 ดอลลาร์)

ผลตอบแทน

ราว 11,000% ขึ้นไป (บางแหล่งระบุ 11,376%)

ตลาดที่เทรด

ฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์และดัชนี โดยเน้น S&P 500 futures และพันธบัตร

ลักษณะบัญชี

บัญชีเทรดจริง ตรวจสอบผลลัพธ์โดยผู้จัดการแข่งขัน


ปีนั้นเป็นปีที่ตลาดการเงินโลกผันผวนสูงมาก โดยเฉพาะเหตุการณ์ Black Monday วันที่ 19 ตุลาคม 1987 ที่ตลาดหุ้นทั่วโลกร่วงรุนแรงในวันเดียว ความผันผวนระดับนั้นเป็นทั้งโอกาสและกับดักสำหรับเทรดเดอร์ที่เล่นตามโมเมนตัม


เบื้องหลังที่มักถูกตัดออก เส้นทางสู่ 1.1 ล้านคือรถไฟเหาะ

จุดที่คลิปสั้นและบทความส่วนใหญ่มักไม่เล่า คือกราฟพอร์ตของ Williams ไม่ได้ไต่ขึ้นเป็นเส้นตรงตลอดปี จากที่เขาเล่าในบทสัมภาษณ์ พอร์ตเคยพุ่งไปแตะระดับราว 2.2 ล้านดอลลาร์ ก่อนจะร่วงลงมาเหลือราว 750,000 ดอลลาร์ในจังหวะที่ตลาดถล่มช่วง Black Monday แล้วจึงค่อยไต่กลับมาปิดปีที่ราว 1.1 ล้าน พูดง่าย ๆ คือมูลค่าพอร์ตหายไปราวสองในสามจากจุดสูงสุดในช่วงหนึ่ง


การเล่าแค่ตัวเลขต้นปีกับปลายปีทำให้ดูเหมือนเส้นทางราบรื่น ทั้งที่ความจริงคือ Williams ใช้ position size ที่ใหญ่มากเมื่อเทียบกับเงินทุน บางไม้เสี่ยงสูงถึงราว 30% ของพอร์ตในไม้เดียว การจะได้ผลตอบแทนหลักหมื่นเปอร์เซ็นต์ในเวลา 1 ปีจำเป็นต้องใช้เลเวอเรจและขนาดไม้ที่แลกมาด้วยความเสี่ยงล้างพอร์ตได้เท่า ๆ กัน หากทิศทางที่ประเมินไว้ผิด


คำที่ใช้อธิบายอาการแบบนี้คือ Drawdown ซึ่งหมายถึงมูลค่าพอร์ตที่ลดลงจากจุดสูงสุดก่อนหน้า มักวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้บอกว่าพอร์ตเคยเจ็บหนักแค่ไหนระหว่างทาง ไม่ใช่แค่ดูผลลัพธ์ปลายทาง และยิ่ง Drawdown ลึกเท่าไร ยิ่งต้องทำกำไรกลับมากขึ้นเท่านั้นเพื่อให้เท่าทุน ดังที่เห็นในตารางด้านล่าง เพราะเมื่อขาดทุนลึก เปอร์เซ็นต์กำไรที่ต้องทำเพื่อกลับมาเท่าทุนจะเพิ่มขึ้นแบบไม่เป็นเส้นตรง


ขาดทุนจากพอร์ต (Drawdown)

ต้องทำกำไรกลับเท่าไรถึงเท่าทุน

10%

ประมาณ 11%

25%

ประมาณ 33%

50%

100%

75%

300%

90%

900%


เห็นได้ว่าพอร์ตที่ขาดทุน 50% ต้องทำกำไรถึง 100% เพียงเพื่อกลับมาที่เดิม นี่คือเหตุผลที่การเสี่ยง 30% ต่อไม้เป็นเรื่องที่คนทั่วไปไม่ควรทำตาม เพราะพลาดติดกันเพียงไม่กี่ไม้ พอร์ตก็อาจเข้าสู่โซนที่กู้คืนแทบไม่ได้


Larry Williams ใช้กลยุทธ์อะไร

Williams ไม่ได้เทรดแบบเดาสุ่มหรืออาศัยดวงล้วน ๆ เขาใช้ชุดแนวคิดที่ผสมกันหลายส่วน และบางส่วนก็เผยแพร่ผ่านหนังสือของตัวเองในภายหลัง


  • Volatility Breakout: เข้าซื้อขายเมื่อราคาเบรกออกจากกรอบความผันผวนของวันก่อนหน้าในทิศทางที่คาดว่าโมเมนตัมจะไปต่อ แนวคิดนี้ใกล้เคียงกับสิ่งที่เทรดเดอร์ยุคหลังเรียกว่า Volatility Expansion

  • ความสัมพันธ์ระหว่างตลาด (Correlation): มองความเชื่อมโยงของตลาดที่เกี่ยวข้องกัน เช่น พันธบัตร ดอลลาร์ และสินค้าโภคภัณฑ์ เพื่อยืนยันทิศทางก่อนลงไม้ใหญ่

  • Commitments of Traders (COT): อ่านข้อมูลฝั่งการวางสถานะของผู้เล่นสถาบัน เพื่อประเมินว่าฝ่ายไหนกำลังสะสมหรือลดสถานะ โดย Williams ให้น้ำหนักกับกลุ่ม commercials เป็นพิเศษ

  • Position Sizing เชิงรุก: เมื่อมั่นใจในสัญญาณสูง เขาเพิ่มขนาดไม้อย่างมีนัยสำคัญ ปัจจัยนี้เองที่ทำให้ผลตอบแทนพุ่งเหนือค่าเฉลี่ยทั่วไปมาก และเป็นปัจจัยเดียวกับที่ทำให้ Drawdown รุนแรงในบางช่วง


จุดร่วมของแนวทางเหล่านี้คือมันไม่ใช่ระบบที่แม่นยำแบบสูตรตายตัว แต่เป็นกรอบการอ่านตลาดที่ต้องอาศัยประสบการณ์ในการตีความร่วมด้วย ต่างจากภาพที่มักถูกขายกันว่ามีสูตรลับที่ทำกำไรได้แน่นอน


ลูกสาวของเขาก็เคยทำได้ใกล้เคียงกัน

หลายปีต่อมา Michelle Williams ลูกสาวของ Larry ที่ขณะนั้นยังเป็นวัยรุ่น เข้าแข่งขันในรายการลักษณะเดียวกันในปี 1997 โดยใช้แนวทางที่พ่อสอนไว้ และทำผลตอบแทนได้ในหลักพันเปอร์เซ็นต์ ราว 900 ถึง 1,000% ซึ่งถือเป็นผลงานสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในประวัติของเวทีนี้ แม้ตัวเลขจะไม่เท่าสถิติของพ่อในปี 1987 แต่ก็เป็นเครื่องยืนยันว่ากรอบความคิดที่ใช้นั้นถ่ายทอดและทำซ้ำได้ในระดับหนึ่ง ไม่ใช่เหตุการณ์บังเอิญเพียงครั้งเดียว


บทเรียนบริหารความเสี่ยงที่เทรดเดอร์ไทยเอาไปใช้ได้จริง

ประเด็นที่เอาไปใช้ได้ไม่ใช่ตัวเลข 11,000% แต่เป็นวิธีคิดเรื่องความเสี่ยงที่อยู่เบื้องหลัง


หัวใจอยู่ที่การจำกัดความเสี่ยงต่อไม้ มาตรฐานที่สอนกันในหมู่เทรดเดอร์คือเสี่ยงไม่เกิน 1 ถึง 2% ของพอร์ตต่อไม้ ส่วนตัว Williams เองเคยให้สัมภาษณ์ว่าจุดที่พอเหมาะสำหรับคนส่วนใหญ่อยู่ที่ราว 4% ต่อไม้ และการดันความเสี่ยงเกิน 5 ถึง 6% ต่อไม้จะเร่งโอกาสพอร์ตพังเมื่อขาดทุนติดกัน ระดับ 30% ต่อไม้ที่เขาใช้ในสนามแข่งจึงเป็นของเฉพาะกิจ ไม่ใช่วิธีเทรดปกติ


ก่อนจะไปต่อ ขอปูนิยามคำที่ใช้บ่อยให้ตรงกัน การจำกัดความเสี่ยงต่อไม้แบบนี้คือหัวใจของสิ่งที่เรียกว่า Money Management หรือการบริหารเงินทุน โดยมีเป้าหมายให้เงินต้นอยู่รอดในระยะยาว ไม่ใช่การเร่งทำกำไรให้มากที่สุดในเวลาสั้น เครื่องมือที่ใช้คุมความเสี่ยงในทางปฏิบัติคือ Position Sizing ซึ่งหมายถึงการกำหนดขนาดคำสั่งซื้อขาย หรือ lot จากจำนวนเงินที่ยอมเสียได้และระยะจุดตัดขาดทุน ไม่ใช่จากกำลังซื้อสูงสุดที่เลเวอเรจเปิดให้ 


อีกตัวเลขที่ควรดูก่อนกดออเดอร์ทุกครั้งคือ Risk:Reward หรือสัดส่วนระหว่างเงินที่เสี่ยงเสียกับกำไรที่คาดหวัง ถ้าเสี่ยงมากกว่าที่จะได้ ไม้นั้นก็ไม่คุ้มตั้งแต่ต้น และปลายทางของการมองข้ามทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เทรดเดอร์ไทยเรียกว่าล้างพอร์ต นั่นคือเงินในบัญชีลดลงจนแทบหมดหรือถูกบังคับปิดสถานะ (Stop Out) จากการใช้เลเวอเรจเกินตัวและวางไม้ใหญ่โดยไม่มีจุดตัดขาดทุน


ลองดูตัวอย่างการวางขนาดไม้แบบคุมความเสี่ยงด้วยทองคำ (XAUUSD) ซึ่งเป็นสินทรัพย์ยอดนิยมของเทรดเดอร์ไทย สมมติพอร์ต 1,000 ดอลลาร์ ยอมเสี่ยงต่อไม้ 2% เท่ากับ 20 ดอลลาร์ หากวางจุดตัดขาดทุนไว้ที่ระยะซึ่งราคาทองขยับ 10 ดอลลาร์ ขนาดไม้ที่เหมาะสมจะอยู่ที่ราว 0.02 lot เพราะถ้าราคาชนจุดตัดขาดทุน ขาดทุนจะอยู่ที่ราว 20 ดอลลาร์ตามที่วางแผนไว้ เลเวอเรจอาจเปิดให้ถือไม้ใหญ่กว่านี้ได้หลายเท่า แต่วินัยเรื่องขนาดไม้คือสิ่งที่กันไม่ให้ไม้เดียวมาทำลายทั้งพอร์ต


สิ่งที่ยังใช้ได้ทุกยุคจากแนวทางของ Williams สรุปได้ดังนี้


  • การอ่านความผันผวนและโมเมนตัมยังเป็นหลักการที่ใช้ได้กับทุกตลาด ไม่ว่าจะเป็น Forex ทองคำ หรือฟิวเจอร์ส

  • การดูความสัมพันธ์ระหว่างสินทรัพย์ช่วยยืนยันสัญญาณให้มีน้ำหนักมากกว่าการดูกราฟเดี่ยว ๆ

  • การมีกรอบความคิดที่ชัดเจนและทำซ้ำได้ สำคัญกว่าการเดาทิศทางแบบไม่มีระบบ

  • ผลตอบแทนที่โดดเด่นมักมาพร้อมความเสี่ยงที่มากกว่าค่าเฉลี่ยเสมอ ไม่มีทางลัดที่ปลอดต้นทุนความเสี่ยง


สิ่งที่ควรระวัง อย่าตีความผิด

  • นี่คือผลของนักเทรดมืออาชีพระดับเวทีแข่งขัน ไม่ใช่มาตรฐานที่คาดหวังได้ทั่วไป สถิติปี 1987 ยังไม่เคยถูกทำซ้ำในระดับเดียวกันแม้แต่โดยตัว Williams เอง

  • ผลตอบแทนหลักหมื่นเปอร์เซ็นต์มาพร้อมความเสี่ยงล้างพอร์ตในระดับเดียวกัน การใช้ position size ขนาดใหญ่แบบที่ทำให้ได้ผลตอบแทนขนาดนี้ หากอ่านทางผิดก็เสียเงินต้นเกือบทั้งหมดได้เช่นกัน

  • บริบทตลาดปี 1987 ต่างจากปัจจุบันมาก ทั้งเรื่องสภาพคล่อง เทคโนโลยีการส่งคำสั่ง และการแข่งขันของผู้เล่น ยุคนั้นยังเป็นการเทรดผ่านฟลอร์ (pit) ที่มีจังหวะต่างจากตลาดอิเล็กทรอนิกส์วันนี้ สิ่งที่เคยได้ผลในยุคนั้นอาจไม่ให้ผลแบบเดียวกันในตอนนี้

  • การเทรดแข่งขันกับการเทรดเพื่อรักษาเงินทุนระยะยาวมีเป้าหมายต่างกัน ผู้เข้าแข่งขันยอมรับความเสี่ยงสูงเพื่อผลตอบแทนสูงในกรอบเวลาสั้น ต่างจากการบริหารพอร์ตเพื่อความมั่งคั่งระยะยาวที่เน้นการอยู่รอดมากกว่าผลตอบแทนสูงสุด


จากตำนานสู่การเทรดของคุณ เริ่มอย่างมีระบบ

บทเรียนที่แท้จริงจากเรื่องของ Larry Williams คือ ผลตอบแทนที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากการเสี่ยงหนักที่สุด แต่มาจากการรู้ว่าจะเสี่ยงเท่าไรและควบคุมความเสียหายอย่างไร เทรดเดอร์ที่อยากพัฒนาไปในทางนี้เริ่มได้จากสามเรื่องง่าย ๆ คือ วางขนาดไม้จากความเสี่ยงที่รับได้จริง ตั้งจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง และเลือกสภาพแวดล้อมการเทรดที่ตรวจสอบได้และปกป้องเงินทุน


เรื่องสภาพแวดล้อมนั้นสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะในจังหวะตลาดผันผวนแรงแบบ Black Monday สิ่งที่ทำให้การขาดทุนบานปลายมักเป็นเรื่องการส่งคำสั่งที่ล่าช้าและ slippage ที่นี่ EBC Financial Group เป็นโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลระดับสากลอย่าง FCA (สหราชอาณาจักร), ASIC (ออสเตรเลีย) และ CIMA (หมู่เกาะเคย์แมน) มีระบบป้องกันยอดเงินติดลบ (Negative Balance Protection) สำหรับลูกค้ารายย่อยภายใต้หน่วยงานที่กำหนด รองรับการส่งคำสั่งด้วยความเร็วเฉลี่ยต่ำกว่า 20 มิลลิวินาที สเปรดเริ่มต้นที่ 0.0 pips และใช้งานได้ทั้งบน MT4 และ MT5


สำหรับการฝึกวางขนาดไม้ให้แม่นก่อนลงเงินจริง ลองใช้ เครื่องมือคำนวณการเทรดของ EBC ที่มีทั้งตัวคำนวณขนาด position และค่า pip และถ้าอยากเข้าใจกลไกเลเวอเรจให้ลึกขึ้นก่อนกดออเดอร์ อ่านต่อได้ที่ เลเวอเรจ สำหรับมือใหม่ : 5 เคล็ดลับงัดเทรดให้พอร์ตโตแบบยั่งยืน และ 5 วิธีเทรดผิด ๆ ที่ทำให้มือใหม่พอร์ตระเบิด หากอยากรู้จักเทรดเดอร์ระดับตำนานคนอื่น ๆ ในแนวเดียวกัน แวะอ่านได้ที่ศูนย์รวม ตำนานแห่งตลาด และเมื่อพร้อมเทรดจริง เลือกประเภทบัญชีที่เหมาะกับสไตล์ของคุณได้ที่หน้า บัญชีเทรดของ EBC หรือฝึกด้วยบัญชีเดโมก่อนก็ได้


คำถามที่พบบ่อย

Larry Williams ทำผลตอบแทนเท่าไรในการแข่งขันปี 1987

เขาเปลี่ยนเงินทุนเริ่มต้น 10,000 ดอลลาร์เป็นกว่า 1.1 ล้านดอลลาร์ภายใน 12 เดือน คิดเป็นผลตอบแทนราว 11,000% ในเวที Robbins World Cup Championship of Futures Trading โดยบางบันทึกระบุตัวเลขที่ 1,137,600 ดอลลาร์ หรือราว 11,376%


ตัวเลขนี้เป็นเรื่องจริงหรือแค่คำโฆษณา

เป็นเรื่องจริงและตรวจสอบได้ ผู้เข้าแข่งขันต้องเปิดบัญชีเทรดจริงตามจำนวนเงินที่กำหนด แล้วเทรดตลอด 12 เดือน ผลตอบแทนคำนวณจากกำไรขาดทุนจริงในบัญชีซึ่งมีผู้จัดการแข่งขันตรวจสอบ ผลงานของ Williams ยังเคยถูกตรวจสอบซ้ำเพราะคนไม่เชื่อ แต่บันทึกยืนยันว่าทำได้จริง


Larry Williams ใช้กลยุทธ์อะไร

เขาใช้หลายแนวคิดผสมกัน เช่น Volatility Breakout การดูความสัมพันธ์ระหว่างตลาด และการอ่านข้อมูล Commitments of Traders เพื่อประเมินฝั่งของผู้เล่นสถาบัน ร่วมกับการบริหาร position size เชิงรุกเมื่อมั่นใจในสัญญาณสูง


ทำไมพอร์ตถึงเคยเกือบพัง ทั้งที่จบปีเป็นล้าน

เพราะเขาวางขนาดไม้ใหญ่มากและบางไม้เสี่ยงถึงราว 30% ของพอร์ต จากคำบอกเล่าของเขา พอร์ตเคยขึ้นไปแตะราว 2.2 ล้านดอลลาร์ แล้วร่วงเหลือราว 750,000 ดอลลาร์ในช่วงตลาดถล่ม ก่อนไต่กลับมาปิดที่ราว 1.1 ล้าน นี่คือลักษณะของการเทรดที่ผลตอบแทนสูงมากับความเสี่ยงสูง


เทรดเดอร์ทั่วไปควรตั้งเป้าผลตอบแทนแบบนี้ไหม

ไม่ควรตั้งเป็นมาตรฐาน ควรศึกษาแนวคิดเรื่องการอ่านความผันผวนและความสัมพันธ์ของตลาดเป็นความรู้ แต่ผลตอบแทนระดับนี้มาพร้อมความเสี่ยงล้างพอร์ตที่สูงมาก การบริหารความเสี่ยงและการอยู่รอดระยะยาวสำคัญกว่าการไล่ตามผลตอบแทนสูงสุดในเวลาสั้น


มีคนอื่นเคยทำผลตอบแทนใกล้เคียงในเวทีนี้อีกไหม

มี Michelle Williams ลูกสาวของ Larry เคยเข้าแข่งในรายการลักษณะเดียวกันในปี 1997 โดยใช้แนวทางที่พ่อสอน และทำผลตอบแทนได้ในหลักพันเปอร์เซ็นต์ ราว 900 ถึง 1,000% ซึ่งสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของเวที แม้จะไม่เท่าสถิติของพ่อ แต่ก็แสดงว่าแนวทางนี้ทำซ้ำได้ในระดับหนึ่ง


คำเตือนความเสี่ยง

การเทรดฟิวเจอร์ส CFD และผลิตภัณฑ์ที่ใช้เลเวอเรจมีความเสี่ยงสูง อาจทำให้สูญเงินลงทุนบางส่วนหรือทั้งหมด และในบางกรณีอาจมากกว่าเงินลงทุนเริ่มต้น ผลตอบแทนในอดีตของบุคคลใดบุคคลหนึ่งไม่ได้เป็นเครื่องรับประกันผลลัพธ์ในอนาคต และไม่ควรใช้เป็นมาตรฐานคาดหวังสำหรับการเทรดของตัวเอง บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์และการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำการลงทุน ผู้อ่านควรพิจารณาความเสี่ยง ศึกษาข้อมูลให้เข้าใจ และขอคำแนะนำจากที่ปรึกษาอิสระก่อนตัดสินใจ


อ้างอิงข้อมูลเชิงประวัติ: บันทึกของ Robbins World Cup Championship of Futures Trading, ประวัติผู้บรรยายของ CMT Association, หน้าประวัติของ Larry R. Williams บน Wikipedia และบทสัมภาษณ์ของ Larry Williams เรื่องการบริหารความเสี่ยงในปีที่ทำสถิติ

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ทั้งนี้มิได้มีเจตนาให้ถือเป็น (และไม่ควรตีความว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน คำแนะนำด้านการลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรยึดถือเป็นหลักปฏิบัติไม่ว่าในกรณีใดๆ ความคิดเห็นหรือข้อความใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ย่อมไม่ถือเป็นคำแนะนำจาก EBC หรือจากผู้เขียนที่ชี้ว่า การลงทุน หลักทรัพย์ รายการธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะมีความเหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
บทความแนะนำ
เจาะลึก Williams%R รู้ทันจุดซื้อ-ขายเกินจริง
กลยุทธ์ Larry Williams อธิบายอย่างละเอียด: 5 สัญญาณหลักและจุดที่สัญญาณเหล่านั้นล้มเหลว
Williams %R: คู่มือทีละขั้นตอนฉบับสมบูรณ์
เจาะลึก Ultimate Oscillator คู่มือเทรดอย่างเชี่ยวชาญ
ในปี 2026 Larry Ellison รายได้ต่อวันคือเท่าไหร่?