ตลาดหุ้นเอเชียร่วงกว่า 5% กังวลสงครามตะวันออกกลาง
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी

ตลาดหุ้นเอเชียร่วงกว่า 5% กังวลสงครามตะวันออกกลาง

ผู้เขียน: Niracha Wang

เผยแพร่เมื่อ: 2026-03-30

AAXJ
ซื้อ: -- ขาย: --
เริ่มเทรดเลย

asia-stock-markets-drop-5-middle-east-tensions.png

ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดสัปดาห์ด้วยแรงขายอย่างหนัก หลังนักลงทุนทั่วโลกแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ ความไม่แน่นอนดังกล่าวทำให้เม็ดเงินไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยง และส่งผลให้ ตลาดหุ้นเอเชีย ปรับตัวลดลงพร้อมกันหลายประเทศ ขณะที่ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและแนวโน้มเศรษฐกิจโลก


ตลาดหุ้นเอเชียร่วงทั่วภูมิภาค

แรงขายเกิดขึ้นเกือบทุกตลาดสำคัญ โดยเฉพาะญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่ได้รับผลกระทบชัดเจนจากความกังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ดัชนีหลักของ ตลาดหุ้นเอเชีย หลายแห่งปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

แรงขายกระจายทั่วตลาดสำคัญของภูมิภาคสะท้อนบรรยากาศการลงทุนที่ระมัดระวังมากขึ้น โดยมีความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น คือ

  • ญี่ปุ่น: ดัชนี Nikkei เปิดลดลง 1,318.39 จุด (-2.47%) อยู่ที่ 52,054.68 จุด ก่อนร่วงต่อในช่วงเช้าเวลา 09.15 น. แตะระดับ 50,654.05 จุด ลดลงรวม 2,719.02 จุด (-5.09%)

  • เกาหลีใต้: ดัชนี Kospi เปิดลบ 4.73 จุด และภายใน 15 นาทีแรก ร่วงลง 240.94 จุด (-4.43%) มาอยู่ที่ 5,197.93 จุด

  • ฮ่องกง: ดัชนี Hang Seng เปิดที่ 24,532.85 จุด ลดลง 419.03 จุด (-1.68%)

  • จีน: ดัชนี Shanghai Composite เปิดที่ 3,884.28 จุด ลดลง 29.44 จุด (-0.75%)

  • MSCI เอเชีย-แปซิฟิก (ไม่รวมญี่ปุ่น) ลดลง 1.2%


ความตึงเครียดตะวันออกกลางกดดันตลาด

ปัจจัยหลักที่ทำให้ ตลาดหุ้นเอเชีย ปรับตัวลงคือความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้นักลงทุนกังวลว่าความขัดแย้งอาจกระทบต่ออุปทานพลังงานโลก

เมื่อความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันจึงปรับตัวสูงขึ้นทันที ซึ่งส่งผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและต้นทุนเศรษฐกิจโดยรวม หากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง อาจทำให้ธนาคารกลางหลายประเทศต้องคงดอกเบี้ยสูงนานขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ทำให้นักลงทุนเลือกขายหุ้นและถือเงินสดหรือสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น


ตลาดหุ้นโลกได้รับผลกระทบ

แรงกดดันไม่ได้จำกัดเฉพาะ ตลาดหุ้นเอเชีย เท่านั้น แต่ยังลามไปยังตลาดโลก โดยฟิวเจอร์สของตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวลดลง สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

ดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ฟิวเจอร์สปรับตัวลง ขณะที่ตลาดยุโรปก็ได้รับแรงกดดันเช่นเดียวกัน โดยดัชนีฟิวเจอร์สของตลาดสำคัญในยุโรปลดลงพร้อมกัน บรรยากาศดังกล่าวสะท้อนการลดความเสี่ยงของนักลงทุนทั่วโลก


แนวโน้มการลงทุนระยะสั้น

ในช่วงที่ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น นักลงทุนจำนวนมากเลือกถือสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ พันธบัตร และเงินดอลลาร์ ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจาก ตลาดหุ้นเอเชีย อย่างต่อเนื่อง

ความผันผวนของตลาดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะสั้น โดยทิศทางของสถานการณ์ตะวันออกกลางจะเป็นตัวกำหนดการเคลื่อนไหวของตลาด หากความตึงเครียดคลี่คลาย ตลาดหุ้นอาจฟื้นตัวได้ แต่หากยืดเยื้ออาจเห็นแรงขายเพิ่มเติม


สรุปผลกระทบต่อตลาดการเงิน

โดยรวมแล้ว ตลาดหุ้นเอเชีย ถูกกดดันจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น และความกังวลเศรษฐกิจโลก นักลงทุนจึงลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงและเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน

ท่ามกลางความผันผวนดังกล่าว นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจกำหนดทิศทางของ ตลาดหุ้นเอเชีย ในระยะต่อไป


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ


บทความแนะนำ
ไม่ใช่แค่ก๊าซ! สงครามอิหร่านเขย่าตลาดหุ้นทั่วโลก 5.5% อุตสาหกรรมไหนคือ "ผู้ชนะ" ที่ซ่อนอยู่?
ตลาดหุ้นเอเชียเขียวทั้งกระดาน! ทรัมป์เดินเกมบุกฮอร์มุซ ทุบน้ำมันร่วง-ดันหุ้นรีบาวด์แรง
หุ้นร่วง-น้ำมันพุ่ง! เมื่อ JPMorgan เตือนวิกฤตฮอร์มุซ... เปิดกลยุทธ์ "หนีตาย" ก่อนตลาดพัง
ดัชนีตลาดหุ้นเอเชียร่วงฮวบ หลังคำขาดของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านปลุกคลื่นตื่นตระหนกทั่วโลก
เตรียมใจจ่ายแพง! น้ำมันจ่อพุ่ง 50% ขณะความหวังลดดอกเบี้ยริบหรี่... กระทบคุณแค่ไหน?