เจาะลึกคดีคริปโตสะเทือนวงการ เปิดไทม์ไลน์ 'จอม กัมปนาท' คดีโกงโทเค็นปลอม สูญเงินหลายร้อยล้าน!
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी O‘zbekcha Қазақша

เจาะลึกคดีคริปโตสะเทือนวงการ เปิดไทม์ไลน์ 'จอม กัมปนาท' คดีโกงโทเค็นปลอม สูญเงินหลายร้อยล้าน!

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-03-09   
อัปเดตเมื่อ: 2026-03-09

ในโลกของสินทรัพย์ดิจิทัล (digital assets) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "คริปโต" ชื่อเสียงคือทุกอย่าง และเครือข่ายความไว้วางใจระหว่างนักลงทุนคือเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงให้วงการนี้เดินหน้าต่อไปได้

แต่เมื่อเส้นเลือดนั้นถูกใช้เป็นเครื่องมือในการฉ้อโกง ผลที่ตามมาย่อมเจ็บปวดกว่าปกติหลายเท่า


กรณีของ กัมปนาท วิมลโนท หรือที่วงการรู้จักในชื่อ "จอม" ถือเป็นหนึ่งในคดีคริปโตที่สร้างความตกตะลึงให้กับวงการ Web3 ไทยมากที่สุดในรอบหลายปี ไม่ใช่เพราะมูลค่าความเสียหายที่สูงลิ่ว แต่เพราะผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังทุกอย่างคือบุคคลที่ครั้งหนึ่งเคยได้รับการยอมรับว่าเป็น "คนวงใน" ของวงการนี้จริงๆ


บทความนี้จะพาคุณเดินตามไทม์ไลน์ของเรื่องราวทั้งหมด ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของความไว้วางใจ ไปจนถึงช่วงเวลาที่ทุกอย่างพังทลาย พร้อมบทเรียนสำคัญที่นักลงทุนคริปโตทุกคนควรนำไปใช้


คริปโต คืออะไร และทำไมมันถึงดึงดูดทั้งนักลงทุนและนักต้มตุ๋น

ก่อนจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับคดีของจอม เราต้องเข้าใจก่อนว่าโลกของคริปโตทำงานอย่างไร และทำไมมันถึงเป็นพื้นที่ที่การหลอกลวงเติบโตได้ง่าย

คริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) คือสกุลเงินดิจิทัลที่ทำงานบนระบบบล็อกเชน (blockchain) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีบันทึกข้อมูลแบบกระจายศูนย์ที่ไม่มีธนาคารหรือหน่วยงานกลางมาควบคุม บิตคอยน์ (Bitcoin) และอีเธอเรียม (Ethereum) คือตัวอย่างที่รู้จักกันดีที่สุด


ในวงการนี้ยังมี โทเค็น (Token) ซึ่งคือสินทรัพย์ดิจิทัลที่โปรเจกต์ต่างๆ สร้างขึ้นเพื่อระดมทุนหรือให้สิทธิพิเศษแก่ผู้ถือ โดยมักขายในช่วงเริ่มต้น (pre-sale หรือ private round) ในราคาที่ต่ำกว่าตลาด ก่อนเปิดซื้อขายสาธารณะ นี่คือที่มาของ token allocation หรือโควตาการซื้อโทเค็นก่อนเปิดตลาด ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนคริปโตระดับต้นๆ ต่างแข่งกันเข้าถึง เพราะหากโปรเจกต์ประสบความสำเร็จ กำไรอาจเพิ่มขึ้นหลายสิบถึงหลายร้อยเท่า


แต่ด้วยความทึบทึมของข้อมูลและความยากในการตรวจสอบความน่าเชื่อถือ โลกของ token allocation จึงกลายเป็นพื้นที่ที่การหลอกลวงเติบโตได้ง่ายเป็นพิเศษ


ไทม์ไลน์คดี: จากนักวิเคราะห์ที่น่าเชื่อถือ สู่ชื่อที่หายไป

คริปโต

ปี 2017 จุดเริ่มต้นของความไว้วางใจ

เรื่องราวเริ่มต้นในปี 2017 เมื่อ "มาร์ค" ผู้บริหารบริษัทระบบชำระเงินในกรุงเทพฯ ได้รู้จักกับจอมเป็นครั้งแรก ในช่วงที่จอมทำงานเป็นนักวิเคราะห์ใน Venture Capital (กองทุนร่วมลงทุนในบริษัทสตาร์ตอัป) ภาพแรกที่มาร์คได้เห็นคือชายหนุ่มที่สุภาพ กระตือรือร้น และมีความรู้ด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างดี ดูเหมือนคนที่กำลังเดินไปในทิศทางที่ถูกต้อง


ปลายปี 2024 ก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลก

เกือบ 7 ปีต่อมา จอมเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น เมื่อขึ้นพูดบนเวทีใน Singapore FinTech Festival งานด้านฟินเทคระดับโลก โดยนำเสนอตัวเองในฐานะนักลงทุนคริปโตที่กำลังช่วยดึงเงินจากสถาบันการเงินเข้าสู่บริษัทเทคโนโลยีเกิดใหม่ ด้วยวุฒิปริญญาโทด้าน Investment Analysis จากมหาวิทยาลัยในสหราชอาณาจักร บวกกับการอ้างว่าทำงานร่วมกับ KXVC กองทุน Web3 และ AI มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ภายใต้ธนาคารกสิกรไทย ภาพของจอมในสายตานักลงทุนหลายคนจึงแข็งแกร่งอย่างยิ่ง


นอกจากนั้น จอมยังอ้างประสบการณ์ที่ฟังดูน่าประทับใจ ได้แก่ ให้คำปรึกษาสตาร์ตอัปมากกว่า 10 ปี เคยเป็นที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีให้หน่วยงานภาครัฐ และมีเครือข่ายที่ช่วยบริษัทขยายธุรกิจไปต่างประเทศ ทั้งหมดนี้ทำให้เขาดูเหมือน "อินไซเดอร์" (insider) หรือคนวงในที่สามารถเข้าถึงดีลการลงทุนระดับพรีเมียมได้จริง


2024–2025 รับเงิน เสนอดีล สร้างความเชื่อใจ

จอมเริ่มเสนอให้เพื่อนและคนรู้จักเข้าถึงโควตาโทเค็นของโปรเจกต์ต่างๆ รูปแบบที่เขาใช้มีความเป็นมืออาชีพสูง ได้แก่

เสนอดีล: แนะนำโปรเจกต์คริปโตที่กำลังจะเปิดตลาด พร้อมระบุว่ามีโควตาพิเศษสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่รู้จักกัน

รับเงิน: รับการโอนเงิน ส่วนใหญ่เป็น stablecoin (สกุลเงินดิจิทัลที่ผูกกับมูลค่าดอลลาร์สหรัฐ) เช่น USDC

ส่งเอกสาร: ส่งสัญญาการลงทุนที่ดูเป็นทางการและน่าเชื่อถือ


เสนอดีลใหม่: ระหว่างรอโทเค็นจากดีลเดิม ก็เสนอการลงทุนดีลใหม่เพิ่มขึ้น

โปรเจกต์ที่เขาอ้างถึงมีชื่อดัง อาทิ Monad, Babylon และ Linera ซึ่งบางโปรเจกต์ทับซ้อนกับบริษัทที่กองทุน KXVC เคยประกาศลงทุนจริง ทำให้ทุกอย่างดูมีน้ำหนักและน่าเชื่อถือ มาร์คเองลงทุนไปรวมมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ในหลายดีลที่จอมเสนอ เนื่องจากเงื่อนไข vesting (การล็อกโทเค็นไว้หลายเดือนถึงหลายปีก่อนปลดล็อก) ทำให้นักลงทุนไม่ได้คาดหวังผลตอบแทนในทันที ทุกอย่างจึงยังดูปกติในช่วงแรก


ตุลาคม 2025 รอยร้าวที่เริ่มปรากฏ

เมื่อดีลบางส่วนเริ่มถึงกำหนดปลดล็อกโทเค็น นักลงทุนหลายรายเริ่มทวงถามการส่งมอบสินทรัพย์

จอมตอบสนองด้วยคำอธิบายที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ บางครั้งบอกว่ามีปัญหาเอกสาร บางครั้งโทษสภาพตลาด บางครั้งอ้างข้อขัดข้องกับคู่สัญญา และในบางครั้งถึงกับอ้างว่าตนเองก็ถูกหลอกเช่นกัน


ความไม่แน่นอนของคำอธิบายเหล่านี้เริ่มจุดประกายความสงสัยในหมู่นักลงทุน

ต้นเดือนพฤศจิกายน 2025 นักลงทุนหลายรายไม่สามารถติดต่อจอมได้อีก เมื่อเริ่มตรวจสอบสัญญาอย่างละเอียด ก็พบความจริงที่น่าสยดสยอง ได้แก่ เอกสารหลายฉบับดูเหมือนจะถูกปลอมแปลงมาจากเอกสารจริงของ KXVC นักลงทุนบางรายเริ่มติดต่อโปรเจกต์คริปโตโดยตรง และได้รับคำตอบที่ยืนยันความกังวลทั้งหมด

  • Monad ยืนยันว่าสัญญาที่ส่งให้นักลงทุนเป็นของปลอม

  • Datagram ปฏิเสธว่าไม่เคยเกี่ยวข้องกับจอมเลย

  • Linera ระบุว่าเคยมีการติดต่อกัน แต่ไม่เคยมีการลงทุนจริงเกิดขึ้น

เมื่อตรวจสอบกับโปรเจกต์ทั้งหมด 19 โครงการ พบว่าส่วนใหญ่ไม่รู้จักเขาเลย และรายที่เคยพูดคุยก็ไม่เคยให้โควตาโทเค็นใดๆ มาร์คจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ และพบว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน


ความเสียหาย: ตัวเลขที่เจ็บปวด

ผู้เสียหายอย่างน้อย 24 ราย จาก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา

มูลค่าการลงทุนต่อราย ตั้งแต่ประมาณ 20,000 ดอลลาร์ ไปจนถึงมากกว่า 1,000,000 ดอลลาร์

ข้อมูลบล็อกเชนพบว่าวอลเล็ต (wallet) ที่ใช้รับเงิน ถูกสร้างขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2025 มีธุรกรรมทั้งสิ้น 174 รายการ รวมมูลค่าประมาณ 1.71 ล้านดอลลาร์ ส่วนใหญ่เป็น stablecoin โดยธุรกรรมล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2025


หนึ่งในผู้เสียหายที่พูดถึงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาคือ "สตีเวน" ผู้บริหารบริษัทในรัฐแคลิฟอร์เนีย เขาเริ่มต้นด้วยการลงทุนประมาณ 15,000 ดอลลาร์ใน USDC แต่ถูกชักชวนให้เพิ่มเงินในภายหลังเพื่อซื้อโควตาโทเค็นพิเศษและค่าดำเนินการต่างๆ ในที่สุดเขาประเมินว่าตัวเองสูญเงินไปประมาณ 130,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเงินคริปโตเกือบทั้งหมดที่เขามีในชีวิต


ปมซับซ้อน: ชื่อ KXVC 

หนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้คดีนี้ซับซ้อนเป็นพิเศษคือการใช้ชื่อ KXVC นักลงทุนหลายคนเชื่อว่าจอมยังดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของ KXVC ซึ่งเป็นกองทุน Web3 และ AI ภายใต้ธนาคารแต่ข้อมูลภายหลังระบุว่า เขาถูกเลิกจ้างตั้งแต่เดือน มีนาคม 2025 และได้ลบตำแหน่งดังกล่าวออกจากประวัติใน LinkedIn แล้ว


KXVC ได้ออกประกาศผ่านเว็บไซต์อย่างชัดเจนว่า กัมปนาทหรือจอมไม่ได้ทำงานกับบริษัทแล้ว พร้อมย้ำว่ากองทุนเป็น Corporate Venture Capital (CVC) ที่ใช้เงินลงทุนของบริษัทเองเท่านั้น และไม่เคยระดมทุนจากบุคคลภายนอก ช่องว่างระหว่างความเชื่อของนักลงทุนกับความเป็นจริงนี้คือหัวใจสำคัญของแผนการทั้งหมด


ทำไมคนถึงตกหลุมพราง: กายวิภาคของการหลอกลวงคริปโต

คดีของจอมไม่ใช่การหลอกลวงแบบหยาบๆ ที่มองออกได้ง่าย แต่เป็นแผนที่ออกแบบมาอย่างละเอียดเพื่อใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนหลายประการ

1. ความน่าเชื่อถือที่สะสมมาหลายปี จอมไม่ใช่คนแปลกหน้า เขาเป็นคนที่รู้จักในวงการมาหลายปี มีประวัติการทำงานในกองทุน VC จริง เคยขึ้นพูดในงานสัมมนาระดับนานาชาติ และมีเครือข่ายที่กว้างขวาง การสร้างความไว้วางใจเหล่านี้ใช้เวลาหลายปีก่อนที่แผนการจะเริ่มต้น

2. ความซับซ้อนของโลกคริปโต ดีล token allocation เป็นเรื่องจริงในวงการคริปโต นักลงทุนรายย่อยส่วนใหญ่ไม่มีทางตรวจสอบได้ง่ายๆ ว่าดีลไหนจริงหรือปลอม เพราะข้อมูลส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Telegram หรือ WhatsApp ส่วนตัว

3. เงื่อนไข vesting ที่ซ่อนเวลา การล็อกโทเค็นเป็นเวลาหลายเดือนหรือหลายปีทำให้นักลงทุนไม่ได้คาดหวังผลทันที เมื่อไม่มีอะไรผิดปกติในระยะสั้น ความสงสัยก็ไม่เกิดขึ้น

4. เอกสารที่ดูเป็นมืออาชีพ สัญญาที่ส่งให้นักลงทุนดูเป็นทางการและน่าเชื่อถือ โดยอาศัยรูปแบบที่ใกล้เคียงกับเอกสารจริงของ KXVC

5. FOMO (Fear of Missing Out) ความกลัวพลาดโอกาส ในโลกคริปโต ดีลดีๆ มักถูกแย่งก่อน ความรู้สึกเร่งรีบและกลัวพลาดโอกาสทำให้นักลงทุนหลายคนตัดสินใจโดยไม่ตรวจสอบให้ถี่ถ้วน


บทเรียนสำหรับนักลงทุนคริปโต: สัญญาณเตือนที่ต้องรู้

คดีของจอมสอนบทเรียนสำคัญหลายข้อที่นักลงทุนคริปโตทุกคนควรจำไว้

  • ตรวจสอบสถานะการทำงานจริง อย่าเชื่อตำแหน่งที่อ้างบน LinkedIn หรือนามบัตรเพียงอย่างเดียว ติดต่อองค์กรที่บุคคลนั้นอ้างว่าทำงานด้วยโดยตรง เพื่อยืนยันสถานะปัจจุบัน

  • ติดต่อโปรเจกต์โดยตรง ก่อนลงทุนในโควตาโทเค็นใดๆ ให้ติดต่อทีมงานของโปรเจกต์นั้นโดยตรงผ่านช่องทางทางการ เพื่อยืนยันว่ามีดีลจริงและบุคคลนั้นมีอำนาจขายโควตาจริง

  • ระวังดีลที่มาจากเครือข่ายส่วนตัว ดีลที่ดีในโลกคริปโตมักมีช่องทางสมัครที่โปร่งใส การเข้าถึงโควตาผ่านกลุ่มส่วนตัวและคนรู้จักเพียงอย่างเดียวควรได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม

  • อย่าลงทุนเงินที่รับความเสี่ยงไม่ได้ โลกคริปโตมีความเสี่ยงสูงในทุกมิติ ทั้งจากความผันผวนของตลาดและจากความเสี่ยงด้านการหลอกลวง ลงทุนเฉพาะส่วนที่คุณรับความเสียหายทั้งหมดได้

  • ตรวจสอบเอกสารกับผู้เชี่ยวชาญ หากต้องลงนามในสัญญาใดๆ ให้ผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือผู้ที่มีประสบการณ์ในวงการ ก่อนที่จะโอนเงินใดๆ


มุมมองที่ลึกกว่า: ทำไมคดีนี้ถึงสะเทือนวงการ

แม้การหลอกลวงในโลกคริปโตจะเกิดขึ้นทุกปีและสร้างความเสียหายรวมหลายพันล้านดอลลาร์ทั่วโลก แต่คดีของจอมมีองค์ประกอบพิเศษที่ทำให้มันต่างออกไป

ผู้ที่เคยรู้จักเขาหลายคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยมีประวัติเสียหายในวงการเลย เขาเคยทำงานกับกองทุน VC หลายแห่ง เคยขึ้นพูดในงานสัมมนาทั้งในไทย สหรัฐอเมริกา และยุโรป และมีเครือข่ายที่กว้างขวางจริงๆ

นั่นทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแผนที่วางไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ต้น หรือเริ่มต้นจากเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เส้นทางเปลี่ยนไป คำตอบของคำถามนั้นอาจต้องรอกระบวนการยุติธรรม

สิ่งที่ชัดเจนคือ เมื่อถึงกำหนดส่งมอบโทเค็น ความจริงย่อมปรากฏในที่สุดเสมอ และชื่อเสียงที่สะสมมาหลายปีสามารถพังทลายได้ในชั่วข้ามคืน

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคดีคริปโต จอม กัมปนาท

1: จอม กัมปนาท คือใคร และเกี่ยวข้องกับ KXVC อย่างไร?

กัมปนาท วิมลโนท หรือจอม คือนักลงทุนร่วมทุนด้านสินทรัพย์ดิจิทัลชาวไทยที่เคยทำงานในกองทุน KXVC ซึ่งเป็นกองทุน Web3 และ AI มูลค่า 100 ล้านดอลลาร์ภายใต้ธนาคารกสิกรไทย อย่างไรก็ตาม KXVC ได้ยืนยันว่าเขาถูกเลิกจ้างตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 และไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับบริษัทอีกต่อไป

2: Token Allocation ที่จอมเสนอเป็นของจริงหรือไม่?

จากการตรวจสอบกับโปรเจกต์คริปโต 19 โครงการที่ถูกนำมาอ้างอิง พบว่าส่วนใหญ่ไม่รู้จักจอมเลย โดย Monad ยืนยันว่าสัญญาที่ส่งให้นักลงทุนเป็นของปลอม และ Datagram ปฏิเสธว่าไม่เคยมีความเกี่ยวข้องกัน

3: มีผู้เสียหายกี่คน และความเสียหายรวมเท่าไหร่?

จากการตรวจสอบของ Scamurai มีผู้เสียหายอย่างน้อย 24 รายจาก 4 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา ส่วนข้อมูลบล็อกเชนพบธุรกรรมรวมมูลค่าประมาณ 1.71 ล้านดอลลาร์ในวอลเล็ตที่ใช้รับเงินจากนักลงทุน

4: นักลงทุนควรทำอย่างไรเพื่อป้องกันตัวเองจากการหลอกลวงลักษณะนี้?

แนวทางสำคัญ ได้แก่ ติดต่อยืนยันสถานะการทำงานของบุคคลกับองค์กรโดยตรง ติดต่อโปรเจกต์คริปโตผ่านช่องทางทางการเพื่อยืนยันดีล ระวังการลงทุนผ่านเครือข่ายส่วนตัวที่ไม่มีช่องทางโปร่งใส และไม่ลงทุนด้วยเงินที่รับความเสียหายทั้งหมดไม่ได้

สรุป: บทเรียนจากคดีคริปโตที่ยิ่งใหญ่กว่าตัวเลข

คดีของจอม กัมปนาท ไม่ใช่แค่เรื่องของเงิน 1.71 ล้านดอลลาร์ที่หายไปจากวอลเล็ต หรือผู้เสียหาย 24 รายจาก 4 ประเทศ แต่มันคือการเตือนใจที่สำคัญถึงธรรมชาติของความไว้วางใจในโลกที่ไม่มีตัวกลาง ในโลกของคริปโตที่ไม่มีธนาคารกลางมาค้ำประกัน ไม่มีระบบประกันเงินฝาก และไม่มีกลไกคืนเงินเมื่อถูกโกง ความรับผิดชอบในการตรวจสอบจึงตกอยู่ที่ตัวนักลงทุนเองทั้งหมด

ความมีชื่อเสียงในวงการ เอกสารที่ดูน่าเชื่อถือ หรือโปรเจกต์ที่มีชื่อดัง ล้วนไม่ใช่หลักประกันที่เพียงพอ การตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งปฐมภูมิ (primary source) เท่านั้นที่จะปกป้องเงินลงทุนของคุณได้ หากคุณกำลังสนใจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล การเลือกแพลตฟอร์มที่โปร่งใส มีการกำกับดูแลที่ชัดเจน และมีประวัติที่ตรวจสอบได้ คือจุดเริ่มต้นที่ฉลาดที่สุด


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
ทำไม Bitcoin ดิ่งสู่ 63,000$ และหุ้น AI ร่วงหนัก นักลงทุนควร "หนี" หรือ "ช้อน"
คำคม Trader สร้างแรงบันดาลใจ ที่นักเทรดควรรู้
เควิน วอร์ช ประธาน Fed คนใหม่: เปิดเกมนโยบายการเงินที่เปลี่ยนโลก
Dow Theory คือ สูตรลับจับจังหวะตลาดหุ้นที่ไม่เคยล้าสมัย
สงครามเดือดแต่หุ้นพุ่ง! เจาะรหัส S&P 500 & Nasdaq 100 ทำไมวอลล์สตรีทสั่งลุยสวนกระแสโลก