เปิดผลตอบแทน 10 เหรียญคริปโตฯ ตัวท็อป ต้นปี 2026... ตัวเลขที่คุณเห็นแล้วอาจช็อก!
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

เปิดผลตอบแทน 10 เหรียญคริปโตฯ ตัวท็อป ต้นปี 2026... ตัวเลขที่คุณเห็นแล้วอาจช็อก!

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-27

ต้นปี 2026 ตลาดการเงินหลายแห่งทั่วโลกยังคงเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นดัชนีหุ้นสหรัฐฯ อย่าง S&P 500 ดัชนีหุ้นไทย (SET) หรือสินทรัพย์กลุ่มโภคภัณฑ์ (Commodities) อย่างทองคำ แต่ตลาดคริปโตกลับเดินสวนทิศทางอย่างชัดเจน


Bitcoin (บิตคอยน์) เหรียญอันดับหนึ่งของโลกปรับตัวลงกว่า -24% นับตั้งแต่ต้นปี (Year-to-Date หรือ YTD) และหากนับจากจุดสูงสุดที่เคยแตะ 122,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดือนตุลาคม ปี 2025 ราคาได้ลดลงมาถึง 50-60% มาเคลื่อนไหวอยู่ในแถบ 66,000–68,000 ดอลลาร์สหรัฐ


สำหรับนักลงทุนที่ติดตามตลาดคริปโต คำถามสำคัญคือ "แล้วเหรียญอื่นๆ ในตลาดเป็นอย่างไรบ้าง?" และ "นี่คือสัญญาณจบรอบตลาดกระทิง (Bull Market) แล้วหรือยัง?"


บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจผลตอบแทนของ 10 เหรียญคริปโตชั้นนำของโลก พร้อมวิเคราะห์ภาพรวมตลาดขาลง (Bear Market) รอบปัจจุบัน เพื่อให้คุณเข้าใจสถานการณ์และนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจได้อย่างรอบด้าน


คริปโตคืออะไร และทำไมถึงผันผวนสูงกว่าสินทรัพย์ทั่วไป

ก่อนเข้าสู่ตัวเลข เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า คริปโต (Crypto) หรือ สกุลเงินดิจิทัล (Digital Currency / Cryptocurrency) คืออะไร


คริปโตคือสินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) เป็นฐานในการบันทึกธุรกรรม ไม่มีธนาคารกลางหรือรัฐบาลใดควบคุมอยู่เบื้องหลัง ซึ่งทำให้มีความเป็นอิสระสูง แต่ขณะเดียวกันก็หมายความว่ามันผันผวนได้อย่างรุนแรงกว่าสินทรัพย์ดั้งเดิมอย่างหุ้นหรือทองคำ


ราคาคริปโต (Crypto Price) ถูกขับเคลื่อนด้วยปัจจัยหลายอย่างพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อมั่นของนักลงทุน กระแสข่าวสาร นโยบายของรัฐบาลทั่วโลก และที่สำคัญที่สุดคือ วัฏจักรของตลาด (Market Cycle) ซึ่ง Bitcoin มักเป็นตัวนำที่ส่งผลต่อเหรียญอื่นๆ ในตลาดเสมอ


ทำความเข้าใจ ตลาดขาลง (Bear Market) ในโลกคริปโต

ตลาดขาลงหรือ Bear Market ในโลกคริปโต หมายถึงช่วงที่ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องและรุนแรง โดยทั่วไปมักนิยามว่าราคาลดลงมากกว่า 20% จากจุดสูงสุด


สิ่งที่ทำให้ตลาดขาลงของคริปโตต่างจากตลาดหุ้นคือ ความรุนแรงของการปรับตัว เหรียญชั้นนำอย่าง Bitcoin เคยลดลงมากกว่า 80% ในรอบตลาดขาลงปี 2018 และ 2022 ขณะที่เหรียญขนาดเล็กและกลาง (Altcoin) อาจร่วงได้ถึง 90–95% จากจุดสูงสุด


ในปี 2026 สัญญาณของตลาดขาลงปรากฏให้เห็นชัดเจนทั้งในแง่ราคาและปริมาณการซื้อขาย ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าอาจเป็นการจบรอบตลาดกระทิงที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2023


ผลตอบแทน 10 เหรียญคริปโตชั้นนำของโลก นับตั้งแต่ต้นปี 2026

Ethereum

ข้อมูล ณ วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 (2026) อ้างอิงจาก CoinMarketCap


1. Bitcoin (BTC) มูลค่าตลาด 41,000,000 ล้านบาท | YTD: -23.98%

Bitcoin ยังคงครองตำแหน่งเหรียญที่มีมูลค่าตลาด (Market Capitalization) สูงสุดในโลก แต่ในปีนี้กลับเผชิญกับแรงขายอย่างหนัก การปรับตัวลง -23.98% นับตั้งแต่ต้นปีสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนสถาบัน (Institutional Investors) ทยอยขายทำกำไรหลังจากที่ราคาทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดตลอดกาล (All-Time High) เมื่อปีที่แล้ว


ที่น่าสังเกตคือ Bitcoin ในรอบวัฏจักร 4 ปีนี้ มีรูปแบบการเคลื่อนไหวที่คล้ายคลึงกับรอบก่อนหน้า นั่นคือปรับตัวขึ้นแรงในช่วง 2–3 ปีแรก แล้วค่อยๆ ย่อตัวลงอย่างรุนแรงในช่วงปลายวัฏจักร


2. Ethereum (ETH) มูลค่าตลาด 7,580,000 ล้านบาท | YTD: -34.21%

Ethereum เป็นแพลตฟอร์ม (Platform) สัญญาอัจฉริยะ (Smart Contract) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นฐานของ DeFi (การเงินแบบกระจายศูนย์) และ NFT จำนวนมาก การปรับตัวลง -34.21% ทำให้ Ethereum ร่วงหนักกว่า Bitcoin ในรอบนี้ สะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการแข่งขันจากบล็อกเชน (Blockchain) รุ่นใหม่ที่เร็วกว่าและถูกกว่า


3. XRP (XRP) มูลค่าตลาด 2,750,000 ล้านบาท | YTD: -27.06%

XRP คือเหรียญของ Ripple ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการโอนเงินระหว่างประเทศ (Cross-Border Payment) ด้วยความเร็วสูงและค่าธรรมเนียมต่ำ แม้ผ่านศึกทางกฎหมายกับ SEC สหรัฐฯ มาได้ แต่การลดลง -27.06% ก็สะท้อนว่าแรงกดดันของตลาดโดยรวมส่งผลต่อ XRP ไม่ต่างจากเหรียญอื่น


4. BNB (BNB) มูลค่าตลาด 2,656,000 ล้านบาท | YTD: -31.07%

BNB คือเหรียญของ Binance (ไบแนนซ์) ตลาดซื้อขายคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในโลก ความสัมพันธ์ระหว่าง BNB กับแพลตฟอร์ม Binance ทำให้เหรียญนี้ผันผวนตามสุขภาพของธุรกิจและปริมาณการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม การลดลง -31.07% ชี้ให้เห็นว่าปริมาณการซื้อขายในตลาดโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ


5. Solana (SOL) มูลค่าตลาด 1,536,000 ล้านบาท | YTD: -38.45%

Solana ขึ้นชื่อว่าเป็นบล็อกเชนที่เร็วที่สุดในตลาด ด้วยความสามารถในการรองรับธุรกรรมได้หลายพันรายการต่อวินาที แต่ในปีนี้กลับเป็นเหรียญ Top 5 ที่ร่วงหนักที่สุดถึง -38.45% บ่งชี้ว่านักลงทุนลดความเสี่ยง (Risk-Off) และเทขายเหรียญที่เคยได้กำไรสูงออกไปก่อน


6. TRON (TRX) มูลค่าตลาด 864,000 ล้านบาท | YTD: +1.15%

TRON คือเหรียญที่โดดเด่นที่สุดในบรรดา 10 อันดับแรก เพราะเป็น เหรียญเดียวที่ยังบวกได้ ในตลาดขาลงรอบนี้ ด้วยผลตอบแทน +1.15% แม้จะเป็นตัวเลขไม่มาก แต่ในบริบทที่เหรียญอื่นๆ ร่วงเป็นสิบเปอร์เซ็นต์ นี่คือสัญญาณที่นักลงทุนไม่ควรมองข้าม TRON เน้นการให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) สำหรับแอปพลิเคชันแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Applications หรือ dApps) โดยเฉพาะในเอเชีย


7. Dogecoin (DOGE) มูลค่าตลาด 512,000 ล้านบาท | YTD: -19.68%

Dogecoin เริ่มต้นชีวิตในฐานะเหรียญมีม (Meme Coin) แต่กลายเป็นเหรียญที่มีชุมชนแข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักในวงกว้าง แม้ลดลง -19.68% ซึ่งถือว่าน้อยกว่าหลายเหรียญในลิสต์นี้ แต่นักลงทุนควรระวังว่าเหรียญมีมมักผันผวนสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงตลาดขาลงหนักๆ


8. Bitcoin Cash (BCH) มูลค่าตลาด 327,456 ล้านบาท | YTD: -18.35%

Bitcoin Cash เกิดจากการ Hard Fork (แยกสายออกมา) จาก Bitcoin ในปี 2017 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความเร็วและลดค่าธรรมเนียมการโอน การลดลง -18.35% ทำให้ BCH เป็นหนึ่งในเหรียญที่ร่วงน้อยที่สุดในกลุ่มนี้ รองจาก DOGE และ LEO


9. Cardano (ADA) มูลค่าตลาด 327,000 ล้านบาท | YTD: -16.32%

Cardano เป็นบล็อกเชนที่เน้นการพัฒนาบนพื้นฐานการวิจัยทางวิชาการ (Research-Based) และมุ่งเน้นด้านความยั่งยืน การปรับตัวลง -16.32% ทำให้ ADA เป็นเหรียญที่ร่วงน้อยที่สุดในกลุ่ม Top 10 (ไม่นับ TRON และ LEO) สะท้อนว่าฐานนักลงทุนระยะยาว (Long-Term Holders) ของ Cardano ยังคงถือครองอยู่


10. UNUS SED LEO (LEO) มูลค่าตลาด 256,000 ล้านบาท | YTD: -9.60%

LEO คือเหรียญยูทิลิตี้ (Utility Token) ของ Bitfinex ตลาดซื้อขายคริปโตที่ใช้เพื่อลดค่าธรรมเนียมบนแพลตฟอร์ม ด้วยผลตอบแทน -9.60% LEO ร่วงน้อยที่สุดในกลุ่ม Top 10 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะธรรมชาติของเหรียญที่ไม่ได้ถูกซื้อขายเก็งกำไรอย่างเข้มข้นเท่าเหรียญอื่น


วัฏจักรของ Bitcoin: เราอยู่ตรงไหนในรอบนี้?

หนึ่งในแนวคิดที่นักลงทุนคริปโตใช้วิเคราะห์ตลาดมากที่สุดคือเรื่อง วัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin ซึ่งเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ "Halving" (การลดรางวัลการขุดลงครึ่งหนึ่งทุก 4 ปี) ที่ส่งผลต่ออุปทานของ Bitcoin อย่างมีนัยสำคัญ


รูปแบบที่เห็นซ้ำๆ ในอดีตคือ:

  • ปีที่ 1-2 หลัง Halving: ราคาปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางครั้งเพิ่มขึ้นหลายร้อยถึงพันเปอร์เซ็นต์

  • ปีที่ 3-4: ตลาดเริ่มชะลอตัว แรงซื้อหมดไป และเกิดการปรับฐานครั้งใหญ่ในระดับ 50–80%


เมื่อพิจารณาจากจุดสูงสุดของ Bitcoin ที่ราคา 122,000 ดอลลาร์ในเดือนตุลาคม 2025 และการปรับตัวลงมาถึง 50–60% ในช่วงต้นปี 2026 สัญญาณเหล่านี้ตรงกับรูปแบบ "ปลายรอบตลาดกระทิง" อย่างชัดเจน


อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่านี่อาจเป็นเพียงการ Correction (การปรับฐานชั่วคราว) ก่อนที่ตลาดจะฟื้นตัว ขณะที่อีกฝ่ายมองว่าเป็นสัญญาณของการเข้าสู่ Bear Market เต็มรูปแบบ


เหรียญเล็ก-กลาง: ความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ในตัวเลข

เมื่อ Bitcoin ซึ่งเป็นเหรียญที่ "ปลอดภัย" ที่สุดในตลาดคริปโตยังปรับตัวลงถึง -24% คุณสามารถจินตนาการได้ว่าเหรียญขนาดเล็กและกลางที่เรียกว่า Altcoin (อัลต์คอยน์) จะเผชิญกับสถานการณ์อย่างไร ในอดีต ช่วงตลาดขาลงรุนแรง Altcoin หลายตัวเคยร่วงลงได้ถึง 80–95% จากจุดสูงสุด ซึ่งหมายความว่าเงินลงทุน 100 บาทอาจเหลือเพียง 5–20 บาท


นี่คือสาเหตุที่นักลงทุนมืออาชีพมักเน้นย้ำเรื่อง การบริหารความเสี่ยง (Risk Management) และ การกระจายพอร์ต (Diversification) ไม่ว่าตลาดจะอยู่ในสภาวะใดก็ตาม


ข้อเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลงทุนในคริปโต

ความเข้าใจผิดที่ 1: "คริปโตร่วงแล้ว ซื้อเลยได้กำไรแน่" ตลาดที่ร่วงแล้วสามารถร่วงต่อไปได้อีกมาก การ "จับดาบปลายแหลม" หรือซื้อตอนราคาลงโดยไม่มีเหตุผลรองรับ เป็นหนึ่งในความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด

ความเข้าใจผิดที่ 2: "เหรียญที่ดีจะไม่ร่วงในตลาดขาลง" จากข้อมูลข้างต้น แม้แต่เหรียญชั้นนำอย่าง Bitcoin, Ethereum หรือ Solana ก็ยังปรับตัวลงสองหลักในช่วงเวลาไม่กี่เดือน ในตลาดขาลง เกือบทุกสินทรัพย์มักร่วงพร้อมกัน

ความเข้าใจผิดที่ 3: "วัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin แม่นยำ 100%" วัฏจักรเป็นเพียงรูปแบบที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ไม่ใช่กฎที่ตายตัว ตลาดคริปโตในปี 2026 มีตัวแปรใหม่มากมาย ทั้งกฎระเบียบจากรัฐบาล ETF (กองทุนดัชนีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาด) และการมีส่วนร่วมของนักลงทุนสถาบันในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน

ความเข้าใจผิดที่ 4: "TRON บวกได้ แปลว่าต้องซื้อ TRON ตอนนี้" การที่ TRON เป็นเหรียญเดียวที่บวกในช่วงนี้ไม่ได้การันตีว่ามันจะเป็นผู้ชนะในอนาคต ต้องศึกษาพื้นฐาน (Fundamentals) และปัจจัยที่ทำให้มันแข็งแกร่งกว่าก่อนตัดสินใจเสมอ


บทสรุป: เรียนรู้จากตัวเลข ไม่ใช่แค่ดูตัวเลข

ภาพรวมของตลาดคริปโตในช่วงต้นปี 2026 ชี้ให้เห็นสิ่งสำคัญหลายอย่าง ประการแรกคือ 

ตลาดคริปโตไม่ได้เดินตามตลาดสินทรัพย์ดั้งเดิม เสมอไป ในช่วงที่ S&P 500 และทองคำยังสดใส Bitcoin และเพื่อนกลับเข้าสู่ช่วงปรับตัว


ประการที่สองคือ ความผันผวนคือธรรมชาติของคริปโต ไม่ใช่ข้อยกเว้น ผู้ที่เข้าใจเรื่องนี้และเตรียมพร้อมรับมือจะอยู่รอดในตลาดได้ดีกว่าผู้ที่ซื้อเพราะกระแส


ประการสุดท้ายคือ ข้อมูลคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด การศึกษาผลตอบแทนย้อนหลัง เข้าใจวัฏจักรของตลาด และรู้จักตัวเองในฐานะนักลงทุน คือสิ่งที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีเหตุมีผล ไม่ใช่ด้วยอารมณ์


FAQ คำถามที่พบบ่อย

1: ราคาคริปโตในปี 2026 ลดลงเพราะอะไร?

การลดลงของราคาคริปโตในช่วงต้นปี 2026 เกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ได้แก่ การทำกำไร (Profit Taking) ของนักลงทุนสถาบันหลังจากที่ราคา Bitcoin แตะจุดสูงสุดใหม่ในปี 2025 ความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบ (Regulation Uncertainty) ในหลายประเทศ และรูปแบบวัฏจักรปกติของตลาดคริปโตที่มักเข้าสู่ช่วงปรับฐานหลังจากทำ All-Time High


2: ทำไม TRON (TRX) ถึงยังบวกได้ในขณะที่เหรียญอื่นลดลง?

TRON มีโมเดลธุรกิจที่เน้นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับ dApps และการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลในเอเชีย ซึ่งยังคงมีการใช้งานจริงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับชุมชนนักลงทุนที่แข็งแกร่งและนโยบายของทีมพัฒนาที่ดึงดูดผู้ใช้ใหม่ ทำให้ความต้องการถือครองเหรียญ TRX ยังคงมีอยู่แม้ในสภาวะตลาดขาลง


3: ควรซื้อคริปโตตอนราคาลงหรือไม่?

นี่คือคำถามที่ไม่มีคำตอบตายตัว ขึ้นอยู่กับความเข้าใจในสินทรัพย์ที่จะลงทุน ระยะเวลาที่ตั้งใจถือครอง และที่สำคัญที่สุดคือจำนวนเงินที่ยอมรับการสูญเสียได้ หลักการทั่วไปที่นักลงทุนมืออาชีพใช้คือไม่ลงทุนเงินที่ไม่พร้อมจะสูญเสีย และควรศึกษาพื้นฐานของเหรียญที่สนใจก่อนเสมอ


4: วัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin น่าเชื่อถือแค่ไหน?

วัฏจักร 4 ปีของ Bitcoin เป็นรูปแบบที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ในอดีตและมีความสัมพันธ์กับเหตุการณ์ Halving อย่างชัดเจน แต่ไม่ใช่กฎที่ใช้ทำนายอนาคตได้แม่นยำ 100% ตลาดในปี 2026 มีตัวแปรใหม่มากมายที่อาจทำให้รูปแบบเปลี่ยนแปลงได้ ควรใช้เป็นข้อมูลประกอบการวิเคราะห์ ไม่ใช่เป็นพื้นฐานการตัดสินใจเพียงอย่างเดียว


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
ทำไมคริปโตถึงล่มสลาย? ราคาจะฟื้นตัวหรือไม่?
คู่มือสำหรับ วัฏจักรตลาดหุ้น ฟอเร็กซ์ และคริปโต
Sliver สามารถทะลุ 60 ดอลลาร์ได้หรือไม่ หลังจากทะลุ 50 ดอลลาร์ไปแล้ว?
ทรัมป์จะประกาศชื่อประธาน FED คนต่อไป: นักลงทุนจับตาดูอะไรบ้าง
การเพิกถอน (delisting) หมายถึงอะไร?