เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-26
ถ้าพูดถึงทองคำ คนส่วนใหญ่นึกถึงการเดินเข้าร้านทอง จ่ายเงิน แล้วรับทองแท่งกลับบ้าน แต่โลกของการลงทุนในปัจจุบันเปลี่ยนไปมากกว่านั้นแล้ว วันนี้ใครก็สามารถ เทรดทอง ได้จากหน้าจอมือถือ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม และที่น่าสนใจกว่านั้นคือ สามารถทำกำไรได้ทั้งตอนราคาขึ้น และตอนราคาลงด้วย
เทรดทอง (Gold Trading) คือการซื้อและขายทองคำเพื่อสร้างกำไรจากความเปลี่ยนแปลงของราคา โดยไม่จำเป็นต้องถือทองเป็นแท่งหรือเครื่องประดับจริงๆ
จุดที่ต่างจากการซื้อทองสะสมแบบดั้งเดิมคือ นักเทรดไม่ได้มองทองคำเป็นของสะสม แต่มองว่ามันคือ "สินทรัพย์ที่มีราคาขึ้นลง" และใช้ความเคลื่อนไหวนั้นในการทำกำไร
ในตลาดการเงินโลก ทองคำถูกซื้อขายภายใต้สัญลักษณ์ XAU โดยมักคำนวณเทียบกับดอลลาร์สหรัฐในรูปแบบคู่เงิน XAU/USD ซึ่งนักเทรดออนไลน์ทั่วโลกใช้เป็นมาตรฐานหลัก
นักเทรดสามารถเลือกซื้อขายทองในหลายช่องทาง ทั้งการซื้อทองจริง การเทรดผ่านสัญญาดิจิทัล หรือการลงทุนผ่านกองทุน แต่ละแบบมีจุดเด่นและความเสี่ยงที่ต่างกัน ซึ่งจะอธิบายในส่วนถัดไป
ก่อนจะรู้ว่าเทรดทองทำอย่างไร ลองทำความเข้าใจก่อนว่าทำไมทองคำถึงยังมีคนสนใจอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่มีสินทรัพย์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย
ป้องกันเงินเฟ้อ (Inflation Hedge) ได้จริง เมื่อเงินในกระเป๋าซื้อของได้น้อยลงเพราะเงินเฟ้อ ทองคำมักปรับราคาขึ้นตาม นักลงทุนระยะยาวจึงนิยมถือทองเพื่อรักษากำลังซื้อในระยะยาว
สินทรัพย์หลบภัยยามวิกฤติ (Safe-Haven Asset) ทุกครั้งที่ตลาดหุ้นดิ่ง ค่าเงินอ่อน หรือเกิดวิกฤติการเมืองระดับโลก นักลงทุนมักโยกเงินมาหาทองคำ เพราะมันมีมูลค่าในตัวเองโดยไม่ขึ้นกับรัฐบาลหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง
ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตลาดทองคำเชื่อมโยงกับตลาดการเงินทั่วโลก นักเทรดสามารถเข้าออกสถานะได้แทบทุกเวลา ต่างจากตลาดหุ้นที่มีเวลาปิดทำการ
ความผันผวนคือโอกาสของนักเก็งกำไร ราคาทองขึ้นลงอย่างต่อเนื่องตามข่าวเศรษฐกิจและปัจจัยโลก นักเทรดที่อ่านทิศทางได้จึงมีโอกาสทำกำไรได้ทั้งช่วงราคาขึ้นและขาลง
การเทรดทองให้ได้ผลดีต้องเข้าใจก่อนว่าอะไรเป็นตัวขับเคลื่อนราคา ปัจจัยหลักที่นักเทรดต้องติดตามมีดังนี้
อัตราดอกเบี้ย (Interest Rate) เมื่อธนาคารกลาง โดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ปรับขึ้นดอกเบี้ย นักลงทุนมักโยกเงินไปหาพันธบัตรหรือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า ทำให้ความต้องการทองคำลดลงและราคาปรับตัวลงตาม ในทางกลับกัน ช่วงดอกเบี้ยต่ำทองคำมักได้รับความสนใจมากขึ้น
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ทองคำและดอลลาร์เดินทิศทางสวนกันเกือบตลอด เพราะทองคำในตลาดโลกกำหนดราคาเป็นดอลลาร์ หากดอลลาร์อ่อนค่า ทองคำก็แพงขึ้นในสายตาผู้ถือสกุลเงินอื่น ความต้องการและราคาจึงสูงขึ้นตาม
ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) สงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือวิกฤติการเมืองใหญ่ๆ มักผลักดันให้นักลงทุนหันมาถือทองคำ ทำให้ราคาพุ่งสูงในระยะสั้น
อุปสงค์และอุปทาน (Supply & Demand) ความต้องการทองคำจากภาคอุตสาหกรรม เครื่องประดับ ธนาคารกลาง และกองทุนทั่วโลก รวมถึงปริมาณการผลิตจากเหมืองทอง ล้วนส่งผลต่อราคาในระยะยาว
ทองคำในปัจจุบันมีช่องทางการลงทุนมากกว่าแค่ "เดินเข้าร้านทอง" แต่ละรูปแบบเหมาะกับเป้าหมายและประสบการณ์ที่ต่างกัน
เทรดทองแบบสปอต (Spot Gold Trading) คือการซื้อขายทองคำในราคาปัจจุบันของตลาดโลกแบบเรียลไทม์ โดยไม่ต้องรอสัญญาหมดอายุ เหมาะสำหรับนักเทรดที่ต้องการความยืดหยุ่นและเข้าถึงราคาตลาดโดยตรง ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับมือใหม่
เทรดทองผ่าน CFD (Contract for Difference — สัญญาซื้อขายส่วนต่าง) CFD คือสัญญาที่ตกลงรับส่วนต่างราคาระหว่างจุดเปิดและปิดสถานะ โดยไม่ต้องถือทองจริง จุดเด่นคือทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง และใช้ Leverage (เลเวอเรจ) เพื่อควบคุมสถานะที่ใหญ่กว่าเงินทุนจริง อย่างไรก็ตาม เลเวอเรจขยายได้ทั้งกำไรและขาดทุน จึงต้องใช้อย่างมีวินัย
เทรดทองผ่านฟิวเจอร์สและออปชัน (Futures & Options) Futures คือสัญญาซื้อขายทองคำในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ณ วันที่ระบุในอนาคต ส่วน Options ให้สิทธิ์แต่ไม่ใช่ภาระผูกพันในการซื้อหรือขาย เครื่องมือเหล่านี้เหมาะกับนักเทรดที่มีประสบการณ์และต้องการบริหารความเสี่ยงในพอร์ตขนาดใหญ่
ลงทุนทองคำผ่านกองทุน ETF (Gold ETF) Gold ETF คือกองทุนที่ซื้อขายในตลาดหุ้น อ้างอิงราคาทองคำจริง ไม่ต้องเก็บรักษาทอง ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นน้อยกว่าซื้อทองแท่ง และกระจายความเสี่ยงได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่อยากมีทองในพอร์ตโดยไม่ยุ่งยาก
คำว่า เทรดทอง Forex ที่หลายคนได้ยินกันบ่อย หมายถึงการเทรดทองคำผ่านตลาด Forex (Foreign Exchange — ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ) ซึ่งเป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลก
ทองคำถูกจัดเป็นสินทรัพย์ประเภท Metal ในตลาด Forex ซื้อขายผ่านคู่ XAU/USD เช่นเดียวกับคู่สกุลเงินอื่นๆ อย่าง EUR/USD หรือ USD/JPY
ข้อดีของการเทรดทองผ่านช่องทางนี้คือใช้แพลตฟอร์มเดียวกับการเทรด Forex ได้เลย ไม่ต้องแยกบัญชี ค่า Spread (ส่วนต่างราคาซื้อ-ขาย) มักต่ำกว่าช่องทางอื่น และเข้าออกสถานะได้รวดเร็วเพราะมีผู้ร่วมตลาดจำนวนมาก
หากต้องการลงทุนระยะยาวและเน้นความมั่นคง การถือทองจริงอาจตอบโจทย์ได้ดีกว่า แต่ถ้าต้องการโอกาสทำกำไรในระยะสั้นและรับความผันผวนได้ การเทรดทองออนไลน์คือเส้นทางที่เปิดกว้างและยืดหยุ่นกว่ามาก
การเทรดทองไม่ใช่การลงทุนที่ไร้ความเสี่ยง และนักเทรดที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวล้วนรู้จักความเสี่ยงเหล่านี้ดีกว่าคนอื่น
ความผันผวนของตลาด (Market Volatility) ราคาทองสามารถเปลี่ยนทิศทางได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ เช่น ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐ หรือการประชุมนโยบายการเงินของ Fed นักเทรดที่ไม่มีแผนรับมืออาจโดนทิศทางราคาเปลี่ยนกะทันหันและขาดทุนหนักได้
ความเสี่ยงจากเลเวอเรจ (Leverage Risk) เลเวอเรจช่วยให้ควบคุมสถานะที่ใหญ่กว่าเงินทุนจริง แต่มันขยายได้ทั้งกำไรและขาดทุน หากใช้เลเวอเรจสูงโดยไม่มีกลยุทธ์ป้องกัน อาจสูญเสียเงินทุนทั้งก้อนได้ในเวลาอันสั้น
ความเสี่ยงทางจิตวิทยา การตัดสินใจด้วยอารมณ์ ไม่ยอม Stop Loss (จุดตัดขาดทุน) ตามแผน หรือ Overtrading (เทรดบ่อยเกินไป) คือสาเหตุหลักที่ทำให้มือใหม่หลายคนล้มเหลวทั้งที่มีความรู้ความเข้าใจดีอยู่แล้ว
วิธีบริหารความเสี่ยง (Risk Management) กำหนด Stop Loss ทุกครั้งที่เปิดสถานะ จัดสรรเงินลงทุนไม่เกินที่รับความเสี่ยงได้ และไม่ลงทุนเงินที่ไม่พร้อมเสียในสถานการณ์เลวร้าย สิ่งเหล่านี้คือหลักการพื้นฐานที่นักเทรดมืออาชีพไม่เคยมองข้าม
ถ้าพร้อมแล้วและอยากลองก้าวแรก นี่คือขั้นตอนที่แนะนำ
ขั้นที่ 1 ศึกษาพื้นฐานให้เข้าใจก่อน อ่านบทความ ดูวิดีโอ ทำความเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาทองคำ และเรียนรู้วิธีอ่านกราฟเบื้องต้น
ขั้นที่ 2 เลือกโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือ โบรกเกอร์ที่ดีต้องมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลระดับสากล มีความโปร่งใสด้านค่าธรรมเนียม และมีระบบสนับสนุนที่ใช้งานได้จริง EBC Financial Group คือหนึ่งในตัวเลือกที่นักเทรดไทยให้ความไว้วางใจ เพราะมีแพลตฟอร์มที่เสถียร ค่า Spread ต่ำ และรองรับนักลงทุนในเอเชีย
ขั้นที่ 3 ฝึกกับบัญชีทดลอง (Demo Account) ก่อนใช้เงินจริง บัญชีทดลองช่วยให้ฝึกเทรดด้วยเงินสมมติ เรียนรู้วิธีใช้แพลตฟอร์มอย่าง MetaTrader 4 (MT4) และทดสอบกลยุทธ์โดยไม่เสียเงินจริง
ขั้นที่ 4 วางแผนการบริหารความเสี่ยงก่อนเทรดจริง กำหนดว่าแต่ละครั้งยอมรับการขาดทุนได้มากแค่ไหน ตั้ง Stop Loss ทุกสถานะ และอย่าลงทุนเงินที่ไม่พร้อมเสีย
ขั้นที่ 5 เริ่มเทรดจริงด้วยจำนวนเงินที่พอดีกับประสบการณ์ เริ่มต้นด้วยเงินน้อย แล้วค่อยขยายตามความมั่นใจและประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นทีละขั้น
เข้าใจผิดที่ 1: เทรดทองแล้วต้องรวยเร็ว ความจริงคือการเทรดทองเป็นทักษะที่ต้องใช้เวลาพัฒนา นักเทรดที่ทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอผ่านการฝึกและล้มเหลวมาก่อนทั้งนั้น
เข้าใจผิดที่ 2: ทองคำต้องขึ้นราคาเสมอ ราคาทองขึ้นลงตามปัจจัยหลายอย่าง มีช่วงที่ราคาทรงตัวหรือปรับลงเป็นเวลานานก็ได้ การเชื่อว่าทองต้องขึ้นเสมออาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด
เข้าใจผิดที่ 3: ยิ่งใช้เลเวอเรจสูง ยิ่งได้กำไรมาก เลเวอเรจสูงหมายถึงความเสี่ยงสูง ไม่ใช่โอกาสมากกว่าเสมอ การบริหารเงินทุน (Money Management) ที่ดีสำคัญกว่าการพยายามใช้เลเวอเรจสูงสุด
การเทรดทองไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคเพียงอย่างเดียว แต่คือการผสมผสานระหว่างความรู้ ความเข้าใจตลาด และวินัยในการบริหารความเสี่ยง ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีบทบาทสำคัญในพอร์ตการลงทุนทั่วโลก ไม่ว่าตลาดจะอยู่ในช่วงไหน มันยังมีโอกาสให้นักเทรดที่พร้อมเสมอ
หากคุณพร้อมก้าวแรก เริ่มต้นจากการสร้างความเข้าใจที่แน่น เปิดบัญชีทดลอง และค่อยๆ สะสมประสบการณ์จนมั่นใจพอที่จะลงมือจริง การลงทุนในทองคำก็อาจกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับคุณได้
ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ที่เลือก โดยทั่วไปหลายรายอนุญาตให้เริ่มต้นด้วยเงินฝากขั้นต่ำไม่กี่พันบาท เพราะมีระบบเลเวอเรจช่วยให้ควบคุมสถานะที่มีมูลค่าสูงกว่าด้วยทุนที่น้อยกว่า อย่างไรก็ตาม ควรเริ่มต้นด้วยบัญชีทดลองก่อนเสมอเพื่อสร้างความเข้าใจตลาดก่อนใช้เงินจริง
XAU/USD คือสัญลักษณ์ของทองคำในตลาดโลก คำนวณเป็นราคาทองคำ 1 ทรอยออนซ์ (Troy Ounce) ในหน่วยดอลลาร์สหรัฐ ส่วนราคาทองในไทยนำราคาโลกมาแปลงเป็นบาทและรวมค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ทำให้ต่างกันบ้างตามอัตราแลกเปลี่ยนในแต่ละช่วงเวลา
การเทรดทอง Forex คือการซื้อขายผ่านตลาดการเงินออนไลน์โดยไม่ต้องถือทองจริง สามารถทำกำไรได้ทั้งตลาดขาขึ้นและขาลง และซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง ต่างจากการซื้อทองที่ร้านซึ่งต้องถือทองจริง และทำกำไรได้เฉพาะตอนราคาขึ้นเท่านั้น
สำหรับมือใหม่ การเทรดทองสปอต (Spot Gold) ผ่านโบรกเกอร์ที่น่าเชื่อถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด เพราะราคาโปร่งใส เข้าใจง่าย และไม่ซับซ้อนเท่า Futures หรือ Options แนะนำให้เปิดบัญชีทดลองฝึกก่อนเสมอ ก่อนนำเงินจริงเข้ามาในตลาด
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ