เผยแพร่เมื่อ: 2026-04-06
ถ้าคุณติดตามตลาดการเงินโลกอยู่ คงสังเกตได้ว่าช่วงนี้ราคาทองคำหรือที่นักเทรดรู้จักกันในชื่อ XAUUSD กำลังเคลื่อนไหวอย่างน่าจับตา ตัวเลขที่เคยดูเหมือนฝันไกล อย่างระดับ 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กลายเป็นความเป็นจริงแล้ว และตอนนี้นักวิเคราะห์หลายสำนักกำลังพูดถึงเป้าหมายที่ 6,000 ดอลลาร์ในอีกไม่นาน แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้น เราต้องเข้าใจก่อนว่า "อะไร" กำลังขับเคลื่อนราคาทองคำโลกอยู่ในขณะนี้ บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจปัจจัยสำคัญสองอย่างที่กำลังเล่นงานตลาดพร้อมกัน ได้แก่ นโยบายภาษีนำเข้าของทรัมป์ และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

XAUUSD คือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนราคาทองคำ (XAU) เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ในตลาดซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodities Market) พูดง่ายๆ คือ XAUUSD บอกว่าขณะนี้ทองคำ 1 ออนซ์มีมูลค่าเท่าไรในหน่วยดอลลาร์สหรัฐ
ราคาทองคำโลกหรือ XAUUSD ซื้อขายกันตลอด 24 ชั่วโมงในตลาดโลก ตั้งแต่ตลาดเอเชียเปิด ไปจนถึงตลาดนิวยอร์กปิด ซึ่งทำให้ XAUUSD เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง (Liquidity) สูงที่สุดในโลก
สิ่งที่ทำให้ทองคำต่างจากสินทรัพย์อื่นคือ ทองคำไม่ได้จ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผล แต่ทองคำมีคุณสมบัติพิเศษสามอย่างที่นักลงทุนให้ค่า ได้แก่ การเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) ในยามวิกฤต การป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ (Inflation Hedge) และการเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์สหรัฐในระยะยาว
ราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) พุ่งขึ้น 1.1% แตะระดับ 5,202.28 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 19:00 น. ตามเวลาสากล (GMT) ในขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำของสหรัฐฯ (US Gold Futures) สำหรับเดือนเมษายนปิดตัวที่ 5,226.20 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นประมาณ 1%
อัปเดตเช้าวันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ ราคาทองคำสปอตยืนอยู่ที่ 5,170.75 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับขึ้นเล็กน้อย 0.1% ณ เวลา 7:29 น. ตามเวลาสิงคโปร์
สำหรับโลหะมีค่าอื่นๆ ราคาเงินสปอต (Spot Silver) พุ่งขึ้น 3.9% สู่ระดับ 90.73 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาแพลทินัม (Platinum) ขยับขึ้น 7.1% สู่ระดับ 2,320.90 ดอลลาร์ ส่วนแพลเลเดียม (Palladium) ปรับขึ้น 2.6% สู่ระดับ 1,814.41 ดอลลาร์
ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไร? บอกว่านักลงทุนไม่ได้แค่ซื้อทองคำ แต่กำลังกว้านซื้อโลหะมีค่าทุกชนิด ซึ่งสะท้อนความกังวลในระดับที่กว้างกว่าปกติ
สหรัฐฯ เริ่มเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลกชั่วคราวที่ระดับ 10% และรัฐบาลทรัมป์กำลังผลักดันให้ปรับขึ้นเป็น 15% ในกรณีที่เหมาะสม โดยผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เจมิสัน กรีเออร์ ยืนยันว่าทรัมป์พร้อมลงนามในคำสั่งดังกล่าว
ภาษีนำเข้าส่งผลต่อทองคำอย่างไร? คำตอบอยู่ที่กลไกเงินเฟ้อ เมื่อสหรัฐฯ เก็บภาษีสินค้านำเข้าสูงขึ้น ต้นทุนสินค้าในประเทศย่อมสูงขึ้นตาม บริษัทต่างๆ จะผลักภาระต้นทุนนี้ไปให้ผู้บริโภค ราคาสินค้าสูงขึ้น เงินเฟ้อ (Inflation) ก็เพิ่มขึ้น และเมื่อเงินเฟ้อสูง ทองคำซึ่งเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อก็มีความต้องการเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
บาร์ต เมเลก หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์ระดับโลกของ TD Securities อธิบายสั้นๆ ว่า มีผลกระทบด้านเงินเฟ้อจากภาษีนำเข้าและราคาน้ำมันที่สูง นักลงทุนบางส่วนจึงหันมาป้องกันความเสี่ยงโดยการลงทุนในทองคำ
ปัจจัยที่สองคือสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สหรัฐฯ ได้ประกาศคว่ำบาตรต่อหน่วยงานมากกว่า 30 แห่งที่สนับสนุนการขายน้ำมันและอาวุธของอิหร่าน ขณะเดียวกันทรัมป์ยังระบุว่าเขาจะไม่ยอมให้ผู้สนับสนุนการก่อการร้ายรายใหญ่ที่สุดของโลกครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ตลาดตีความว่าความเสี่ยงของความขัดแย้งทางทหารยังคงอยู่ในระดับสูง
แม้ว่าอิหร่านและสหรัฐฯ มีกำหนดจัดการเจรจานิวเคลียร์รอบที่สามที่เจนีวาในวันพฤหัสบดี แต่การเจรจาเกิดขึ้นพร้อมกับแรงกดดันและการคว่ำบาตรที่เพิ่มขึ้น ซึ่งทำให้ตลาดยังคงระมัดระวัง
ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์กระทบราคาทองคำโดยตรง เพราะเมื่อโอกาสเกิดความขัดแย้งสูงขึ้น นักลงทุนจะลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นหรือสกุลเงินที่อ่อนแอ แล้วหันมาถือทองคำซึ่งมีสถานะเป็น Safe Haven Asset มาตลอดหลายศตวรรษ
ราคาทองคำโลกไม่ได้เพิ่งเริ่มวิ่งขึ้น ตลอดปีนี้ XAUUSD ปรับตัวขึ้นมาแล้วประมาณ 20% โดยแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ 5,594.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา ในวันเดียวกันนั้น ราคาเงินสปอตก็ทำสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ 121.64 ดอลลาร์ต่อออนซ์เช่นกัน
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดโลหะมีค่าทั้งหมดกำลังอยู่ในช่วงตลาดกระทิง (Bull Market) ที่ได้แรงหนุนจากหลายปัจจัยพร้อมกัน
ธนาคารแห่งอเมริกา (Bank of America หรือ BofA) ออกมาคาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในอีก 12 เดือนข้างหน้า แม้ว่าในระยะสั้น BofA มองว่าราคาอาจอ่อนตัวลงได้บ้างในช่วงฤดูใบไม้ผลิ เนื่องจากนักลงทุนชะลอการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในทองคำ แต่ความไม่แน่นอนเรื่องภาษีนำเข้าที่กลับมาอีกครั้งอาจทำให้ช่วงการปรับฐานนั้นค่อนข้างสั้น
สำหรับเงิน BofA ยังมองว่าโลหะสีขาวชนิดนี้มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้งในปีนี้
มีสามปัจจัยเชิงโครงสร้างที่ทำงานร่วมกันอยู่ในตอนนี้
ประการแรก คืออัตราดอกเบี้ยและทิศทางนโยบายการเงิน ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนดอกเบี้ย ดังนั้นเมื่ออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Interest Rate) ต่ำหรือติดลบ ต้นทุนเสียโอกาส (Opportunity Cost) ของการถือทองคำแทนพันธบัตรก็ลดลง ทำให้ทองคำน่าสนใจมากขึ้น
ประการที่สอง คือค่าเงินดอลลาร์ ดัชนี Bloomberg Dollar Spot ซึ่งวัดความเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปิดการซื้อขายรอบก่อนลดลง 0.2% เมื่อดอลลาร์อ่อนค่า ราคา XAUUSD ซึ่งคิดเป็นดอลลาร์ก็มักปรับตัวสูงขึ้นตามหลักพื้นฐาน เพราะทองคำราคาถูกลงสำหรับนักลงทุนที่ถือสกุลเงินอื่น
ประการที่สาม คือความต้องการจากธนาคารกลาง ธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะในเอเชียและตะวันออกกลาง ยังคงสะสมทองคำสำรองอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการพึ่งพาดอลลาร์สหรัฐในทุนสำรองระหว่างประเทศ (Foreign Reserves)
ราคาทองคำโลกหรือ XAUUSD ที่กำลังไต่ระดับสูงขึ้นในขณะนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจากพายุหลายลูกที่พัดมาพร้อมกัน ทั้งนโยบายภาษีนำเข้าที่กดดันให้เกิดเงินเฟ้อ ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนแรง และการที่ธนาคารกลางทั่วโลกยังคงสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง
เป้าหมายที่ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ที่ BofA วางไว้ไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยงาม แต่คือสัญญาณที่บอกว่านักวิเคราะห์ระดับโลกยังมองว่าทองคำมีพื้นที่วิ่งต่ออีกมาก
หากคุณกำลังพิจารณาเพิ่มทองคำในพอร์ตการลงทุน หรือสนใจซื้อขาย XAUUSD ในตลาดฟอเร็กซ์ (Forex) การทำความเข้าใจปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาทองคำโลกอย่างที่อธิบายไปในบทความนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุด
XAUUSD คือราคาทองคำในตลาดโลก โดยคิดเป็นดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (Troy Ounce) ซึ่งต่างจากราคาทองไทยที่คำนวณเป็นบาทต่อบาททองคำ (น้ำหนัก 15.244 กรัม) ราคาทองในไทยได้รับอิทธิพลโดยตรงจาก XAUUSD ผ่านการแปลงค่าเงินบาทและค่าทำเนียม ดังนั้นเมื่อ XAUUSD สูงขึ้น ราคาทองวันนี้ในไทยก็มักจะสูงขึ้นตามด้วย
เมื่อสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าสูงขึ้น ต้นทุนสินค้าในประเทศเพิ่ม เงินเฟ้อก็ตามมา ทองคำซึ่งเป็น Inflation Hedge แบบคลาสสิกจึงมีความต้องการเพิ่มขึ้นโดยธรรมชาติ นอกจากนี้ภาษีนำเข้ายังสร้างความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนหันมาถือสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น
ธนาคารแห่งอเมริกาวางเป้าหมายนี้ไว้ในกรอบ 12 เดือน โดยอ้างอิงจากปัจจัยเชิงโครงสร้างหลายอย่างที่ยังคงสนับสนุนราคา ทั้งความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษี ความต้องการจากธนาคารกลาง และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ราคาสินทรัพย์มีความไม่แน่นอนเสมอ และควรใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจเท่านั้น ไม่ใช่การรับประกัน
นักลงทุนสามารถเข้าถึง XAUUSD ได้หลายช่องทาง เช่น การซื้อขายผ่านโบรกเกอร์ฟอเร็กซ์ที่ให้บริการสัญญาส่วนต่าง (CFD หรือ Contract for Difference) บนทองคำ การลงทุนในกองทุนทองคำ (Gold ETF) หรือการซื้อทองคำแท่งและเหรียญทองจริง แต่ละวิธีมีความเสี่ยงและต้นทุนที่แตกต่างกัน ควรศึกษาให้ครบถ้วนก่อนตัดสินใจ
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ