เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-24

ลองนึกภาพว่าคุณมีพนักงานที่ทำงานได้ 24 ชั่วโมง ไม่เคยลาป่วย ไม่เคยบ่น ทำรายงานเสร็จในเวลาไม่กี่นาที และค่าจ้างแค่ 700 บาทต่อเดือน
ฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์ใช่ไหมคะ? แต่นั่นคือสิ่งที่ Claude Cowork กำลังนำมาสู่โลกของการทำงานจริงๆ ในตอนนี้
เมื่อ Anthropic เปิดตัว Claude Cowork เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2026 ไม่มีใครคาดคิดว่าเครื่องมือตัวนี้จะสั่นสะเทือน Wall Street ได้ขนาดนี้ ภายในเวลาไม่ถึงสามสัปดาห์ มูลค่าหุ้นบริษัทซอฟต์แวร์ทั่วโลกหายไปกว่า 285,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในวันเดียว และเมื่อรวมผลกระทบสะสม ตัวเลขพุ่งไปทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์
บทความนี้จะพาคุณทำความรู้จัก Claude AI ในเชิงลึก ว่า Claude Cowork คืออะไร ทำงานอย่างไร และทำไมนักวิเคราะห์หลายคนถึงมองว่ามันกำลังเปลี่ยนโครงสร้างตลาดแรงงานไปตลอดกาล
Claude คือ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ที่พัฒนาโดย Anthropic บริษัทสัญชาติอเมริกันที่ก่อตั้งโดยอดีตทีมจาก OpenAI (ผู้สร้าง ChatGPT)
ในโลก AI ปัจจุบัน Claude ถูกยอมรับว่าเป็นหนึ่งในโมเดลที่แข็งแกร่งที่สุดในด้านงานธุรกิจ การวิเคราะห์ข้อมูล และการเขียนเนื้อหาเชิงวิชาชีพ และเป็นคู่แข่งโดยตรงกับ ChatGPT ของ OpenAI และ Gemini ของ Google
จุดที่ทำให้ Claude แตกต่างคือการออกแบบที่เน้นความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในการใช้งานเชิงธุรกิจเป็นพิเศษ Anthropic เรียกแนวทางนี้ว่า "Constitutional AI" ซึ่งฝัง "หลักการ" ไว้ในตัว AI เพื่อให้มันทำงานอย่างมีความรับผิดชอบ
ก่อนที่ Cowork จะเกิดขึ้น Anthropic มีผลิตภัณฑ์ที่ชื่อว่า Claude Code ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยโปรแกรมเมอร์เขียนโค้ดผ่าน Terminal (โปรแกรมพิมพ์คำสั่งสำหรับนักพัฒนา) โดยตรง Claude Code ประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้ระดับพันล้านดอลลาร์ภายในแค่ 6 เดือน
สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ Anthropic สังเกตเห็นว่าผู้ใช้จำนวนมากเริ่มเอา Claude Code ไปใช้ทำงานที่ไม่เกี่ยวกับการเขียนโค้ดเลย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการไฟล์ การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการร่างเอกสาร และนั่นคือจุดกำเนิดของ Claude Cowork
Claude Cowork คือเวอร์ชัน "สำหรับทุกคน" ของ Claude Code ที่ถูกสร้างขึ้นบนสถาปัตยกรรมเดิม แต่ห่อหุ้มด้วย Interface (หน้าจอการใช้งาน) ที่ใช้งานง่าย โดยไม่ต้องมีทักษะการเขียนโปรแกรมใดๆ เลย
คุณแค่เปิดแอป Claude Desktop บนคอมพิวเตอร์ คลิกแท็บ "Cowork" แล้วบอกมันว่าต้องการอะไร แค่นั้นพอ
วิธีการทำงานพื้นฐานของ Cowork คือคุณอนุญาตให้มันเข้าถึงโฟลเดอร์ที่คุณเลือกบนเครื่อง จากนั้น Claude จะสามารถอ่าน แก้ไข และสร้างไฟล์ในโฟลเดอร์นั้นได้ทันที
คุณมีใบเสร็จการเดินทาง 30 ใบกระจัดกระจายอยู่ในโฟลเดอร์ แค่บอก Cowork ว่า "ดึงข้อมูลจากใบเสร็จทั้งหมดแล้วสรุปเป็น Spreadsheet" มันจะอ่านรูปทุกรูป ดึงวันที่ รายการ จำนวนเงิน แล้วสร้างไฟล์ Excel พร้อมสูตรคำนวณให้คุณ
คุณมี Note กระจัดกระจาย 10 ไฟล์ แค่บอกว่า "รวบรวมแล้วเขียนเป็น Draft รายงาน" มันจะอ่านทุกไฟล์ เข้าใจเนื้อหา แล้วร่างรายงานที่เป็นระเบียบให้
สิ่งที่ทำให้ Cowork ต่างจาก AI แบบ "ถาม-ตอบ" ทั่วไปคือ มันไม่ได้แค่ตอบคำถามแล้วให้คุณไปทำเอง มันวางแผนเอง แบ่งงานเป็นขั้นตอนย่อยเอง ลงมือทำเอง แล้วรายงานความคืบหน้าให้คุณตามแต่ละขั้นตอน นักพัฒนาเรียกพฤติกรรมแบบนี้ว่า Agentic AI (AI ที่ทำตัวเป็น "ตัวแทน" ลงมือปฏิบัติงานแทนคุณ)
Cowork ทำงานภายใน Sandbox (พื้นที่จำกัดที่ปลอดภัย) โดยใช้เทคโนโลยี Virtualization (การสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริง) จาก Apple และ Microsoft ทำให้มันเข้าถึงได้เฉพาะโฟลเดอร์ที่คุณอนุญาตเท่านั้น ปัจจุบันรองรับทั้ง macOS และ Windows
ความแตกต่างที่แท้จริงอยู่ที่โครงสร้างการทำงาน ลองเปรียบเทียบให้เห็นภาพชัดขึ้น
AI แบบเดิม เหมือนที่ปรึกษาที่บอกคุณว่าควรทำอะไร แต่ทุกขั้นตอนยังต้องผ่านมือคุณ คุณต้อง Copy ไปวาง แก้ไขเอง จัดรูปแบบเอง บันทึกเอง
Claude Cowork เหมือนพนักงานที่ลงมือทำทุกอย่างให้คุณจนเสร็จ แล้วส่งมอบผลงานสำเร็จรูปมาวางหน้าคุณ
นอกจากนี้ Cowork ยังมีความสามารถพิเศษที่เรียกว่า Sub-Agent Coordination ซึ่งหมายความว่ามันสามารถแบ่งงานใหญ่ออกเป็นงานย่อย แล้วส่งให้ AI "ลูกน้อง" หลายตัวทำงานพร้อมกันแบบขนาน เหมือนคุณมีหัวหน้าทีมที่บริหาร AI ทั้งทีมเพื่อส่งมอบงานของคุณโดยเฉพาะ
และยังมีความสามารถ Computer Use ที่ทำให้ Claude มองเห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ เลื่อนเมาส์ คลิกปุ่ม พิมพ์ข้อความ เปิดโปรแกรม สลับหน้าต่าง และอ่านข้อมูลบนหน้าจอได้เหมือนมนุษย์ เมื่อรวมกับ Claude in Chrome (ส่วนขยายที่เชื่อม Claude เข้ากับเบราว์เซอร์ Chrome) มันสามารถท่องเว็บ อ่านข้อมูล กรอกฟอร์ม และดึงข้อมูลจากหลายเว็บไซต์พร้อมกันได้
ถ้า Cowork คือสมอง Connector และ Plugin คือมือและขาที่ทำให้มันทำงานในโลกจริงได้
Connector คือสายเชื่อมต่อที่เชื่อม Claude เข้ากับเครื่องมือและบริการภายนอก ปัจจุบันมี Connector ให้เลือกหลายร้อยตัว ครอบคลุมทั้ง Google Workspace (Gmail, Drive, Calendar), Asana (เครื่องมือจัดการโปรเจกต์), Morningstar (ฐานข้อมูลการเงิน), AWS (บริการ Cloud ของ Amazon) และอีกมากมาย
ตัวอย่างที่ทรงพลังมากคือ Connector กับ Morningstar ที่ทำให้ Claude ดึงข้อมูลราคาหุ้น ข้อมูลกองทุน และรายงานนักวิเคราะห์มาประมวลผลแบบ Real-Time ได้ทันที
Plugin คือชุดทักษะเฉพาะทางที่ฝังเข้าไปใน Cowork เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2026 Anthropic ปล่อย Plugin จำนวน 11 ตัว ในรูปแบบ Open Source (เปิดให้ทุกคนเข้าถึงและแก้ไขได้)
ครอบคลุมงานหลักของธุรกิจได้แก่
Productivity Plugin: จัดการ Tasks, Calendar และ Workflow ประจำวัน
Finance Plugin: วิเคราะห์งบการเงิน สร้าง Financial Model และติดตาม Metrics สำคัญ
Legal Plugin: ทำ Contract Review (ตรวจสอบสัญญา), Compliance Check (ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมาย) และ Legal Summary (สรุปเอกสารกฎหมาย) ได้ถึง 90% ของงานมาตรฐาน
Sales Plugin: Research ลูกค้าและเตรียมข้อมูลสำหรับการปิด Deal
Marketing Plugin: วิเคราะห์แคมเปญและวางกลยุทธ์การตลาด
Data Analysis Plugin: วิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่
และยังมี Plugin Create ซึ่งเป็น Plugin ที่ช่วยให้คุณสร้าง Plugin ใหม่ของตัวเองได้ ทำให้ขีดความสามารถของ Cowork ขยายออกไปแทบไม่มีขีดจำกัด
เหตุการณ์ที่นักลงทุนทั่วโลกจะจดจำเกิดขึ้นในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 หลังจาก Anthropic ปล่อย Plugin 11 ตัวบน GitHub เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2026 อย่างเงียบๆ โดยไม่มีงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการ นักวิเคราะห์และนักลงทุนบน Wall Street ค่อยๆ เริ่มอ่านรายละเอียดของ Plugin เหล่านั้น โดยเฉพาะ Legal Plugin ที่สามารถทำงานได้ถึง 90% ของงาน Legal มาตรฐาน
เมื่อตระหนักว่า Anthropic กำลังส่ง Workflow สำเร็จรูปตรงถึงผู้ใช้ในราคาแค่ 20 ดอลลาร์ต่อเดือน ในขณะที่ซอฟต์แวร์ที่ทำงานเดียวกันคิดค่าบริการ 50-200 ดอลลาร์ต่อ Seat ต่อเดือน การเทขายหุ้นก็เริ่มต้นขึ้น
Bloomberg รายงานว่ามูลค่าหุ้นหายไปกว่า 285,000 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว ครอบคลุมหุ้นซอฟต์แวร์ บริการทางการเงิน และบริษัทจัดการสินทรัพย์ Goldman Sachs Basket ของหุ้นซอฟต์แวร์อเมริกันร่วงลง 6% ซึ่งเป็นการร่วงรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ความเสียหายรายบริษัทที่โดดเด่นได้แก่ Thomson Reuters ร่วงลงกว่า 15-18% ในวันเดียว ซึ่งเป็นการร่วงรายวันที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท RELX บริษัทแม่ของ LexisNexis (ฐานข้อมูลกฎหมาย) ร่วงลง 14% LegalZoom ร่วงลงเกือบ 20% และ Gartner ร่วงลงถึง 21%
Trader ที่ Jefferies ตั้งชื่อเหตุการณ์นี้ว่า "SaaSpocalypse" ซึ่งรวมคำว่า SaaS (Software as a Service หรือซอฟต์แวร์บริการออนไลน์) กับ Apocalypse (วันสิ้นโลก) เข้าด้วยกัน Goldman Sachs Strategist ชื่อ Ben Snider เตือนว่าเหตุการณ์นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ "Structural Decline" (การเสื่อมถอยเชิงโครงสร้าง) คล้ายกับที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมหนังสือพิมพ์ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง นี่ไม่ใช่แค่การปรับฐานชั่วคราว แต่เป็นการเปลี่ยนโมเดลธุรกิจทั้งยุค
คำถามนี้ต้องมองจากมุมของนายจ้างก่อน
Junior Analyst คนหนึ่งเงินเดือนเริ่มต้น 25,000 บาท รวมสวัสดิการและค่าใช้จ่ายต่างๆ ตกเดือนละ 35,000-40,000 บาท ทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ ต้องสอนงาน ต้องตรวจงาน และยังลาป่วยหรือลาพักร้อนได้
เทียบกับ Claude Cowork แพลน Pro ราคา 20 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 700 บาท) ทำงาน 24 ชั่วโมง 7 วัน ไม่เคยลา ไม่ต้องสอนงาน ไม่มีค่าประกันสังคม
งานที่ได้รับผลกระทบโดยตรงส่วนใหญ่คืองานในกลุ่ม Junior หรือ Entry-Level ที่เน้น
รวบรวมและจัดทำรายงาน
กรอกฟอร์มและตรวจสอบเอกสาร
ร่างอีเมลและ Presentation
ทำ Data Entry (การบันทึกข้อมูล) และงาน Admin ทั่วไป
งานเหล่านี้ Cowork ทำได้ทั้งหมดและทำได้เร็วกว่า
Gartner คาดการณ์ว่าภายในปี 2028 ซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจ 33% จะมี Agentic AI ฝังอยู่ในตัว เพิ่มขึ้นจากน้อยกว่า 1% ในปี 2024 ซึ่งหมายความว่ากระบวนการนี้จะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อพนักงานคนเก่าลาออก บริษัทจำนวนมากจะไม่จ้างคนใหม่มาแทน แต่จะให้ AI รับภาระงานนั้นแทน
ตลาดงาน Entry-Level จึงมีแนวโน้มหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า
Claude Cowork เป็นส่วนหนึ่งของ Claude Desktop App ดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์หลักของ Claude รองรับทั้ง macOS และ Windows ปัจจุบันยังอยู่ในสถานะ Research Preview (เวอร์ชันทดลอง)
แพลนสมาชิกมีให้เลือกตามความต้องการ
Free ใช้ฟรี แต่จำกัดการใช้งานและไม่รองรับ Cowork
Pro 20 ดอลลาร์ต่อเดือน (ประมาณ 700 บาท) เข้าถึง Cowork และทุก Model รวมถึง Claude Opus 4.6
Max 5x 100 ดอลลาร์ต่อเดือน สำหรับผู้ใช้งานหนัก
Max 20x 200 ดอลลาร์ต่อเดือน สำหรับ Power User และเข้าถึง Claude Code ด้วย
Team 25 ดอลลาร์ต่อ Seat ต่อเดือน สำหรับองค์กร (ขั้นต่ำ 5 คน)
Enterprise ติดต่อทีมขายโดยตรง พร้อมฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยระดับองค์กร
สำหรับการเรียนรู้ แหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดคือเอกสารทางการของ Anthropic และ Tutorial บน DataCamp นอกจากนี้ GitHub ของ Anthropic ยังมี Repository ของ Plugin ทั้ง 11 ตัวให้ศึกษาและปรับแต่งได้ฟรี
Claude Cowork ที่ทำให้ Wall Street สั่นสะเทือนจนเกิด SaaSpocalypse และทำให้มูลค่าหุ้นหายไปเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในเวลาไม่ถึงสามสัปดาห์ มันยังเป็นแค่ Research Preview ยังเป็นแค่เวอร์ชันทดลองที่ยังไม่สมบูรณ์แบบ
พูดอีกแบบหนึ่งก็คือ Claude Cowork ในวันนี้คือ AI Agent ที่ "ห่วยที่สุด" ที่คุณจะเคยเจอ เพราะนับจากนี้ไปมันจะมีแต่เก่งขึ้น เร็วขึ้น และทำงานได้ครอบคลุมมากขึ้นทุกเดือน
ยุค Agentic AI มาถึงแล้ว และมันไม่ได้รอใคร
คนที่จะรอดในยุคนี้ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดหรือฉลาดที่สุด แต่ต้องเป็นคนที่เรียนรู้เร็วที่สุด คนที่รู้จักใช้ AI เป็นเครื่องมือขยายขีดความสามารถของตัวเอง และยกระดับตัวเองจาก "คนทำงาน" ให้กลายเป็น "คนที่บริหาร AI ทำงาน"
อนาคตเป็นของคนที่ทำงาน "กับ" AI ไม่ใช่คนที่ทำงาน "แข่ง" กับ AI
ถ้าคุณอยากเรียนรู้เรื่องนี้อย่างจริงจัง EBC Financial Group มีเนื้อหาและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับแนวโน้มเทคโนโลยี AI และผลกระทบต่อตลาดการเงินและการลงทุนให้คุณติดตามได้ทันที อย่าปล่อยให้ตัวเองตามไม่ทัน เพราะโลกมันไม่หยุดรอครับ
Claude พัฒนาโดย Anthropic ในขณะที่ ChatGPT พัฒนาโดย OpenAI ทั้งสองเป็น AI ที่มีความสามารถใกล้เคียงกัน แต่ Claude ได้รับการออกแบบโดยเน้นความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในงานธุรกิจเป็นพิเศษ ผ่านแนวทางที่เรียกว่า Constitutional AI นอกจากนี้ Claude ยังมี Cowork ซึ่งเป็น Agentic AI ที่ลงมือทำงานได้จริง ไม่ใช่แค่ตอบคำถาม
Cowork ทำงานภายใน Sandbox ที่ใช้เทคโนโลยี Virtualization (สร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจริงแยกออกมา) จาก Apple Virtualization Framework มันเข้าถึงได้เฉพาะโฟลเดอร์ที่คุณอนุญาตเท่านั้น ไม่สามารถเข้าถึงไฟล์อื่นๆ บนเครื่องของคุณได้
SaaSpocalypse เป็นคำที่ Trader บน Wall Street ตั้งขึ้นเพื่ออธิบายเหตุการณ์ที่หุ้นซอฟต์แวร์ทั่วโลกร่วงอย่างรุนแรงเมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 หลังจากนักลงทุนตระหนักว่า Claude Cowork สามารถทำงานแทนซอฟต์แวร์หลายประเภทได้ในราคา 20 ดอลลาร์ต่อเดือน ส่งผลให้มูลค่าหุ้นหายไปกว่า 285,000 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว
งานที่มีความเสี่ยงสูงสุดคือตำแหน่ง Junior หรือ Entry-Level ที่เน้นงานซ้ำๆ เช่น Junior Analyst, Junior Accountant, Administrative Assistant รวมถึงงานที่ทำหน้าที่เป็น "ตัวกลาง" รวบรวมและส่งต่อข้อมูล อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งที่ต้องใช้การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ความสร้างสรรค์ระดับสูง หรือการสร้างความสัมพันธ์กับมนุษย์ยังคงมีความได้เปรียบอยู่
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ