เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-28

ต้นปี 2026 บนเวที World Economic Forum ชายคนหนึ่งก้าวขึ้นเวที ไม่ได้มาด้วยสไลด์นำเสนอยอดขาย ไม่ได้มาพร้อมกราฟผลประกอบการ แม้แต่หุ้นของบริษัทของเขาเองก็ไม่ได้ถูกกล่าวถึง
Elon Musk มาขายบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า ภาพของอนาคตที่มนุษยชาติกำลังจะก้าวเข้าสู่ภาพที่ AI หุ่นยนต์ พลังงาน และอวกาศ จะผสานกันจนทำให้ต้นทุนของทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต เข้าใกล้จุดศูนย์
ไม่ใช่เพียงแค่โลกยูโทเปียในจินตนาการ แต่คือโลกที่ความมั่งคั่งไม่ได้ผูกโยงกับแรงงานมนุษย์อีกต่อไป โลกที่ผลผลิตถูกสร้างขึ้นโดยเครื่องจักรที่ฉลาดกว่าเราเอง
และนั่นคือจุดที่ตลาดทุนทั่วโลกเริ่มตื่นตัวจริงจัง
ในคำพูดไม่กี่ประโยคของ Elon Musk ซ่อนอยู่ซึ่งการนิยามระบบเศรษฐกิจใหม่:
"AI และหุ่นยนต์ คือกุญแจสู่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืน"
"เมื่อทุกอย่างผลิตได้แทบไม่มีขีดจำกัด ความยากจนจะค่อยๆ หายไป"
สมการใหม่ของโลกถูกเขียนขึ้น:
ผลผลิต = หุ่นยนต์ × ความฉลาด
ต้นทุน = พลังงาน
ข้อจำกัด = แทบไม่มี
นี่ไม่ใช่แค่ความหวังของนักเทคโนโลยี แต่เป็นการประกาศอย่างชัดเจนว่า กติกาเก่าของโลกกำลังถูกเขียนใหม่ทั้งหมด
เมื่อโลกเข้าสู่ยุคนี้ คำถามของนักลงทุนไม่ใช่แค่ "ใครจะเติบโตเร็วที่สุด?"
แต่คือ "ใครจะเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานของโลกใบนี้?"
มาดูหุ้นกลุ่มที่ตลาดให้ค่า ไม่ใช่เพราะงบการเงินสวยงาม แต่เพราะตำแหน่งทางยุทธศาสตร์ที่พวกเขาครอบครอง
Elon Musk พูดชัดเจนว่าในปลายปี 2026 AI จะฉลาดกว่ามนุษย์หนึ่งคน และภายในปี 2030 จะฉลาดกว่ามนุษย์ทั้งโลกรวมกัน
ตลาดไม่ได้ถกเถียงว่าคำทำนายนี้จะเป็นจริงหรือไม่
ตลาดกำลังถามว่า ใครคือผู้ขายจอบในยุคขุดทอง
บริษัทที่จะได้ประโยชน์:
TSM / AMD / ARM — ผู้สร้างชิปให้กับ AI
NBIS / IREN — โครงสร้างพื้นฐาน Compute และพลังงาน
PLTR — AI เชิงปฏิบัติการที่องค์กรใช้งานได้จริง
จุดร่วมที่หุ้นเหล่านี้มี: งบวันนี้อาจยังไม่สวย แต่ตลาดให้ค่าตำแหน่งในโลกอนาคต

Elon Musk เชื่อว่า ทุกบ้านจะมีหุ่นยนต์ ทุกโรงงานจะใช้หุ่นยนต์เป็นหลัก และหุ่นยนต์ Optimus จะเริ่มทำงานซับซ้อนได้ตั้งแต่ปี 2026
นี่ไม่ใช่แค่ Automation แต่นี่คือ Autonomous
TSLA — ไม่ใช่เพียงบริษัทรถยนต์ แต่คือผู้สร้างหุ่นยนต์บนล้อและหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
ONDS — ระบบสื่อสารและความปลอดภัยสำหรับโครงสร้างพื้นฐานอัตโนมัติ
MIDEA — ดูเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่เป็นเจ้าของ KUKA Robotics และ ecosystem อุตสาหกรรมระดับโลก
ประเด็นไม่ใช่ "ใครมีหุ่นยนต์" แต่คือ "ใครเอาหุ่นยนต์ไปสร้างรายได้จริงได้บ้าง"

Elon Musk บอกว่าปัญหาหลักของรถไร้คนขับถูกแก้ไปแล้ว และ Robotaxi จะกระจายทั่วสหรัฐฯ ภายในสิ้นปี 2026
ใครมีข้อมูลจากถนนจริงมากที่สุด ใครมี mileage มากที่สุด คนนั้นชนะ
TSLA — เจ้าของข้อมูลจากรถหลายล้านคันบนถนนจริง
GOOGL (Waymo) — Robotaxi ที่วิ่งจริง เก็บเงินจริง ให้บริการในเมืองจริง
ตลาดเริ่มแยกชัดเจน: FSD ฝั่ง Tesla / Robotaxi-as-a-Service ฝั่ง Waymo
นี่ไม่ใช่การสาธิตและนี่คือโครงสร้างพื้นฐานของการเดินทางในอนาคต

อาจฟังดูเหลือเชื่อ แต่ตลาดเริ่มคิดจริงจัง
AI ประมวลผลในอวกาศ Data Center ใช้พลังงานแสงอาทิตย์โดยตรง ความเย็นฟรีจากอวกาศ ไม่มีข้อจำกัดทางกายภาพ
RKLB — โครงสร้างพื้นฐานอวกาศและการขนส่งในราคาถูก
SpaceX (private) — พลังงาน ดาวเทียม และ Compute ในอวกาศ
ข่าวดีคือ SpaceX เตรียม IPO ในปี 2026 ซึ่งอาจกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
ตลาดรู้ว่ามันฟังดูเว่อร์ แต่ถ้ามันเกิดขึ้นจริง Valuation จะไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่นอน
Elon Musk กล่าวชัดเจนว่า AI จะเติบโตได้แค่ไหนไม่ได้ขึ้นอยู่กับโมเดล แต่ขึ้นอยู่กับไฟฟ้า
Compute กินไฟ Robot กินไฟ Data Center กินไฟ
ถ้าไฟไม่พอ โลกอนาคตหยุด
CEG (Constellation Energy) — พลังงานนิวเคลียร์และสะอาดสำหรับ AI Data Center
NEE (NextEra Energy) — ผู้นำพลังงานหมุนเวียนระดับโลก
NEP — กระแสเงินสดจากโครงสร้างพื้นฐานพลังงานระยะยาว
ตลาดไม่ได้ให้ค่าเพราะ ESG แต่เพราะ AI ต้องการไฟฟ้าจริงๆ
หลายอย่างที่ Elon Musk พูดอาจเกิดช้ากว่าที่คาดหรือไม่เกิดตาม Timeline
หุ้นหลายตัวยังขาดทุน เผาเงิน และผันผวนสูงมาก
เมื่อ Narrative เปลี่ยน ราคาก็หายไปเร็วมาก
นี่ไม่ใช่พอร์ตสายมั่นคง
แต่เป็นพอร์ตสายเดิมพันทิศทางโลก
และถ้าโลกเดินตามภาพที่ Elon Musk วาดไว้จริง หุ้นกลุ่มนี้จะไม่ใช่แค่ Outperform
แต่จะกลายเป็นเจ้าของโครงสร้างพื้นฐานของอารยธรรมถัดไป
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ