เทรดโดยไม่บันทึก คือการเดินหน้าแบบตาบอด: ความจริงที่เจ็บปวดแต่ต้องยอมรับ
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

เทรดโดยไม่บันทึก คือการเดินหน้าแบบตาบอด: ความจริงที่เจ็บปวดแต่ต้องยอมรับ

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-27

trading journal


การเทรดโดยไร้สมุดบันทึก (Journal) ไม่ต่างอะไรกับการเดินหลับตาเข้าสู่สงครา ดิฉันเทรดมานานพอที่จะรู้ซึ้งถึงความจริงข้อหนึ่ง ความจริงที่อาจจะฟังดูเจ็บจี๊ดไปนิด นั่นคือ เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มเหลวเพราะกลยุทธ์ที่ห่วยแตก แต่เขาล้มเหลวเพราะเขา "ไม่รู้จักตัวเอง"


หากคุณยังไม่เข้าใจตัวตนของคุณในสนามนี้ คุณไม่ได้กำลังเทรดหรอกค่ะ คุณแค่กำลัง "ตอบโต้" ไปตามสัญชาตญาณดิบเท่านั้น


บทความนี้ดิฉันเขียนให้ "ตัวจริง" คนที่แม่นยำเรื่องจุดเข้า (Entry) เข้าใจโมเดลความเสี่ยง และมองโครงสร้างตลาดออกหมดแล้ว แต่สิ่งที่คุณขาดไปไม่ใช่เทคนิคใหม่ๆ แต่มันคือ "การเปลี่ยนความตระหนักรู้ให้กลายเป็นข้อมูล" และนั่นคือหัวใจที่แท้จริงของ Trading Journal


ทำไมการเทรดโดยไม่มีบันทึก คือการก้าวเท้าสู่ความมืด

การเทรด


ดิฉันเรียนรู้บทเรียนนี้ด้วยวิธีที่เจ็บปวดที่สุด การขาดทุนครั้งใหญ่ของดิฉันไม่ได้เกิดจากการวิเคราะห์กราฟผิด แต่มันเกิดจาก "พฤติกรรมเดิมๆ" ที่ดิฉันปฏิเสธจะจดบันทึกมันลงไป


สารภาพตามตรงนะคะ... ถ้าคุณไม่จดบันทึก คุณก็ไม่มีหลักฐานอะไรเลยว่าทำไมคุณถึงชนะ หรือทำไมคุณถึงแพ้ เมื่อไม่มีหลักฐาน ก็ไม่มีความชัดเจน และเมื่อไม่มีความชัดเจน วงจรการพัฒนา (Feedback Loop) ก็ไม่มีทางเกิดขึ้น


คุณอาจจะรู้สึกว่าตัวเองมีวินัย หรือเชื่อมั่นว่าทำตามแผนเป๊ะๆ แต่ความจริงคือ ตลาดไม่เคยแยแสความรู้สึกหรือความเชื่อของคุณ


Trading Journal คือเครื่องมือเพียงอย่างเดียวที่จะตบหน้าคุณด้วยความจริง หากปราศจากมัน คุณจะไม่มีทางมองเห็น "รูรั่วทางอารมณ์" หรือพฤติกรรมที่ผิดเพี้ยนไปจากแผน คุณก็แค่กำลังเหยียบคันเร่งท่ามกลางหมอกหนา แล้วภาวนาให้สัญชาตญาณช่วยชีวิตคุณไว้


อย่างที่ Peter Drucker เคยกล่าวไว้: "สิ่งใดที่วัดผลไม่ได้ ก็จัดการไม่ได้"


ในโลกของการเทรด สิ่งใดที่ไม่ถูกบันทึก สิ่งนั้นจะถูกทำซ้ำ (และกัดกินคุณไปเรื่อยๆ)


Trading Journal คืออะไรกันแน่? (และอะไรที่มันไม่ใช่)

เทรดเดอร์ส่วนใหญ่เข้าใจผิด Journal ไม่ใช่ไดอารี่เพ้อฝัน ไม่ใช่ตาราง Excel ไว้โชว์กำไรเท่ๆ และไม่ใช่สิ่งที่เอาไว้จดเฉพาะตอนที่แพ้


Journal ที่แท้จริงคือ "ระบบติดตามสมรรถภาพ" (Performance Tracking System)

มันบันทึกตั้งแต่:

  • การเข้าออเดอร์ (Entry Logging)

  • การวิเคราะห์จังหวะการออก (Exit Timing)

  • การบริหารขนาดไม้ (Position Sizing)

  • สัดส่วนความเสี่ยงต่อกำไร (Risk-Reward Ratio)

  • บริบทของตลาดในขณะนั้น


แต่ที่สำคัญกว่าข้อมูลตัวเลข คือมันบันทึก "ตัวคุณ" ทั้งสภาวะจิตใจ จุดเปราะบาง และการตัดสินใจภายใต้ความกดดัน สำหรับมือโปร Journal ไม่ใช่ทางเลือก แต่มันคือ "โครงสร้างพื้นฐาน" ของอาชีพค่ะ


ราคาจ่ายทางจิตวิทยา... เมื่อคุณเลือกที่จะไม่บันทึก

นี่คือสิ่งที่เทรดเดอร์หลายคนไม่อยากยอมรับ: ความพ่ายแพ้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ได้มาจากตลาด แต่มันมาจาก "นิสัยที่มองไม่เห็น"

  • ถ้าคุณไม่ทำบันทึก คุณจะมองข้าม:

  • สภาวะอารมณ์ที่กัดกินการตัดสินใจ

  • ตัวกระตุ้นที่ทำให้คุณอยาก "เทรดแก้แค้น" (Revenge Trading)

  • สัญญาณเตือนของความโลภและความกลัว

  • ความมั่นใจที่เกินพอดี (Overconfidence)

เมื่อพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ถูกตรวจพบ มันจะพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ คุณอาจคิดว่ามันคือความซวยหรือความบังเอิญ แต่มันไม่ใช่... มันคือพฤติกรรมเดิมๆ ที่ฉายซ้ำอย่างเงียบเชียบ


"ตลาดนั้นเป็นกลาง แต่อารมณ์ตอบโต้ของคุณต่างหากที่ไม่ใช่"


ความได้เปรียบที่ซ่อนอยู่: ข้อมูลพฤติกรรมมีค่ากว่าการแก้กลยุทธ์

ดิฉันขอท้าคุณอย่างหนึ่ง: ถ้ากลยุทธ์ของคุณมันดีจริง ทำไมมันถึงไม่ทำเงินให้คุณอย่างสม่ำเสมอเสียที

คำตอบส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ที่เทคนิค แต่อยู่ที่ "พฤติกรรม"

Journal ที่ดีจะช่วยให้คุณ:

  • จัดกลุ่มความผิดพลาดที่เกิดซ้ำซาก

  • ตรวจจับพฤติกรรมที่เริ่มออกนอกลู่นอกทาง

  • ทบทวนกระบวนการตัดสินใจ

  • วิเคราะห์ความเคร่งครัดต่อกลยุทธ์


เทรดเดอร์ระดับสูงเขาไม่ถามกันว่า "ใช้ Indicator ตัวไหนดี?" แต่เขาจะถามตัวเองว่า "ทำไมฉันชอบแหกกฎทุกครั้งหลังจากแพ้ติดกัน 2 ไม้?" คำตอบนั้นรอคุณอยู่ในบันทึกค่ะ


พลังของ "คำบรรยาย": ทำไมการเขียนถึงสำคัญ

ตัวเลขบอกคุณว่า "เกิดอะไรขึ้น" แต่ตัวหนังสือบอกคุณว่า "ทำไมถึงเกิด"


การเขียนช่วยกระตุ้นการสะท้อนคิด (Reflection) และสร้างความตระหนักรู้ เมื่อคุณบรรยายการเทรดออกมาเป็นคำพูด คุณจะเริ่มเห็นความขัดแย้งระหว่าง "แผนที่วางไว้" กับ "สิ่งที่คุณทำจริง"


ช่องว่างตรงนั้นแหละครับ คือจุดที่คุณจะพัฒนาได้ คุณไม่จำเป็นต้องมีเครื่องมือหรูหรา คุณแค่ต้องมี "ความซื่อสัตย์" บนหน้ากระดาษ


ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงเลิกจดบันทึก? (และทำไมคุณถึงห้ามเลิก)

เพราะการทำ Journal มันน่าอึดอัดค่ะ!


มันจะแฉให้เห็นว่าคุณโกหกตัวเองตอนไหน ตอนไหนที่อีโก้เข้าครอบงำ หรือตอนไหนที่วินัยคุณพังทลาย


คนส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะหยุดจด แต่จำไว้ว่า ความเติบโตไม่ได้อยู่ในพื้นที่สบาย (Comfort Zone) แต่มันอยู่ในความชัดเจน (Clarity) เทรดเดอร์ที่อยู่รอดและมั่นคงคือคนที่ซื่อสัตย์กับ Journal ของตัวเองมากที่สุด โดยเฉพาะในช่วงที่พอร์ตติดลบ (Drawdown)


บทสรุป: นี่คือ "แต้มต่อ" ที่แท้จริง

กราฟไม่ได้ทำให้คุณได้กำไร และกลยุทธ์ก็ช่วยคุณไม่ได้เมื่ออยู่ภายใต้ความกดดัน แต่ "การรู้จักตนเอง" ต่างหากที่จะช่วยคุณ


Trading Journal คือวิธีที่เปลี่ยนความตระหนักรู้ให้กลายเป็นการกระทำที่จับต้องได้ หากไม่มีมัน คุณก็แค่คนตาบอด แต่ถ้ามีมัน คุณจะเริ่มเห็นรูปธรรมที่คนอื่นมองข้าม


หากคุณจริงจังกับความสำเร็จ... จงเริ่มทำบันทึกการเทรด ราวกับว่าเงินทุนทั้งหมดของคุณขึ้นอยู่กับมัน เพราะความจริงมันก็เป็นเช่นนั้นเอง


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
5 ความผิดพลาดที่พบบ่อยในการอ่าน Inducement ของตลาด
Curtis Faith: ผู้อยู่เบื้องหลังกลยุทธ์เต่า
FOREX คืออะไร? เข้าใจง่ายแบบมือใหม่: คู่มือฉบับสมบูรณ์ 2026
ทำไมคริปโตยังร่วง แม้เฟดเริ่มลดดอกเบี้ยแล้ว?
ราคาซิลเวอร์ทำสถิติสูงสุด: ควรซื้อ เพิ่มถือ หรือถึงเวลาทำกำไร?