เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-12

ในยุคที่ตลาดหุ้นโลกเต็มไปด้วยความผันผวน การเลือกหุ้น Amazon ($AMZN) เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมสำหรับนักลงทุนที่มองหาการเติบโตระยะยาว ไม่ใช่เพียงแค่กระแสชั่วคราว หุ้น Amazonมีโครงสร้างทางธุรกิจที่แข็งแกร่งและศักยภาพในการสร้างกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกว่าทำไม Amazon ถึงเป็นหุ้นที่น่าจับตามองในปี 2026
Amazon เป็นบริษัทที่มีรายได้หลายแสนล้านดอลลาร์ต่อปี แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือความสามารถในการเติบโตอย่างต่อเนื่องแม้จะมีขนาดใหญ่แล้วก็ตาม ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทเติบโตเฉลี่ยประมาณ 13% ต่อปี
สิ่งสำคัญที่นักลงทุนควรให้ความสำคัญไม่ใช่แค่ตัวเลขการเติบโตเท่านั้น แต่คือคุณภาพของรายได้ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน Amazon ไม่ได้พึ่งพาแค่ธุรกิจอีคอมเมิร์ซเหมือนในอดีต แต่มีธุรกิจที่ให้อัตรากำไรสูงเพิ่มเข้ามาหนุนอย่างชัดเจน ทำให้โครงสร้างการทำกำไรมีความมั่นคงและหลากหลายมากขึ้น
ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ราคาหุ้น Amazon ไม่ได้เคลื่อนไหวโดดเด่นเท่าที่ควร สาเหตุหลักมาจาก AWS (Amazon Web Services) ซึ่งเป็นธุรกิจคลาวด์ของบริษัท มีการเติบโตที่ชะลอลงเมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด
อย่างไรก็ตาม ภาพนั้นกำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แนวโน้มสำหรับปี 2026 คาดการณ์ว่า AWS จะกลับมาเติบโตในอัตราประมาณ 20-25% ต่อปี
การฟื้นตัวของ AWS ได้รับแรงหนุนจากหลายปัจจัย:
การลงทุนด้าน AI และศูนย์ข้อมูล: บริษัทต่างๆ เร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI มากขึ้น ทำให้ความต้องการใช้บริการคลาวด์เพิ่มสูงขึ้น
การกลับมาของงบประมาณ IT: องค์กรต่างๆ ที่เคยชะลอการใช้จ่ายกำลังกลับมาเพิ่มงบประมาณด้านเทคโนโลยีอีกครั้ง
การนำ AI ไปใช้งานจริง: ไม่ใช่แค่การทดลอง แต่เป็นการใช้งานจริงในระดับองค์กร ซึ่งต้องการโครงสร้างคลาวด์ที่แข็งแกร่ง
AWS เป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูง เมื่อ AWS เติบโตเร็วขึ้น กำไรโดยรวมของ Amazon จะสะท้อนผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้หุ้น Amazon น่าสนใจคือธุรกิจโฆษณาที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว รายได้จากโฆษณาของ Amazon เติบโตมากกว่า 20% ต่อปี และที่สำคัญคืออัตรากำไรที่สูงกว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซทั่วไปมาก
โฆษณาบนแพลตฟอร์ม Amazon และบน Prime Video กำลังกลายเป็นแหล่งรายได้ที่มีนัยสำคัญ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างรายได้โดยรวมของบริษัท นักลงทุนหลายคนมักจะมองข้ามส่วนนี้ แต่ในความเป็นจริงแล้วธุรกิจโฆษณากำลังเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ
แม้ว่าธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะไม่ได้เติบโตแบบก้าวกระโดดเหมือนในอดีต แต่ Amazon ได้พัฒนาการบริหารต้นทุนจนมีประสิทธิภาพดีขึ้นอย่างมาก:
ระบบโลจิสติกส์ที่ทันสมัย: การลงทุนในโกดังอัตโนมัติและระบบขนส่งช่วยลดต้นทุนและเพิ่มความเร็วในการส่งสินค้า
ต้นทุนต่อคำสั่งซื้อที่ลดลง: การปรับปรุงกระบวนการทำให้ต้นทุนในการดำเนินงานแต่ละคำสั่งซื้อต่ำลง
ปัจจัยภายนอกที่เอื้ออำนวย
เมื่ออัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง: กำลังซื้อของผู้บริโภคคาดว่าจะฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซของ Amazon ทำให้ธุรกิจหลักสามารถกลับมาสร้างกำไรได้ดีขึ้นในปี 2026
ปัจจุบันหุ้น Amazon ซื้อขายที่ระดับ Forward P/E ประมาณ 30 เท่า ซึ่งบางคนอาจมองว่าไม่ถูก แต่เมื่อพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้:
ธุรกิจคลาวด์ที่มีอัตรากำไรสูงและกำลังเร่งตัว
ธุรกิจโฆษณาที่เติบโตเร็วและมี margin สูง
โอกาสในการเติบโตจาก AI ในระยะยาว
การปรับปรุงประสิทธิภาพที่ทำให้กำไรเพิ่มขึ้น
ระดับราคาปัจจุบันจึงยังถือว่าสมเหตุสมผล โดยเฉพาะหากกำไรสามารถเติบโตได้ตามที่คาดการณ์ไว้สำหรับปี 2026
การแข่งขันที่รุนแรง: ทั้งในตลาดคลาวด์ (กับ Microsoft Azure และ Google Cloud) และอีคอมเมิร์ซ (กับ Shopify, Walmart และผู้เล่นในเอเชีย) การแข่งขันที่เข้มข้นอาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งตลาด
การเปลี่ยนแปลงของนโยบาย: นโยบายภาครัฐเกี่ยวกับการผูกขาดและภาษีองค์กรข้ามชาติอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
ความผันผวนของเศรษฐกิจ: การชะลอตัวทางเศรษฐกิจอาจส่งผลต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภคและงบประมาณ IT ขององค์กร
สำหรับนักลงทุนที่สนใจหุ้น Amazon ควรพิจารณากลยุทธ์ดังนี้:
การลงทุนระยะยาว เนื่องจากศักยภาพการเติบโตจะสะท้อนออกมาในระยะเวลาหลายปี ไม่ใช่หลายเดือน
การกระจายความเสี่ยง ไม่ควรลงทุนใน Amazon เพียงอย่างเดียว แต่ควรมีหุ้นอื่นๆ ในพอร์ต
การติดตามผลประกอบการ โดยเฉพาะตัวเลขการเติบโตของ AWS และธุรกิจโฆษณาในแต่ละไตรมาส
การเฉลี่ยต้นทุน ซื้อเป็นงวดๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา
เหมาะกับนักลงทุนที่มองหาการเติบโตระยะกลางถึงยาว (3-5 ปีขึ้นไป) ที่พร้อมรับความผันผวนในระยะสั้น และเชื่อมั่นในศักยภาพของธุรกิจคลาวด์และ AI
จุดแข็งหลัก 3 ประการคือ (1) AWS ที่เป็นผู้นำตลาดคลาวด์ (2) ธุรกิจโฆษณาที่เติบโตเร็วและมีอัตรากำไรสูง (3) ระบบอีคอมเมิร์ซที่มีประสิทธิภาพและครอบคลุมทั่วโลก
AWS เป็นธุรกิจที่สร้างกำไรสูงที่สุดของ Amazon แม้จะมีสัดส่วนรายได้เพียง 15-20% ของรายได้รวม แต่กลับสร้างกำไรถึง 50-60% ของกำไรทั้งหมด การเติบโตของ AWS จึงส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
เมื่อเทียบกับหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่อื่นๆ และพิจารณาจากอัตราการเติบโตของกำไรที่คาดว่าจะอยู่ที่ 15-20% ต่อปี ระดับ P/E 30 เท่าถือว่ายังไม่แพงเกินไป โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคุณภาพของธุรกิจและโอกาสการเติบโต
การจับจังหวะตลาดทำได้ยาก กลยุทธ์ที่ดีคือการซื้อเป็นงวดๆ (Dollar Cost Averaging) เพื่อเฉลี่ยราคาต้นทุน และควรมองในฐานะการลงทุนระยะยาว ไม่ใช่เก็งกำไรระยะสั้น
มีความเสี่ยงจากคู่แข่งทั้งในด้านคลาวด์ (Microsoft, Google) และอีคอมเมิร์ซ (Walmart, Shopify, ผู้เล่นจากจีน) แต่ Amazon มีข้อได้เปรียบจากขนาด, เครือข่าย และความหลากหลายของธุรกิจที่ช่วยลดความเสี่ยง
ธุรกิจโฆษณาเติบโตมากกว่า 20% ต่อปีอย่างต่อเนื่อง และมีอัตรากำไรสูงเนื่องจากต้นทุนในการดำเนินงานต่ำ คาดว่าจะเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต
การถดถอยจะส่งผลต่อยอดขายอีคอมเมิร์ซและอาจทำให้องค์กรลดงบ IT แต่ในอดีต Amazon แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว และธุรกิจคลาวด์มักจะเป็นส่วนที่ฟื้นตัวเร็วเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น

หุ้น Amazon เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนในปี 2026 ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้:
AWS กำลังฟื้นตัว: ธุรกิจคลาวด์กลับมาเติบโตเร็วขึ้นจากกระแส AI และการลงทุนด้านเทคโนโลยีขององค์กร
ธุรกิจโฆษณาที่เติบโตแข็งแกร่ง: รายได้จากโฆษณาโตเร็วและมีอัตรากำไรสูง ช่วยหนุนกำไรโดยรวม
อีคอมเมิร์ซที่มีประสิทธิภาพ: แม้จะเติบโตช้าลง แต่การบริหารต้นทุนที่ดีขึ้นทำให้สร้างกำไรได้มากขึ้น
มูลค่าที่สมเหตุสมผล: ราคาปัจจุบันยังไม่ได้สะท้อนศักยภาพการเติบโตในระยะยาวเต็มที่
Amazon อาจไม่ใช่หุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในระยะสั้น แต่เป็นหุ้นที่มีโครงสร้างธุรกิจแข็งแกร่ง มีความหลากหลาย และมีศักยภาพในการเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มองหาความมั่นคงและการเติบโตในพอร์ตการลงทุน
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มหุ้นเทคโนโลยีคุณภาพเข้าพอร์ต Amazon เป็นชื่อที่ควรพิจารณาอย่างจริงจัง แต่อย่าลืมว่าการลงทุนควรทำอย่างรอบคอบ ศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด และกระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ