เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-09
ค่าเงินบาทวันนี้ เปิดตลาดที่ระดับ 31.44 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า ท่ามกลางปัจจัยบวกจากราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นสู่โซน 4,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ตลาดการเงินโลกยังคงระมัดระวังก่อนรับรู้ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่สำคัญในคืนนี้
สำหรับนักลงทุนและเทรดเดอร์ที่ต้องการเข้าใจภาพรวมตลาดและหาโอกาสในการเทรดคู่สกุลเงิน USDTHB บทความนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดเจนและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ธนาคารกรุงไทยรายงานว่า ค่าเงินบาทวันนี้ เปิดที่ระดับ 31.44 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 31.51 บาทต่อดอลลาร์ โดยคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 31.25-31.65 บาทต่อดอลลาร์
1. ราคาทองคำปรับตัวขึ้นราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งขึ้นสู่โซน 4,480 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่นักลงทุนหันมาลงทุนมากขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอนในตลาด การปรับตัวขึ้นของทองคำช่วยหนุนให้เงินบาทได้รับแรงหนุนตาม
2. บรรยากาศระมัดระวังในตลาดการเงิน ตลาดหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor เผชิญแรงขายอีกครั้ง ทำให้นักลงทุนหันไปสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งส่งผลบวกต่อสกุลเงินในภูมิภาคเอเชีย
3. ความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ ประเด็นความตึงเครียดระหว่างประเทศต่างๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนระมัดระวัง และเลือกกระจายความเสี่ยงโดยถือสินทรัพย์หลากหลายสกุลเงิน
นักวิเคราะห์ของธนาคารกรุงไทยมองว่า อัตราแลกเปลี่ยนบาทดอลลาร์ มีแนวโน้มผันผวนแบบ Two-way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่จะประกาศในคืนนี้
หากยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) สูงขึ้นถึง 75,000-100,000 ราย และอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.5% หรือต่ำกว่า:
เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้น เนื่องจากตลาดจะปรับลดความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟด
บอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น
ค่าเงินบาทวันนี้ อาจอ่อนค่าลงทดสอบโซน 31.60-31.70 บาทต่อดอลลาร์
ราคาทองคำอาจถูกกดดัน

หากยอดการจ้างงานต่ำกว่า 50,000 ราย และอัตราการว่างงานพุ่งขึ้นสู่ 4.7%:
นักลงทุนจะเพิ่มความคาดหวังต่อการลดดอกเบี้ยของเฟด
เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์มีแนวโน้มอ่อนตัวลง
ราคาทองคำได้รับแรงหนุน
แนวโน้มค่าเงินบาท จะแข็งค่าขึ้นทดสอบโซน 31.15-31.20 บาทต่อดอลลาร์
ตลาดอาจไม่มีการเปลี่ยนแปลงมุมมองมากนัก ค่าเงินบาทวันนี้ จะแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน และขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ เช่น กระแสเงินทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย
นักวิเคราะห์เน้นย้ำว่า การเห็นเงินบาทอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องจะต้องอาศัย:
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฉพาะการจ้างงานที่แข็งแกร่งมาก จะทำให้ตลาดปรับลดความคาดหวังการลดดอกเบี้ย ซึ่งจะหนุนเงินดอลลาร์และกดดันเงินบาท
หากราคาทองคำปรับตัวลงต่อเนื่องหรือเข้าสู่ช่วงพักฐาน จะส่งผลกระทบต่อเงินบาท ในทางกลับกัน หากทองคำพุ่งขึ้นแรง อาจกดดันเงินบาทผ่านกระแสเงินทุนไล่ซื้อทองคำ (FOMO Buying)
ความเสี่ยงต่อการท่องเที่ยว การส่งออก หรือความไม่แน่นอนทางการเมืองที่รุนแรง อาจทำให้นักลงทุนต่างชาติเทขายสินทรัพย์ไทย
ดัชนี S&P500 ปิดที่ +0.01%
ดัชนี Nasdaq ลดลง -0.44% ตามแรงขายหุ้นเทค เช่น Nvidia ที่ลดลง -2.2%
หุ้นพลังงานและกลุ่มอุตสาหกรรมทหารได้แรงหนุนจากคำแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์
ดัชนี STOXX600 ลดลง -0.19%
ASML ปรับตลัง -3.7%
หุ้นกลุ่มการเงินและอุตสาหกรรมทหาร เช่น BAE Systems พุ่งขึ้น +5.0%
บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อยู่ที่ระดับ 4.17% แกว่งตัวรอข้อมูลการจ้างงาน
ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยสู่โซน 98.8 จุด
ค่าเงินบาทวันนี้ แข็งค่าขึ้นที่ 31.44 บาทต่อดอลลาร์ ได้รับแรงหนุนจากราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังต้องเผชิญความผันผวนจากข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่จะประกาศในคืนนี้
นักลงทุนและเทรดเดอร์ควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนแบบสองทิศทาง และใช้กลยุทธ์การบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ