ZigZag Indicator ตัวช่วยวิเคราะห์แนวโน้มตลาดอย่างแม่นยำ
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

ZigZag Indicator ตัวช่วยวิเคราะห์แนวโน้มตลาดอย่างแม่นยำ

เผยแพร่เมื่อ: 2025-08-14   
อัปเดตเมื่อ: 2025-08-15

ZigZag Indicator เป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มเทรดเดอร์ที่นิยมกราฟเรียบง่าย ไม่รกสายตา โดยมันจะละเว้นการเคลื่อนไหวของราคาที่เล็กและไม่สำคัญ แล้วเชื่อมเฉพาะจุดสูงสุดและต่ำสุดที่มีความหมายจริง ๆ ทำให้สามารถมองเห็นแนวโน้มการกลับตัว และรูปแบบราคาต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ผลการกรองนี้ช่วยให้เทรดเดอร์โฟกัสกับโครงสร้างภาพรวมของตลาด โดยไม่ถูกรบกวนจากความผันผวนเล็ก ๆ ทุกจุด


อย่างไรก็ตาม ZigZag ไม่ใช่ลูกแก้วพยากรณ์ราคา แต่เป็นเครื่องมือสำหรับการทำแผนที่ราคา ใช้ได้ดีที่สุดควบคู่กับวิธียืนยันสัญญาณอื่น ๆ และการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เรามาทำความเข้าใจวิธีการทำงาน การตั้งค่า และวิธีใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพในการเทรดจริงกันดีกว่า


ZigZag Indicator ทำอะไรได้บ้าง

ประโยชน์ของ ZigZag Indicator

โดยพื้นฐานแล้ว ZigZag Indicator ทำหน้าที่ทำให้การเคลื่อนไหวของราคาเรียบง่ายขึ้น มันเน้นเฉพาะจุดแกว่งหลัก กรองสัญญาณรบกวน และช่วยให้อ่านโครงสร้างแนวโน้มได้ง่ายขึ้น ความชัดเจนนี้ช่วยในการ:


  • ระบุแนวโน้มหลักของตลาด

  • ตรวจจับรูปแบบกราฟ เช่น Double Top/Bottom หรือ Head and Shoulders

  • กำหนดแนวรับ-แนวต้านจากจุดสูงสุดและต่ำสุดในอดีต

  • ทบทวนพฤติกรรมราคาที่ผ่านมาโดยไม่ถูกรบกวนจากการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ


ZigZag ต่างจากค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่หรือออสซิลเลเตอร์ตรงที่ไม่สามารถทำนายราคาได้ จุดแกว่งล่าสุดยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้จนกว่าจะยืนยัน ดังนั้นเทรดเดอร์ควรระมัดระวังกับช่วงขา(leg)สุดท้าย


หลักการตั้งค่า


ประสิทธิภาพของอินดิเคเตอร์ขึ้นอยู่กับ 3 การตั้งค่า:


ความลึก – จำนวนแท่งเทียนขั้นต่ำก่อนยืนยันจุด Pivot ยิ่งค่า Depth สูงจุด Pivot จะน้อยและสัญญาณรบกวนน้อยลง


ค่าเบี่ยงเบน – การเปลี่ยนแปลงราคาขั้นต่ำเป็นเปอร์เซ็นต์ที่จำเป็นต่อการสร้างขาใหม่ ค่าเบี่ยงเบนเพียงเล็กน้อยจะสร้างเส้นที่มากขึ้น ส่วนค่าเบี่ยงเบนที่มากขึ้นจะเน้นเฉพาะการเคลื่อนไหวที่ใหญ่ขึ้นเท่านั้น


Backstep – จำนวนแท่งเทียนขั้นต่ำระหว่าง Pivot 2 จุด เพื่อป้องกันการเรียงตัวใกล้กันเกินไป


ค่าตั้งต้นทั่วไป:


  • การเทรดรายวัน: ความลึก 12–20 | ความเบี่ยงเบน 3–5% | Backstep 3–5

  • การเทรดแบบสวิง: ความลึก 24–48 | ความเบี่ยงเบน 5–10% | Backstep 5–8

  • สำหรับสินทรัพย์ที่ผันผวนสูง ควรเพิ่ม Backstep เพื่อลดสัญญาณหลอก


การเพิ่ม ZigZag ลงบนกราฟ


บน MT4 หรือ MT5:


  1. เปิดกราฟเทรด

  2. ไปที่ Insert → Indicators → Custom → ZigZag

  3. ปรับความลึก ความเบี่ยงเบน และ Backstep ให้เหมาะกับตลาดและกรอบเวลาของคุณ

  4. บันทึกเทมเพลตเพื่อใช้งานซ้ำในกราฟอื่น


วิธีอ่านจุดแกว่งของ ZigZag

Reading the ZigZag Indicator

เส้นตรงของ ZigZag ช่วยให้สังเกต:


  • ทิศทางแนวโน้ม: Higher Highs และ Higher Lows = ขาขึ้น ส่วนตรงกันข้ามบ่งชี้ถึงแนวโน้มขาลง

  • การย่อตัวและแรงกระตุ้น: เปรียบเทียบขนาดของขา การเคลื่อนไหวแรงพร้อมการพักตัวตื้นแสดงถึงความแข็งแกร่งของแนวโน้ม

  • ระดับสำคัญ: จุดสูงสุด/ต่ำสุดที่ผ่านมาใช้กำหนด Stop Loss และเป้าหมายทำกำไร


ยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อใช้ ZigZag บนกรอบเวลาสูงเพื่อกำหนดแนวโน้มตลาด และ ZigZag บนกรอบเวลาต่ำเพื่อปรับแต่งจุดเข้าซื้อ-ขาย


กลยุทธ์การเทรด


1. แนวโน้มพร้อมกลับตัว (Trend Pullback Continuation)

ขั้นแรก ให้ยืนยันแนวโน้มขาขึ้นหรือขาลงที่แข็งแกร่งผ่านลำดับการแกว่งตัว รอให้เกิดขาปรับฐานขึ้น จากนั้นมองหาสัญญาณโมเมนตัม เช่น RSI ที่กลับตัวกลับเป็นแนวโน้มขาลง ก่อนที่จะเข้าเทรดในทิศทางนั้น จุดตัดขาดทุนควรอยู่ไกลกว่าช่วงแกว่งตัวปรับฐานครั้งล่าสุด โดยมีเป้าหมายทำกำไรอยู่ใกล้จุดสูงสุดหรือจุดต่ำสุดของขาก่อนหน้า


2. การกลับตัวที่โครงสร้างราคา (Reversal at Structure)

ทำเครื่องหมายจุดแกว่งตัวที่สำคัญในอดีตและมองหาราคาเพื่อทดสอบจุดเหล่านี้ หากจุดแกว่งตัวไม่ขยายออกไปและแสดงสัญญาณ divergence หรือการปฏิเสธอย่างรุนแรง ให้พิจารณาการเทรดแบบกลับตัว เข้าเทรดเมื่อราคาทะลุในทิศทางตรงกันข้ามโดยตั้งจุดตัดขาดทุนหลังจากจุดแกว่งตัวที่ล้มเหลว


3. ระดับ Fibonacci ร่วมกับ ZigZag

เมื่อมีสองจุด ZigZag กำหนดขาหนึ่งแล้วให้นำ Fibonacci retracement และ projection มาช่วยระบุระดับการพักตัวและเป้าหมายทำกำไร


การบริหารความเสี่ยงด้วย ZigZag


การควบคุมความเสี่ยงที่ดีหมายถึง:


  • การวางจุดตัดขาดทุนเหนือจุด Pivot สุดท้ายที่ได้รับการยืนยัน

  • การกำหนดขนาดตำแหน่งเพื่อให้ความเสี่ยงต่อการซื้อขายยังคงสม่ำเสมอ

  • กำหนดขนาดล็อตให้ความเสี่ยงต่อการเทรดแต่ละครั้งคงที่

  • ปรับการตั้งค่าเมื่อเจอสภาวะความผันผวนสูง

  • หลีกเลี่ยงการเทรดก่อนข่าวเศรษฐกิจสำคัญ


การวางตัดขาดทุนและเป้าหมายตามโครงสร้างจุดแกว่ง ช่วยให้การเทรดสอดคล้องกับพฤติกรรมจริงของตลาด


ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง


เทรดเดอร์บางรายใช้ ZigZag เป็นตัวกระตุ้นการเข้าเทรดโดยตรงอย่างไม่ถูกต้อง บางรายปรับแต่งการตั้งค่าสำหรับผลย้อนหลังมากเกินไป แต่กลับล้มเหลวในสภาวะตลาด เปลี่ยนแปลงข้อผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดคือ การเทรดจากขา ZigZag ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ ดังนั้น ความอดทนเป็นสิ่งสำคัญ


จุดที่ ZigZag มีคุณค่ามากที่สุด


ZigZag มีประโยชน์อย่างยิ่งหลังจากเกิดการเคลื่อนไหวที่ผันผวน สำหรับการทบทวนและบันทึกการเทรดที่ผ่านมา และสำหรับการจดจำรูปแบบ ZigZag ทำงานได้ดีที่สุดในช่วงที่มีแนวโน้มและบนกราฟที่ราคาเคลื่อนไหวไม่ผันผวนเกินไป


เคล็ดลับสุดท้าย


ใช้ ZigZag เป็นแผนที่ ไม่ใช่สัญญาณเข้าซื้อ-ขาย ร่วมกับการยืนยันอื่น ๆ เช่น price action หรือ indicators โมเมนตัม จะช่วยปรับปรุงการคัดกรองและการจับจังหวะการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ข้อสงวนสิทธิ์: เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรอ้างอิง ความคิดเห็นใดๆ ในเอกสารนี้ไม่ได้เป็นคำแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่ากลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือการลงทุนใดๆ เหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
เทรดแม่นยำขึ้นด้วยเทคนิคจาก Zig Zag Indicator
คู่มือ TradingView เจาะลึก Elliott Wave วิเคราะห์กราฟขั้นเทพ
พลิกปีกสู่กำไร เปิดเคล็ดลับ Butterfly Pattern
เวลาเปิดทำการของตลาด XAUUSD ในอินเดีย: คู่มือการซื้อขายฉบับสมบูรณ์
ดัชนีดอลลาร์ (DXY) คืออะไร? มาทำความเข้าใจกัน