สลิปเพจ (Slippage) คืออะไร? ทำไมเทรดเดอร์ควรรู้จักและใส่ใจ

2025-08-29

สลิฟเพจ

คำนิยาม


สลิปเพจ (Slippage) คือความแตกต่างระหว่างราคาที่คุณคาดว่าจะซื้อขายกับราคาที่คำสั่งซื้อขายของคุณถูกดำเนินการจริง โดยมักวัดเป็นหน่วย Cents, Ticks หรือ Pips ซึ่งขึ้นอยู่กับตลาดที่คุณทำการซื้อขาย ความแตกต่างนี้เกิดขึ้นเพราะราคาสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว หรืออาจไม่มีผู้ซื้อหรือผู้ขายเพียงพอในราคาที่คุณต้องการในช่วงเวลาที่คำสั่งซื้อขายถูกประมวลผล สลิปเพจอาจเกิดขึ้นได้ทั้งในทางลบ (คุณต้องจ่ายมากกว่าหรือได้รับน้อยกว่าที่คาดไว้) และในทางบวก (คุณจ่ายน้อยกว่าหรือได้รับมากกว่าที่คาดไว้) แม้แต่ในการเทรดความถี่สูง (High-Frequency Trading) ที่มีความเร็วในการดำเนินการสูงมาก สลิปเพจก็ยังสามารถเกิดขึ้นได้ หากราคามีการเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าที่คำสั่งซื้อขายจะถูกดำเนินการเสร็จสิ้น


ความสำคัญของสลิปเพจ


สลิปเพจถือเป็นต้นทุนโดยตรงที่สามารถลดกำไรจากการเทรดหรือเพิ่มการขาดทุนได้ สลิปเพจเชิงลบหมายความว่าคุณใช้จ่ายมากขึ้นหรือได้รับน้อยลง ซึ่งอาจทำให้การเทรดที่น่าจะทำกำไร กลายเป็นการเทรดที่กำไรน้อยหรือขาดทุน ผลกระทบนี้มักจะเด่นชัดในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง เช่น ขณะมีการประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ หรือในสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องต่ำ ซึ่งราคามักจะกระโดดระหว่างช่วงเวลาที่คุณส่งคำสั่งซื้อขายกับเวลาที่คำสั่งถูกดำเนินการ


การเพิกเฉยต่อสลิปเพจอาจทำให้คุณประเมินต้นทุนและความเสี่ยงของการเทรดต่ำเกินไป ซึ่งอาจทำให้กลยุทธ์ที่วางไว้มีประสิทธิภาพน้อยกว่าที่คาดไว้ และเมื่อทำการเทรดหลายครั้งต่อเนื่องกัน สลิปเพจแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถสะสมจนกระทบต่อผลตอบแทนของคุณได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เทรดเดอร์มืออาชีพมักคำนึงถึงสลิปเพจในกระบวนการวางแผนและทดสอบกลยุทธ์ เพื่อให้ความคาดหวังสอดคล้องกับสภาพตลาดจริง


ตัวอย่างการใช้งาน


สมมติว่าคุณส่งคำสั่งซื้อหุ้นแบบ Market Order จำนวน 1,000 หุ้น ในราคาที่เห็นบนหน้าจอคือ 50.00 ดอลลาร์ต่อหุ้น คาดว่าจะจ่ายรวม 50,000 ดอลลาร์


  • แต่เนื่องจากการเคลื่อนไหวของราคาที่รวดเร็ว หรือจำนวนหุ้นในราคานั้นมีจำกัดคำสั่งของคุณจึงถูกดำเนินการที่ราคาเฉลี่ย 50.10 ดอลลาร์ต่อหุ้น

  • ดังนั้นคุณจ่ายจริง 50,100 ดอลลาร์ เกิดสลิปเพจเชิงลบ 0.10 ดอลลาร์ต่อหุ้น หรือรวม 100 ดอลลาร์


ในทางกลับกัน หากราคาที่ดำเนินการเป็น 49.90 ดอลลาร์ต่อหุ้น คุณก็จะได้ประโยชน์จากสลิปเพจเชิงบวก ประหยัดได้ 100 ดอลลาร์


สำหรับการเทรด Forex เช่น หากคุณพยายามซื้อ EUR/USD ที่ราคา 1.1000 แต่คำสั่งถูกดำเนินการที่ 1.1003 เพราะราคาขยับอย่างรวดเร็วความต่าง 3 Pips นี้โดยเฉพาะเมื่อใช้เลเวอเรจสูง อาจส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าของการเทรดของคุณ


ความเข้าใจผิดหรือความผิดพลาดที่พบบ่อย

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสลิฟเพจ

  • มีเพียงคำสั่งซื้อขายแบบ Market Order เท่านั้นที่ทำให้เกิดสลิปเพจ: ความจริงแล้ว คำสั่ง Stop-loss และ Take-profit ก็สามารถเกิดสลิปเพจได้เช่นกัน โดยเฉพาะในตลาดที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว

  • คำสั่ง Limit Order ป้องกันสลิปเพจได้เสมอ: แม้ Limit Order จะช่วยป้องกันการได้ราคาที่แย่กว่า แต่ก็อาจทำให้คำสั่งไม่ถูกดำเนินการเลย หากราคาตลาดไม่แตะถึงระดับที่กำหนด

  • สลิปเพจไม่เกิดในตลาดที่มีสภาพคล่องสูง: แม้แต่สินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงก็ยังเกิดสลิปเพจได้ในช่วงที่ราคากระโดดอย่างรวดเร็วหรือมีเหตุการณ์ข่าวสำคัญ

  • สลิปเพจเป็นสิ่งที่ไม่ดีเสมอไป: ความจริงแล้วสลิปเพจเชิงบวกก็เกิดขึ้นได้ แต่เป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดหวังได้และไม่ควรวางแผนเทรดโดยพึ่งพาสิ่งนี้

  • ละเลยสลิปเพจในการเทรดอัตโนมัติ: อัลกอริทึมการเทรดก็อาจได้รับผลกระทบจากสลิปเพจเล็ก ๆ ที่สะสมจนกลายเป็นช่องว่างของผลการเทรดอย่างมีนัยสำคัญ

  • คิดว่าสลิปเพจเกิดเฉพาะช่วงที่มีความผันผวนสูง: สภาพคล่องต่ำในช่วงเวลานอกตลาดปกติก็สามารถทำให้เกิดสลิปเพจได้เช่นกัน


คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง


  • Market Order: คำสั่งซื้อหรือขายทันทีที่ราคาดีที่สุดในขณะนั้น แต่มีความเสี่ยงต่อการเกิดสลิปเพจ

  • Limit Order: การกำหนดราคาสูงสุดหรือต่ำสุดเพื่อป้องกันสลิปเพจเชิงลบ แต่มีความเสี่ยงที่จะไม่ถูกดำเนินการ

  • สภาพคล่อง (Liquidity): ความสามารถของตลาดในการจัดการคำสั่งซื้อหรือขายขนากใหญ่ โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงราคามากนัก สภาพคล่องที่ต่ำจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดสลิปเพจ

  • ความผันผวน (Volatility): ระดับการเคลื่อนไหวของราคา ความผันผวนสูงเพิ่มโอกาสเกิดสลิปเพจ

  • สเปรด (Spread): ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) ซึ่งเมื่อรวมกับสลิปเพจจะส่งผลต่อค่าธรรมเนียมการซื้อขายรวม

  • ความลึกของคำสั่งซื้อ (Order Book Dept): จำนวนคำสั่งซื้อและขายในแต่ละระดับราคา ความลึกของสมุดคำสั่งที่น้อยเพิ่มโอกาสเกิดสลิปเพจ


มุมมองจากมืออาชีพ


เทรดเดอร์มืออาชีพมักจะลดการเกิดสลิปเพจโดย:


  • เทรดในช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูง เช่น ช่วงที่ตลาด Forex ลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน

  • ใช้ Limit Order หรือ “Iceberg Order” เพื่อซ่อนขนาดการถือครองขนาดใหญ่ ป้องกันไม่ให้ราคาขยับจากคำสั่งเดียว

  • แบ่งคำสั่งขนาดใหญ่เป็นหลายคำสั่งย่อยเพื่อลดผลกระทบต่อราคาในตลาด

  • หลีกเลี่ยงการซื้อขายในช่วงที่มีการประกาศข่าวสำคัญซึ่งมักทำให้ความผันผวนพุ่งสูง

  • เลือกโบรกเกอร์ที่มีระบบดำเนินคำสั่งรวดเร็วและมีการส่งคำสั่งไปยังตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

  • รวมการประเมินสลิปเพจโดยประมาณเข้าไปในการทดสอบกลยุทธ์ (Backtest) และโมเดลความเสี่ยง เพื่อสะท้อนผลการเทรดที่ใกล้เคียงความเป็นจริง


สลิปเพจแตกต่างกันอย่างไรในแต่ละประเภทตลาด

สลิปเพจแตกต่างกันอย่างไรในแต่ละประเภทตลาด

  • หุ้น: ขนาดของสเปรดและความลึกของสมุดคำสั่งซื้อขายมีผลอย่างมากต่อสลิปเพจ ในช่วงฤดูกาลรายงานผลประกอบการหรือข่าวที่ไม่คาดคิด สลิปเพจมักจะเพิ่มสูงขึ้น

  • Forex: สลิปเพจวัดเป็น Pips โดยสภาพคล่องจะสูงที่สุดในช่วงที่ตลาด Forex หลัก ๆ เปิดซ้อนทับกันแต่ก็สามารถลดลงอย่างรวดเร็วได้

  • สกุลเงินดิจิทัล: ตลาดเปิดให้เทรด 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วัน และสภาพคล่องที่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้ความเสี่ยงของสลิปเพจผันผวน โดยเฉพาะในเหรียญขนาดเล็กหรือในตลาดที่มีความหนาบาง


ขั้นตอนการลดสลิปเพจแบบ Step by Step


  1. เทรดในช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องสูงเพื่อลดผลกระทบของราคาที่เปลี่ยนแปลง

  2. หลีกเลี่ยงการใช้คำสั่ง Market Order ทันที ก่อนหรือหลังการประกาศข่าวเศรษฐกิจสำคัญ เว้นแต่จำเป็นเร่งด่วน

  3. ใช้ Limit Order อย่างระมัดระวังเพื่อควบคุมราคาที่ดำเนินการ โดยต้องแลกกับความเสี่ยงที่คำสั่งอาจไม่ถูกดำเนินการ

  4. แบ่งคำสั่งซื้อขายขนาดใหญ่เป็นคำสั่งย่อยเพื่อลดผลกระทบต่อตลาด

  5. เลือกใช้โบรกเกอร์ที่มีการดำเนินคำสั่งรวดเร็ว มีระบบส่งคำสั่งที่เชื่อถือได้และมีความหน่วงเวลาต่ำ


สรุป


สลิปเพจเป็นส่วนหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการเทรด แต่การเข้าใจสาเหตุและวิธีจัดการจะช่วยให้คุณลดต้นทุน ปกป้องเงินทุน และเพิ่มประสิทธิภาพการเทรดในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิผล


คำเตือน: เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรอ้างอิง ความคิดเห็นใดๆ ในเอกสารนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่ากลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือการลงทุนใดๆ เหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ