ไขสงสัย เส้น SMA กับ EMA ต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

ไขสงสัย เส้น SMA กับ EMA ต่างกันอย่างไร ใช้อันไหนดี

เผยแพร่เมื่อ: 2025-07-14

ในการเทรด สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนต้องให้ความสำคัญคือการมองให้ออกว่าราคากำลังจะไปในทิศทางใด ซึ่งหนึ่งในเครื่องมือทางเทคนิคยอดนิยมที่เปรียบได้กับเพื่อนคู่ใจเทรดเดอร์ เช่น เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average - MA) จะสามารถช่วยให้เราเห็นภาพรวมของแนวโน้มราคาได้ชัดเจนขึ้นว่าจะไปในทิศทางใดกันแน่


ขณะเดียวกัน เส้นค่าเฉลี่ยดังกล่าวก็จะมีสองประเภทหลักที่เทรดเดอร์นิยมใช้คือ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา (Simple Moving Average - SMA) และ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล (Exponential Moving Average - EMA) ที่แม้ว่าชื่อจะ แต่ทั้งสองก็มีวิธีการคำนวณและจุดเด่นที่แตกต่างกัน ดังนั้นบทความนี้จะมาไขข้อสงสัยว่า SMA กับ EMA นั้นต่างกันอย่างไร และควรใช้อันไหนดี 


เส้น SMA จะวิ่งหาค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่แบบธรรมดา


เส้น SMA จะคำนวณโดยการหาค่าเฉลี่ยของราคาปิดในช่วงเวลาที่กำหนด ยกตัวอย่างเช่น SMA 20 วัน จะคำนวณจากผลรวมของราคาปิดย้อนหลัง 20 วัน หารด้วย 20 ซึ่งเส้น SMA จะให้ความสำคัญกับข้อมูลราคาทั้งหมดในช่วงเวลาที่เรากำหนดไว้อย่างเท่า ๆ กัน


  • ข้อดี: เข้าใจง่าย วิธีการคำนวณตรงไปตรงมา เหมาะสำหรับการระบุแนวโน้มระยะยาวและกรองสัญญาณรบกวน

  • ข้อเสีย: ตอบสนองช้า ไม่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงราคาล่าสุด อาจให้สัญญาณล่าช้า


เส้น EMA เคลื่อนที่แบบเอ็กซ์โปเนนเชียล


กลับกัน เส้น EMA จะคำนวณโดยให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่าราคาในอดีต ทำให้ EMA ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาได้รวดเร็วกว่า SMA ตัวอย่างเช่น EMA 20 วัน จะให้น้ำหนักกับราคาปิดของวันล่าสุดมากกว่าราคาปิดของวันก่อนหน้า


  • ข้อดี : ตอบสนองไวต่อการเปลี่ยนแปลงราคาล่าสุด ระบุแนวโน้มเร็ว เหมาะสำหรับการจับการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น

  • ข้อเสีย: ผันผวนกว่า อาจสร้างสัญญาณรบกวนได้มากกว่า SMA อาจให้สัญญาณผิดพลาด เพราะความไวที่สูงอาจนำสู่สัญญาณที่ไม่ถูกต้องในช่วงตลาดกำลังผันผวน


เส้น SMA และ EMA ต่างกันยังไง - EBC.jpg


เลือกใช้อันไหนดี SMA หรือ EMA


  • เทรดระยะยาว: นักเทรดที่เน้นการลงทุนระยะยาวมักนิยมใช้ SMA เนื่องจากมีความราบเรียบและช่วยในการระบุแนวโน้มหลักได้ดี

  • เทรดระยะสั้น: ขณะที่นักเทรดที่เน้นการเทรดระยะสั้นหรือ Day Trading มักนิยมใช้ EMA เนื่องจากตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงราคาได้รวดเร็วและช่วยในการจับโอกาสในการเทรดได้ทันท่วงที

  • ยืนยันสัญญาณ: นักเทรดบางรายอาจใช้ทั้ง SMA และ EMA ร่วมกัน เพื่อยืนยันความแข็งแกร่งของสัญญาณการซื้อขาย


สรุป


SMA และ EMA เป็นเครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มราคา โดยมีความแตกต่างหลักอยู่ที่การให้น้ำหนักกับข้อมูลราคา EMA ให้ความสำคัญกับราคาล่าสุดมากกว่า ทำให้ไวต่อการเปลี่ยนแปลงระยะสั้น ขณะที่ SMA มีความราบเรียบกว่าและเหมาะสำหรับการวิเคราะห์แนวโน้มระยะยาว ซึ่งการทำความเข้าใจข้อดีและข้อเสียของแต่ละประเภทจะช่วยให้เราสามารถเลือกใช้เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดและเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์ตลาดได้


คำเตือน: เอกสารนี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นคำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรอ้างอิง (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็นคำแนะนำ) ความคิดเห็นใด ๆ ในเอกสารนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำของ EBC หรือผู้เขียนว่ากลยุทธ์การลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือการลงทุนใด ๆ เหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ


บทความแนะนำ
เส้น EMA คืออะไร พร้อมแจก 10 ศัพท์ทางเทคนิคที่ต้องรู้
DEMA คืออะไร? ทำไมเทรดเดอร์จึงนิยมใช้ค่าเฉลี่ยนี้
Displaced Moving Average คืออะไรในตลาดหุ้น? พร้อมกลยุทธ์และข้อควรรู้
EMA vs SMA วิธีเลือกค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ที่เหมาะกับคุณ
คู่มือเริ่มต้นเทรด จากศูนย์สู่การเป็นนักลงทุน