เผยแพร่เมื่อ: 2026-08-24
อัปเดตเมื่อ: 2026-08-24
การเทรด Forex คือการจับคู่ซื้อขายสกุลเงินสองสกุลพร้อมกัน เช่น EUR/USD หรือ USD/JPY โดยที่เราทำกำไรหรือขาดทุนจากส่วนต่างของอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ได้ถือเงินสดจริงอยู่ในมือ สำหรับนักเทรดรายย่อย การซื้อขายจะทำผ่านระบบออนไลน์โดยใช้ Leverage ทำให้ใช้วางเงินประกันแค่นิดเดียวก็เปิดสถานะใหญ่ได้ แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ เวลาขาดทุน ผลขาดทุนก็ถูกขยายตามขนาดสัญญาด้วยเช่นกัน
ตลาด Forex มีสภาพคล่องสูงและเปิดให้เทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมงในวันทำการ เพราะศูนย์กลางการเงินโลกเปิดคาบเกี่ยวกัน ทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา แต่คำว่าเปิดตลอดวันไม่ได้แปลว่าน่าเทรดตลอดเวลา เพราะแต่ละช่วงเวลา มีต้นทุนค่าสเปรดและความผันผวนที่ไม่เท่ากัน มือใหม่จึงควรเริ่มจากการเข้าใจกลไกราคาและต้นทุนให้แม่น ก่อนจะไปมองหาจุดทำกำไร
Forex ซื้อขายเป็นคู่ สภาพคล่องและกำไรขาดทุนขึ้นอยู่กับทิศทางของสกุลเงินฐานเทียบกับสกุลเงินอ้างอิง
Lot, Pip Value, Leverage และ Margin เชื่อมโยงกันหมด การตั้งขนาด Order ต้องเริ่มจากจำนวนเงินที่ยอมขาดทุนได้ก่อนเสมอ
บัญชี Demo ช่วยฝึกกดปุ่มและลองแผนเทรด แต่ไม่สามารถจำลองอารมณ์ความกดดัน สภาวะ Slippage หรือ Liquidity จริงได้ทั้งหมด
ควรเช็กใบอนุญาต การแยกบัญชีเงินฝากลูกค้า และเงื่อนไขการถอนเงินของผู้ให้บริการอย่างละเอียดก่อนเปิดบัญชี
Forex ย่อมาจาก Foreign Exchange คือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่มีผู้เล่นหลากหลาย ทั้งธนาคารพาณิชย์ บริษัทข้ามชาติ กองทุนรวม และนักเก็งกำไร ตลาดนี้ไม่มีหน้าร้านหรือศูนย์กลางเพียงแห่งเดียว แต่ราคาจะวิ่งตามเครือข่ายสถาบันการเงินทั่วโลก
หากราคา EUR/USD อยู่ที่ 1.1800 หมายความว่า 1 ยูโร (สกุลเงินฐาน) มีค่าเท่ากับ 1.1800 ดอลลาร์ (สกุลเงินอ้างอิง) ถ้าคิดว่ายูโรจะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ให้กด Buy แต่ถ้าคิดว่ายูโรจะอ่อนค่าลง ให้กด Sell ผลกำไรขาดทุนจะเกิดจากส่วนต่างราคาตอนเปิดกับตอนปิด Order หลังหักค่าธรรมเนียมแล้ว

คู่สกุลเงิน Forex: คู่เงินหลัก (Major Pairs) คู่เงินรอง (Cross Pairs) และคู่เงินแปลกใหม่ (Exotic Pairs)
คู่สกุลเงินหลัก (Major Pairs) คู่เงินหลักที่มี USD ร่วมด้วยเสมอ เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY สภาพคล่องสูงมาก และ Spread มักจะแคบที่สุด
คู่สกุลเงินรอง (Cross Pairs) คู่เงินรองที่ไม่มี USD เช่น EUR/GBP, AUD/JPY สภาพคล่องดี แต่สเปรดอาจกว้างกว่าคู่หลักเล็กน้อย
คู่สกุลเงินแปลกใหม่ (Exotic Pairs) จับคู่สกุลเงินหลักกับสกุลเงินประเทศตลาดเกิดใหม่ มีความผันผวนสูงและค่าสเปรดแพง
มือใหม่ไม่จำเป็นต้องเฝ้าหลายคู่เงิน ควรเลือกมาแค่ 1 หรือ 2 คู่เงินหลัก เพื่อเรียนรู้พฤติกรรมราคา ข่าวเศรษฐกิจที่กระทบ และการคำนวณ Pip Value จะช่วยให้เก็บบันทึกผลการเทรดได้ชัดเจนกว่า
หน้าจอเทรดจะแสดงราคา 2 ฝั่งเสมอ คือ Bid (ราคาที่ตลาดรับซื้อจากเรา) และ Ask (ราคาที่ตลาดขายให้เรา) ส่วนต่างระหว่างสองราคานี้เรียกว่า Spread ซึ่งเป็นต้นทุนแรกสุดที่เราต้องจ่ายทันทีที่เปิด Order เช่น ถ้า EUR/USD มี Bid 1.1800 และ Ask 1.1802 ค่า Spread คือ 2 pips
ค่า Spread สามารถถ่างกว้างขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงข่าวออก ตลาดเบาบาง หรือก่อนปิดตลาดวันศุกร์ ดังนั้นการคำนวณ และการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) จึงไม่ควรอ้างอิงจาก Spread ขั้นต่ำที่โบรกเกอร์โฆษณาเพียงอย่างเดียว
สี่คำนี้คือสิ่งที่ควบคุมเงินในพอร์ตของคุณ ได้แก่ Lot และ Pip Value, Leverage และ Margin, Stop Loss และ Take Profit รวมไปถึง Spread และ Commission การเข้าใจความหมายแยกกันคงยังไม่พอ เพราะการเพิ่มขนาด Lot จะทำให้มูลค่าต่อ Pip สูงขึ้น เงินที่โดนตัดขาดทุนตอนชน Stop Loss ก็จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
Lot คือหน่วยวัดขนาดสัญญา ส่วน Pip คือหน่วยวัดการขยับของราคา โดยคู่เงินส่วนใหญ่ 1 pip จะอยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่สี่ ยกเว้นคู่เงิน JPY ที่นับตำแหน่งที่สอง ซึ่งมูลค่าเงินของ 1 pip จะแปรผันตามคู่เงิน ขนาด Lot และสกุลเงินของบัญชี
Leverage คือตัวช่วยคูณอำนาจซื้อ ส่วน Margin คือเงินประกันที่ระบบดึงไว้เพื่อเปิด Order การใช้ Leverage สูงทำให้เราวางเงิน Margin น้อยลง แต่ไม่ได้ช่วยลดความเสี่ยงของออเดอร์ หากเปิดขนาด Lot เท่าเดิม ผลกำไรและขาดทุนต่อ Pip ก็ยังเท่าเดิมทุกประการ
เริ่มจากการกำหนดเงินที่ยอมขาดทุนได้ต่อออเดอร์ก่อน เช่น 1% ของพอร์ต จากนั้นไปกางกราฟวางจุด Stop Loss ตามโครงสร้างราคา แล้วค่อยนำระยะที่ได้มาคำนวณหา Lot Size โดยใช้สูตร:
ขนาด Order (Lot) = จำนวนเงินที่ยอมขาดทุน ÷ (ระยะ Stop Loss เป็น Pip × มูลค่าต่อ Pip ต่อ 1 Lot)
ตัวอย่าง พอร์ต 1,000 ดอลลาร์ ตั้งความเสี่ยงไว้ 1% เท่ากับยอมเสียได้ 10 ดอลลาร์ วาง Stop Loss ห่างจากจุดเข้า 50 pips หาก 0.01 Lot มีมูลค่า 0.10 ดอลลาร์ต่อ pip การยอมเสีย 10 ดอลลาร์ จะคำนวณได้ที่ขนาด 0.02 Lot พอดี ทั้งนี้ต้องปรับตามค่าเงินของแต่ละคู่ด้วย

เลือกคู่เงินหลัก 1 คู่ ศึกษาปัจจัยพื้นฐานที่กระทบ เช่น ดอกเบี้ย เงินเฟ้อ และตัวเลขแรงงาน เพื่อให้รู้ว่าช่วงไหนราคามีโอกาสสวิงแรง
สร้าง Trading Setup เขียนเงื่อนไขให้จบในประโยคเดียว เช่น Buy เมื่อแนวโน้ม TF 4 ชั่วโมงเป็นขาขึ้น และราคาย่อลงมาทดสอบแนวรับใน TF 15 นาที พร้อมตั้งจุด Stop Loss ชัดเจน
ซ้อมบนบัญชี Demo ทดลองเทรดให้ได้หลายสิบออเดอร์ บันทึกบันทึกการเทรด ทั้งจุดเข้า Stop Loss ผลลัพธ์ และข้อผิดพลาด เมื่อทำตามวินัยได้นิ่งพอ ค่อยขยับไปลงเงินจริงด้วยพอร์ตขนาดเล็ก
ก่อนเปิดบัญชีเทรด Forex คุณควรตรวจสอบใบอนุญาตกับฐานข้อมูลของหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรง ดูนโยบายการแยกบัญชีเงินฝากลูกค้า (Segregated Account) ระบบป้องกันยอดเงินคงเหลือติดลบ (Negative Balance Protection) และสภาวะการถอนเงินจริง
EBC Financial Group ให้บริการแพลตฟอร์ม MetaTrader พร้อมบัญชีทดลองสำหรับฝึกฝน ผู้เทรดควรตรวจสอบชื่อนิติบุคคลที่ทำสัญญาด้วย เงื่อนไขล่าสุด และข้อกำหนดทางกฎหมายในพื้นที่ก่อนสมัครใช้งานเสมอ
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขประเภทบัญชีและขนาดสัญญาขั้นต่ำ แต่คำถามสำคัญกว่าเงินฝากขั้นต่ำคือ เงินจำนวนนี้สามารถรับ Stop Loss ตามแผนได้กี่ครั้งโดยพอร์ตไม่พัง
ควรเริ่มจากคู่สกุลเงินหลัก (Major Pairs) ที่สภาพคล่องสูง เพราะข้อมูลเศรษฐกิจหาอ่านง่าย สเปรดแคบ และพฤติกรรมราคาไม่ผันผวนผิดธรรมชาติจนเกินไป
ไม่ได้ ตลาดมีช่วงที่ Setup เราใช้ไม่ได้ผล การเลือกไม่เปิด Order ในวันที่เงื่อนไขไม่ครบถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบเทรด
Demo ใช้เงินจำลอง จึงไม่มีเรื่องแรงกดดันทางอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากนี้สภาวะกราฟจริงอาจมีเรื่อง Slippage และสภาพคล่องเข้ามาทำให้ราคาคลาดเคลื่อนได้