คู่สกุลเงิน Forex ทั้งคู่เงินหลัก คู่เงินรอง คู่เงินแปลกใหม่ (Exotic Pairs) เลือกยังไงให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी

คู่สกุลเงิน Forex ทั้งคู่เงินหลัก คู่เงินรอง คู่เงินแปลกใหม่ (Exotic Pairs) เลือกยังไงให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ

ผู้เขียน: เนตรนภา ป.

เผยแพร่เมื่อ: 2026-08-21   
อัปเดตเมื่อ: 2026-08-21

GBPUSD
ซื้อ: -- ขาย: --
เริ่มเทรดเลย

ตลาด Forex มีคู่สกุลเงินให้เทรดมากกว่า 80 คู่ แต่คู่เงินแต่ละกลุ่มมีพฤติกรรมที่ต่างกันมาก ทั้งสภาพคล่อง ต้นทุนการเทรด และความผันผวน การแบ่ง คู่สกุลเงิน Forex ออกเป็น 3 กลุ่มหลัก คือ คู่เงินหลัก (Major Pairs) คู่เงินรอง (Cross Pairs หรือ Minor Pairs) และคู่เงินแปลกใหม่ (Exotic Pairs) จึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่นักเทรดต้องเข้าใจ ก่อนตัดสินใจว่าจะโฟกัสเทรดคู่เงินไหน เพราะการเลือกคู่เงินที่ไม่เหมาะกับสไตล์การเทรดของตัวเอง อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและบริหารความเสี่ยงได้ยากขึ้นโดยไม่จำเป็น

บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจคู่สกุลเงิน Forex ทั้ง 3 กลุ่มแบบครบถ้วน พร้อมแนะแนวทางเลือกคู่เงินที่เหมาะกับทั้งมือใหม่และมือโปร

ประเด็นสำคัญ

  • คู่เงินหลัก (Major Pairs) คือคู่ที่มี      USD ประกบกับสกุลเงินเศรษฐกิจขนาดใหญ่ เช่น EUR/USD,      USD/JPY สภาพคล่องสูงสุด สเปรดแคบที่สุด

  • คู่เงินรอง (Cross Pairs) คือคู่เงินที่ไม่มี      USD เช่น EUR/GBP, GBP/JPY สภาพคล่องรองลงมา      สเปรดกว้างกว่า Major เล็กน้อย

  • คู่เงินแปลกใหม่ (Exotic Pairs) คือคู่เงินของประเทศกำลังพัฒนาหรือสกุลเงินที่มีปริมาณซื้อขายน้อย      เช่น USD/THB, USD/TRY สภาพคล่องต่ำ สเปรดกว้าง      ความผันผวนสูง

  • ช่วงเวลาตลาดเปิด-ปิด (London, New York, Tokyo,      Sydney Session) มีผลโดยตรงต่อสภาพคล่องและความผันผวนของแต่ละคู่เงิน

  • มือใหม่ควรเริ่มจากคู่เงินหลักที่สภาพคล่องสูงและสเปรดแคบ      ส่วนมือโปรที่บริหารความเสี่ยงเป็นแล้ว      อาจมองหาโอกาสในคู่เงินรองและคู่เงินแปลกใหม่ได้

ทำความรู้จัก คู่สกุลเงิน Forex ทั้งคู่เงินหลัก คู่เงินรอง และคู่เงินแปลกใหม่

คู่เงินหลัก (Major Currency Pairs)

คู่เงินหลักคือคู่สกุลเงินที่มีดอลลาร์สหรัฐ (USD) ประกบอยู่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งเสมอ และอีกฝั่งเป็นสกุลเงินของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ได้แก่

  • EUR/USD (ยูโร/ดอลลาร์สหรัฐ)

  • GBP/USD (ปอนด์อังกฤษ/ดอลลาร์สหรัฐ)

  • USD/JPY (ดอลลาร์สหรัฐ/เยนญี่ปุ่น)

  • USD/CHF (ดอลลาร์สหรัฐ/ฟรังก์สวิส)

  • USD/CAD (ดอลลาร์สหรัฐ/ดอลลาร์แคนาดา)

  • AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์สหรัฐ)

  • NZD/USD (ดอลลาร์นิวซีแลนด์/ดอลลาร์สหรัฐ)

คู่เงินกลุ่มนี้มีปริมาณการซื้อขายรวมกันคิดเป็นสัดส่วนส่วนใหญ่ของตลาด Forex ทั้งหมด เพราะ USD เป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลกและถูกใช้อ้างอิงในการค้าระหว่างประเทศมากที่สุด

Featured_คู่สกุลเงิน Forex ทั้งคู่เงินหลัก คู่เงินรอง คู่เงินแปลกใหม่ (Exotic Pairs).jpg

คู่เงินรอง (Cross Currency Pairs)

คู่เงินรอง หรือบางครั้งเรียกว่า Minor Pairs คือคู่สกุลเงินที่ไม่มี USD อยู่ในคู่ แต่เป็นการจับคู่ระหว่างสกุลเงินหลักด้วยกันเอง เช่น

  • EUR/GBP (ยูโร/ปอนด์อังกฤษ)

  • EUR/JPY (ยูโร/เยนญี่ปุ่น)

  • GBP/JPY (ปอนด์อังกฤษ/เยนญี่ปุ่น)

  • AUD/NZD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์นิวซีแลนด์)

คู่เงินกลุ่มนี้เหมาะกับนักเทรดที่ต้องการเลี่ยงความผันผวนที่มาจาก USD โดยตรง เช่น ในช่วงที่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ส่งผลรุนแรงต่อคู่เงินที่มี USD

คู่เงินแปลกใหม่ (Exotic Currency Pairs)

คู่เงินแปลกใหม่ หรือคู่เงินเอ็กโซติก คือการจับคู่ระหว่างสกุลเงินหลัก (มักเป็น USD หรือ EUR) กับสกุลเงินของประเทศกำลังพัฒนาหรือตลาดเกิดใหม่ ซึ่งมีปริมาณการซื้อขายในตลาดโลกน้อยกว่ามาก เช่น

  • USD/THB (ดอลลาร์สหรัฐ/บาทไทย)

  • USD/TRY (ดอลลาร์สหรัฐ/ลีราตุรกี)

  • USD/ZAR (ดอลลาร์สหรัฐ/แรนด์แอฟริกาใต้)

  • EUR/HUF (ยูโร/ฟอรินต์ฮังการี)

คู่เงินกลุ่มนี้มักได้รับผลกระทบจากปัจจัยเฉพาะประเทศ เช่น นโยบายการเงินของธนาคารกลางท้องถิ่น ความเสี่ยงทางการเมือง สภาพคล่องของตลาดในประเทศนั้น ๆ

ข้อดี-ข้อจำกัดของคู่สกุลเงิน Forex แต่ละประเภท

ข้อเปรียบเทียบ

คู่เงินหลัก
(Major Pairs)

คู่เงินรอง
(Cross Pair)

คู่เงินแปลกใหม่
(Exotic Pairs)

สภาพคล่อง สูงที่สุด ปานกลาง-สูง ต่ำ
สเปรดโดยทั่วไป แคบ (~0.5–2 pips) ปานกลาง (~2–5 pips) กว้าง (~10–30+ pips)
ความผันผวน ต่ำ-ปานกลาง คาดการณ์ได้ง่ายกว่า ปานกลาง สูง เคลื่อนไหวรุนแรงได้
ปัจจัยขับเคลื่อนราคา นโยบายการเงินของธนาคารกลางใหญ่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ความสัมพันธ์ระหว่างสองเศรษฐกิจ ปัจจัยการเมือง เศรษฐกิจท้องถิ่น สภาพคล่องต่ำ
ความเหมาะสม เหมาะกับมือใหม่และผู้ที่เน้นบริหารต้นทุน เหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์และต้องการกระจายความเสี่ยงจาก USD

เหมาะกับผู้มีประสบการณ์สูงที่รับความเสี่ยงได้มากกว่า

ข้อดีของคู่เงินหลัก คือ สภาพคล่องสูงทำให้เข้า-ออกออเดอร์ได้ง่าย สเปรดแคบช่วยลดต้นทุนการเทรดในระยะยาว และมีข้อมูลวิเคราะห์ให้ศึกษาจำนวนมาก ข้อจำกัดคือ ความผันผวนที่ต่ำกว่าอาจทำให้โอกาสทำกำไรในระยะสั้นน้อยกว่ากลุ่มอื่น

ข้อดีของคู่เงินรอง คือ ช่วยกระจายพอร์ตออกจากการพึ่งพา USD เพียงอย่างเดียว และบางคู่ เช่น GBP/JPY มีความผันผวนที่นักเทรดสาย Momentum ชื่นชอบ ข้อจำกัดคือ สเปรดกว้างกว่าคู่สกุลเงินหลัก และต้องติดตามข่าวจาก 2 ประเทศพร้อมกัน

ข้อดีของคู่เงินแปลกใหม่ คือ มีโอกาสทำกำไรจากความผันผวนสูงและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Swap/Carry Trade) ข้อจำกัดสำคัญคือ สเปรดกว้างมากทำให้ต้นทุนสูง สภาพคล่องต่ำอาจทำให้ราคากระโดด (Slippage) ในช่วงข่าวสำคัญ และความเสี่ยงจากปัจจัยการเมืองที่คาดการณ์ยาก

ช่วงเวลาการเปิด-ปิดตลาด หรือช่วงเวลาการซื้อขาย (Trading Sessions) ที่เหมาะกับแต่ละกลุ่ม

ตลาด Forex เปิดทำการ 24 ชั่วโมงตามช่วงเวลาตลาดหลัก 4 แห่ง ได้แก่ ซิดนีย์ โตเกียว ลอนดอน และนิวยอร์ก ซึ่งแต่ละช่วงส่งผลต่อสภาพคล่องของคู่สกุลเงิน Forex ไม่เท่ากัน

  • ตลาดลอนดอน เป็นช่วงที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดของวัน      เหมาะกับการเทรดคู่เงินหลักที่มี EUR      และ GBP เช่น EUR/USD, GBP/USD รวมถึงคู่เงินรองอย่าง EUR/GBP

  • ตลาดนิวยอร์ก มีช่วงที่ทับซ้อนหรือคาบเกี่ยวกับตลาดลอนดอน      (London-New York      Overlap) เป็นช่วงที่สภาพคล่องสูงสุดของวัน เหมาะกับคู่สกุลเงิน      Forex คู่หลักที่มี USD ทุกคู่      และเป็นช่วงที่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ สำคัญ

  • ตลาดโตเกียว เหมาะกับคู่เงินที่มี JPY เช่น USD/JPY,      EUR/JPY, GBP/JPY รวมถึงคู่เงินแปลกใหม่ในภูมิภาคเอเชีย เช่น USD/THB      ที่มักมีความเคลื่อนไหวชัดเจนขึ้นในช่วงเวลานี้

  • ตลาดซิดนีย์ เหมาะกับคู่เงินที่มี AUD และ NZD      เช่น AUD/USD, NZD/USD ซึ่งเป็นช่วงเปิดตลาดแรกของวัน

สำหรับคู่เงินแปลกใหม่ ควรเทรดในช่วงเวลาที่ตลาดของประเทศนั้นเปิดทำการ เพื่อให้ได้สภาพคล่องและสเปรดที่ดีที่สุด เช่น USD/THB ควรเทรดในช่วงเวลาทำการของตลาดเงินไทยที่ทับซ้อนกับตลาดโตเกียว และควรหลีกเลี่ยงหรือระมัดระวังเป็นพิเศษหากเทรดในช่วงที่ตลาดนิวยอร์กเปิด (เวลาประมาณ 19.00 น. ตามเวลาไทย) เพราะเป็นช่วงที่ตลาดผันผวนที่สุด

สรุปคำแนะนำการเลือกคู่สกุลเงิน Forex สำหรับมือใหม่และมือโปร

สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มต้นจากคู่สกุลเงินหลัก 2-3 คู่ที่สภาพคล่องสูงและสเปรดแคบ เช่น EUR/USD หรือ USD/JPY เพราะช่วยลดต้นทุนการเทรดและมีข้อมูลให้ศึกษาวิเคราะห์เยอะ การโฟกัสคู่เงินไม่กี่คู่ในช่วงแรกยังช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมราคาได้ลึกขึ้น ก่อนขยายไปเทรดคู่เงินอื่น

สำหรับมือโปร ที่มีประสบการณ์บริหารความเสี่ยงและเข้าใจปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจแล้ว การกระจายไปยังคู่เงินรองและคู่เงินแปลกใหม่อาจเปิดโอกาสทำกำไรเพิ่มเติม โดยเฉพาะในช่วงที่มีปัจจัยข่าวเฉพาะประเทศ แต่ควรบริหารขนาดสัญญา (Lot Size) และตั้งจุดตัดขาดทุนให้รัดกุมกว่าคู่เงินหลัก เนื่องจากความผันผวนและสเปรดที่สูงกว่า

ไม่ว่าจะเลือกเทรดคู่เงินกลุ่มไหน สิ่งสำคัญคือการเทรดผ่านโบรกเกอร์หรือแพลตฟอร์มเทรด Forex ที่มีสภาพคล่องดีและสเปรดแข่งขันได้ในทุกคู่เงิน ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและเปิดบัญชีทดลองเทรด (Demo Account) เพื่อฝึกฝนกับคู่เงินแต่ละประเภทก่อนเริ่มเทรดด้วยเงินจริงได้

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคู่สกุลเงิน Forex

คู่เงินหลัก คู่เงินรอง และคู่เงินแปลกใหม่ ต่างกันอย่างไร

คู่เงินหลัก (Major Pairs) คือ คู่ที่มี USD ประกบกับสกุลเงินเศรษฐกิจใหญ่ คู่เงินรอง (Cross Pairs/ Minor Pairs) คือ คู่ที่ไม่มี USD แต่เป็นสกุลเงินหลักจับคู่กันเอง ส่วนคู่เงินแปลกใหม่ (Exotic Pairs) คือ คู่ที่มีสกุลเงินของประเทศกำลังพัฒนาซึ่งสภาพคล่องต่ำกว่า

มือใหม่ควรเริ่มเทรด Forex คู่เงินไหนก่อน

ไม่ว่าคุณจะเริ่มเทรด Forex ด้วยสไตล์การเทรดแบบใด แนะนำให้เริ่มจากคู่เงินหลักอย่าง EUR/USD หรือ USD/JPY เพราะสภาพคล่องสูง สเปรดแคบ และมีข้อมูลวิเคราะห์ให้ศึกษาจำนวนมาก ช่วยลดต้นทุนและความเสี่ยงในช่วงเริ่มต้น

ทำไมคู่เงินแปลกใหม่ถึงมีสเปรดกว้างกว่าคู่เงินหลัก

เพราะคู่เงินแปลกใหม่มีปริมาณการซื้อขายในตลาดโลกน้อยกว่ามาก ทำให้สภาพคล่องต่ำ ผู้ให้บริการจึงต้องตั้งสเปรดกว้างขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง

เทรดคู่สกุลเงิน Forex ช่วงเวลาไหนดีที่สุด

ช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กคาบเกี่ยวกัน (London-New York Session Overlap) เป็นช่วงที่ตลาด Forex มีสภาพคล่องสูงสุดของวัน เหมาะกับการเทรดคู่เงินหลักส่วนใหญ่ ส่วนคู่เงินที่มีสกุลเงินเอเชียอย่าง JPY หรือ THB ควรพิจารณาช่วง Tokyo Session ร่วมด้วย

เทรดคู่เงินแปลกใหม่เสี่ยงกว่าคู่เงินหลักจริงหรือไม่

โดยทั่วไป คือ ใช่ เพราะสภาพคล่องต่ำและความผันผวนสูงกว่า ทำให้ราคาสามารถเคลื่อนไหวรุนแรงและเกิด Slippage ได้ง่ายกว่า จึงเหมาะกับผู้ที่มีประสบการณ์บริหารความเสี่ยงมาแล้ว

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ทั้งนี้มิได้มีเจตนาให้ถือเป็น (และไม่ควรตีความว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน คำแนะนำด้านการลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรยึดถือเป็นหลักปฏิบัติไม่ว่าในกรณีใดๆ ความคิดเห็นหรือข้อความใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ย่อมไม่ถือเป็นคำแนะนำจาก EBC หรือจากผู้เขียนที่ชี้ว่า การลงทุน หลักทรัพย์ รายการธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะมีความเหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
บทความแนะนำ
คู่สกุลเงิน Forex มีกี่ประเภท? เลือกผิด ระวังพอร์ตแตกไม่รู้ตัว!
ตอบชัด โบรกเกอร์ Forex ที่ดีที่สุด ต้องมีอะไรบ้าง
เปิดลิสต์ 4 สิ่งที่เทรดเดอร์ Forex ต้องเข้าใจก่อนลงทุนค่าเงิน
เทรด Forex หรือเทรดหุ้น: เส้นทางไหนเหมาะกับคุณ คู่มือเปรียบเทียบฉบับสมบูรณ์
อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เงินยูโรมีความพิเศษ