ทำไมราคา Forex จึงแตกต่างกันระหว่างโบรกเกอร์: ตัวอย่าง EUR/USD
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी

ทำไมราคา Forex จึงแตกต่างกันระหว่างโบรกเกอร์: ตัวอย่าง EUR/USD

ผู้เขียน: แชด คาร์เนกี

เผยแพร่เมื่อ: 2026-08-17   
อัปเดตเมื่อ: 2026-08-17

โบรกเกอร์ 2 แห่งอาจแสดงราคาฟอเร็กซ์ที่แตกต่างกันเล็กน้อยในเวลาเดียวกัน และราคาทั้งสองไม่จำเป็นต้องผิดทั้งคู่ การซื้อขายฟอเร็กซ์แบบสปอต (Spot Forex) เป็นการซื้อขายผ่านตลาดนอกตลาดหลักทรัพย์ (OTC) แบบกระจายศูนย์ ไม่ได้ผ่านตลาดกลางเพียงแห่งเดียว โบรกเกอร์แต่ละแห่งจึงอาจได้รับราคาผ่านช่องทางสภาพคล่องและการตั้งราคาที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น คู่เงิน EUR/USD ส่วนต่างเพียง 0.1 pip เท่ากับ 1 ดอลลาร์ ในสถานะขนาดมาตรฐาน 100,000 หน่วย

เหตุใดราคาฟอเร็กซ์จึงแตกต่างกันระหว่างโบรกเกอร์

ประเด็นสำคัญ

  • การซื้อขายฟอเร็กซ์แบบสปอตไม่มีราคาจากตลาดกลางเพียงแห่งเดียวที่โบรกเกอร์ทุกแห่งต้องแสดงตาม

  • แหล่งสภาพคล่อง วิธีรวมราคา และช่วงเวลาที่ได้รับราคาที่แตกต่างกัน อาจทำให้ราคา Bid และ Ask ที่แสดงแตกต่างกันเล็กน้อย

  • สำหรับคู่เงิน EUR/USD 1 pip เท่ากับ 0.0001 ส่วน 1 point เท่ากับ 0.00001 หรือ 0.1 pip

  • ในสถานะ EUR/USD ขนาดมาตรฐาน 100,000 หน่วย 1 pip มีมูลค่าประมาณ 10 ดอลลาร์ และ 0.1 pip มีมูลค่า 1 ดอลลาร์

  • ส่วนต่างราคาระหว่างโบรกเกอร์เป็นคนละเรื่องกับสเปรดระหว่าง Bid และ Ask ภายในราคาเดียวกัน


โบรกเกอร์แสดงราคาฟอเร็กซ์แตกต่างกันได้อย่างไร

การซื้อขายฟอเร็กซ์แบบสปอตไม่ได้ซื้อขายผ่านตลาดกลางเพียงแห่งเดียวที่มีสมุดคำสั่งซื้อขายเดียว


ธนาคาร ดีลเลอร์ และผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Provider) รายอื่น ๆ ต่างเสนอราคา Bid และ Ask ผ่านเครือข่ายสถานที่ซื้อขายที่กระจัดกระจายอยู่หลายแห่ง โบรกเกอร์และแพลตฟอร์มเทรดจึงอาจได้รับราคาเหล่านั้นผ่านข้อตกลงด้านสภาพคล่องที่ต่างกัน ทำให้ราคาสุดท้ายที่แสดงให้นักลงทุนรายย่อยเห็นไม่จำเป็นต้องตรงกันทุกทศนิยม


แม้จะมีโครงสร้างแบบกระจายศูนย์เช่นนี้ แต่ตลาดฟอเร็กซ์ก็มีขนาดใหญ่มาก โดยข้อมูลจาก BIS ระบุว่ามูลค่าการซื้อขาย OTC FX เฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 9.6 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน 2025 ซึ่งรวมการซื้อขายฟอเร็กซ์แบบสปอตเฉลี่ยต่อวัน 3.0 ล้านล้านดอลลาร์


ดังนั้น โบรกเกอร์ A อาจแสดงราคา Bid และ Ask หนึ่งราคา ขณะที่โบรกเกอร์ B แสดงราคาที่แตกต่างกันเล็กน้อยในเวลาเดียวกัน โดยที่ราคาทั้งสองไม่ได้ผิดโดยอัตโนมัติแต่อย่างใด


ส่วนต่างราคาฟอเร็กซ์คิดเป็นกี่ pip

การคำนวณ pip ที่แน่นอนขึ้นอยู่กับคู่เงินแต่ละคู่ จึงขอใช้ EUR/USD เป็นตัวอย่างตัวเลขที่เข้าใจง่าย


EBC เสนอราคา EUR/USD ที่ 5 ตำแหน่งทศนิยม โดยมีขนาดสัญญามาตรฐาน (Contract Size) อยู่ที่ 100,000 หน่วย


สมมติราคา EUR/USD อยู่ที่

1.15742

สำหรับคู่เงิน EUR/USD

  • 0.0001 = 1 pip

  • 0.00001 = 1 point หรือ 0.1 pip

สำหรับสถานะขนาด 100,000 หน่วย

100,000 × 0.0001 = 10 ดอลลาร์ต่อ pip

จึงได้ว่า

  • 0.1 pip = 1 ดอลลาร์

  • 0.2 pip = 2 ดอลลาร์

  • 0.5 pip = 5 ดอลลาร์

  • 1 pip = 10 ดอลลาร์

ขนาดสถานะมีผลต่อมูลค่าเป็นเงิน หากเทรดขนาด 0.10 ล็อต 1 pip ของ EUR/USD จะมีมูลค่าประมาณ 1 ดอลลาร์ และหากเทรดขนาดขั้นต่ำของ EBC ที่ 0.01 ล็อต 1 pip จะมีมูลค่าประมาณ 0.10 ดอลลาร์


ทศนิยมตัวสุดท้ายอาจดูไม่มีความหมายบนกราฟ แต่ผลกระทบด้านมูลค่าเงินจะเพิ่มขึ้นตามขนาดสถานะและความถี่ในการเทรด


ส่วนต่างราคาไม่เหมือนกับสเปรด

มาดูตัวอย่าง EUR/USD อีกครั้ง

รายการ

การคำนวณ

ความหมาย

สเปรด

1.15748 − 1.15742 = 0.6 pip

ช่องว่างระหว่างราคา Bid และ Ask ภายในราคาเดียวกัน

ส่วนต่างราคา

1.15745 − 1.15742 = 0.3 pip

ช่องว่างระหว่างราคา Bid สองราคา

สเปรด 0.6 pip คือระยะห่างระหว่างราคา Bid และ Ask ภายในราคาเดียวกัน


ส่วน ส่วนต่างราคา 0.3 pip คือการเทียบราคา Bid จากราคาสองราคาที่แยกกัน


ทั้งสองค่าวัดสิ่งที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรเข้าใจผิดว่าส่วนต่างราคาระหว่างโบรกเกอร์คือสเปรดการเทรด


ราคาระหว่างโบรกเกอร์อาจแตกต่างกันได้มากเท่าไหร่

ไม่มีตัวเลขตายตัว การบอกว่าราคาฟอเร็กซ์ต้องอยู่ในช่วง 0.1 pip 0.5 pip หรือจำนวน pip ใด ๆ ตลอดเวลา จะเท่ากับสมมติว่ามีเกณฑ์อ้างอิงกลางของตลาดที่บังคับขอบเขตดังกล่าว ซึ่งการซื้อขายฟอเร็กซ์แบบสปอตไม่มีกลไกเช่นนั้น


ส่วนต่างที่เกิดขึ้นอาจขึ้นอยู่กับราคาที่มีอยู่ในแต่ละช่องทางสภาพคล่อง ความเร็วในการอัปเดตราคา และสภาพคล่องของตลาดในขณะนั้น


ในช่วงที่ตลาดมีสภาพคล่องสูง ราคาจากแต่ละแหล่งมักใกล้เคียงกัน แต่ในช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวเร็วหรือสภาพคล่องบางลง ราคาอาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและส่วนต่างอาจเห็นได้ชัดขึ้น


วิธีเดียวที่จะระบุส่วนต่างราคาระหว่างโบรกเกอร์ได้อย่างแม่นยำ คือการเทียบราคาที่บันทึกไว้ในเวลาเดียวกัน


ตัวอย่างเช่น คู่เงิน EUR/USD

  • Broker A Bid: 1.15742

  • Broker B Bid: 1.15747


ส่วนต่าง

1.15747 − 1.15742 = 0.00005 = 0.5 pip

การคำนวณนี้อธิบายตัวอย่างข้างต้นได้อย่างแม่นยำ


แต่ ไม่ได้ หมายความว่าราคาฟอเร็กซ์จะต่างกัน 0.5 pip เป็นปกติ การจะสรุปว่าส่วนต่างทั่วไปอยู่ที่เท่าไหร่ ต้องอาศัยข้อมูลราคาจริงที่เก็บรวบรวมในหลายสภาวะตลาดและหลายช่วงเวลา


กราฟฟอเร็กซ์ระหว่างโบรกเกอร์แตกต่างกันได้อย่างไร

ราคาที่เข้ามาจากแหล่งต่างกันอาจทำให้ราคาสูงสุด ต่ำสุด ราคาเปิด และราคาปิดของแท่งเทียนแตกต่างกันเล็กน้อย


ตัวอย่างเช่น หากฟีดราคา Bid ของ EUR/USD แหล่งหนึ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 1.15820 ขณะที่อีกแหล่งขึ้นไปแตะ 1.15824 ราคาสูงสุดที่บันทึกไว้จะต่างกัน 1.15824 − 1.15820 = 0.00004 = 0.4 pip


ส่วนต่างดังกล่าวอาจทำให้รูปร่างของแท่งเทียนแต่ละแท่ง และอินดิเคเตอร์ทางเทคนิคที่คำนวณจากข้อมูลราคานั้นเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย


ผลกระทบนี้จะเห็นได้ชัดเป็นพิเศษในกรอบเวลาสั้น ๆ ที่การอัปเดตราคาเพียงไม่กี่ครั้งก็ส่งผลต่อรูปร่างของแท่งเทียนแต่ละแท่งได้


ดังนั้น กราฟที่แตกต่างกันเล็กน้อยจึงไม่ได้แปลว่าราคาของโบรกเกอร์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งผิด


ราคาที่ต่างกันระหว่างโบรกเกอร์ส่งผลต่อ Stop Loss หรือไม่

ใช่ โดยเฉพาะเมื่อมีการเทียบราคา Bid และ Ask ผิดวิธี


บน MetaTrader 5 กราฟราคา OTC สร้างขึ้นจากราคา Bid ส่วนราคา Ask เป็นข้อมูลแยกต่างหากที่สามารถเปิดให้แสดงเป็นเส้นราคา Ask ได้


สำหรับสถานะซื้อ (Long) ที่เปิดอยู่ ระบบจะตรวจสอบเงื่อนไข Stop Loss ด้วยราคา Bid

สำหรับสถานะขาย (Short) ที่เปิดอยู่ ระบบจะตรวจสอบเงื่อนไข Stop Loss ด้วยราคา Ask


ตัวอย่างคู่เงิน EUR/USD

Bid: 1.15740
Ask: 1.15748

สเปรดคือ

1.15748 − 1.15740 = 0.00008 = 0.8 pip


หากถือสถานะขาย (Short) อยู่ แต่ดูเฉพาะกราฟที่อ้างอิงจากราคา Bid ราคา Ask อาจแตะระดับ Stop Loss ไปแล้ว ทั้งที่แท่งเทียนของ Bid ที่มองเห็นยังอยู่ต่ำกว่าระดับ Stop

หากโบรกเกอร์สองแห่งแสดงราคา Bid หรือ Ask ที่ต่างกันเล็กน้อย ราคาจากโบรกเกอร์หนึ่งอาจแตะระดับ Stop ที่อยู่ใกล้เคียงก่อนอีกโบรกเกอร์หนึ่ง


คำสั่ง Stop Loss เป็นเพียงจุดที่กระตุ้นให้เกิดการปิดสถานะ ไม่ใช่การรับประกันว่าราคาที่ได้รับการดำเนินการจะตรงกับระดับที่กำหนดไว้เสมอ ในตลาดที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว การดำเนินการอาจเกิดขึ้นที่ราคาที่ใกล้เคียงที่สุดที่มีอยู่ในขณะนั้น


ควรเทียบราคาฟอเร็กซ์ระหว่างโบรกเกอร์อย่างไร

การเทียบราคาที่มีความหมายต้องใช้ คู่เงินเดียวกัน เวลาเดียวกัน และแยกราคา Bid กับ Ask ออกจากกัน


ตัวอย่างคู่เงิน EUR/USD

Broker A: 1.15742 / 1.15748
Broker B: 1.15747 / 1.15752

การเปรียบเทียบ

การคำนวณ

ผลลัพธ์

ส่วนต่าง Bid

1.15747 − 1.15742

0.5 pip

ส่วนต่าง Ask

1.15752 − 1.15748

0.4 pip

สเปรดของ Broker A

1.15748 − 1.15742

0.6 pip

สเปรดของ Broker B

1.15752 − 1.15747

0.5 pip

การแยกพิจารณาส่วนต่าง Bid ส่วนต่าง Ask และสเปรดของแต่ละโบรกเกอร์ จะช่วยให้เห็นว่าความไม่ตรงกันมาจากราคาที่เสนอ จากสเปรด หรือทั้งสองอย่าง


ภาพหน้าจอที่บันทึกห่างกันเพียงไม่กี่วินาทีให้ผลการเทียบที่น่าเชื่อถือน้อยกว่า เพราะราคาฟอเร็กซ์ที่อ้างอิงอาจเปลี่ยนไปแล้ว


คำถามที่พบบ่อย

ทำไมคู่เงินเดียวกันจึงมีราคาต่างกันระหว่างโบรกเกอร์

การซื้อขายฟอเร็กซ์แบบสปอตไม่มีตลาดกลางที่กำหนดราคาบังคับเพียงราคาเดียว ดังนั้นแหล่งสภาพคล่อง ข้อตกลงด้านราคา และเวลาที่ได้รับราคาที่ต่างกัน จึงอาจทำให้ราคา Bid และ Ask ที่โบรกเกอร์แต่ละแห่งแสดงแตกต่างกันเล็กน้อย


ส่วนต่าง 0.1 pip ถือว่ามากหรือไม่

ขึ้นอยู่กับคู่เงินและขนาดสถานะ สำหรับ EUR/USD 0.1 pip มีมูลค่าประมาณ 1 ดอลลาร์ในสถานะขนาดมาตรฐาน 100,000 หน่วย 0.10 ดอลลาร์ในขนาด 0.10 ล็อต และ 0.01 ดอลลาร์ในขนาด 0.01 ล็อต


ราคาฟอเร็กซ์ที่ต่างกันแปลว่ากราฟหนึ่งผิดหรือไม่

ไม่เสมอไป ราคาจากฟีด OTC ฟอเร็กซ์คนละแหล่งอาจแตกต่างกันเล็กน้อยได้เป็นปกติ การเทียบที่ถูกต้องต้องใช้คู่เงินเดียวกัน เวลาเดียวกัน และแยกราคา Bid กับ Ask ก่อนจะสรุปว่าราคาใดผิดปกติ


ราคาจากโบรกเกอร์สองแห่งทำให้ Stop Loss ถูกกระตุ้นในเวลาต่างกันได้หรือไม่

ได้ หากราคา Bid หรือ Ask ที่เกี่ยวข้องจากโบรกเกอร์สองแห่งต่างกันเล็กน้อย ราคาหนึ่งอาจแตะระดับ Stop ที่อยู่ใกล้เคียงก่อนอีกราคาหนึ่ง และความแตกต่างนี้จะเห็นได้ชัดขึ้นเมื่อสเปรดกว้างขึ้นหรือราคาเคลื่อนไหวเร็ว


ควรตรวจสอบอะไรเมื่อราคาฟอเร็กซ์ไม่ตรงกัน

ราคาที่ต่างกันระหว่างโบรกเกอร์ไม่ได้แปลว่าราคาใดราคาหนึ่งผิดโดยอัตโนมัติ เพราะการซื้อขายฟอเร็กซ์แบบสปอตไม่มีตลาดกลางเพียงแห่งเดียวที่เผยแพร่ราคาบังคับสำหรับนักลงทุนรายย่อย ส่วนต่างที่เกิดขึ้นจึงอาจมาจากแหล่งสภาพคล่อง ข้อตกลงด้านราคา และเวลาที่อัปเดตราคา


ขั้นแรกคือเทียบราคา Bid กับ Bid และ Ask กับ Ask ในเวลาเดียวกันเป๊ะ ๆ จากนั้นแปลงส่วนต่างเป็น pip แทนการตัดสินจากกราฟสองภาพเพียงอย่างเดียว


EUR/USD เป็นตัวอย่างตัวเลขง่าย ๆ ที่ใช้อ้างอิงได้ 0.00001 เท่ากับ 0.1 pip 0.00010 เท่ากับ 1 pip และ 1 pip ในสถานะขนาดมาตรฐาน 100,000 หน่วย มีมูลค่าประมาณ 10 ดอลลาร์ วิธีคำนวณนี้ใช้ได้เหมือนกันเสมอ แม้ราคาจะไม่เท่ากัน

คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ทั้งนี้มิได้มีเจตนาให้ถือเป็น (และไม่ควรตีความว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน คำแนะนำด้านการลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรยึดถือเป็นหลักปฏิบัติไม่ว่าในกรณีใดๆ ความคิดเห็นหรือข้อความใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ย่อมไม่ถือเป็นคำแนะนำจาก EBC หรือจากผู้เขียนที่ชี้ว่า การลงทุน หลักทรัพย์ รายการธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะมีความเหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
บทความแนะนำ
เครื่องคำนวณกำไร Forex: วิธีคำนวณกำไรจากการเทรดของคุณ
Bid และ Ask: ทำไมส่วนต่างราคาจึงสำคัญกับเทรดเดอร์
Slippage คือ อะไร? เข้าใจ Market Gaps และการเลื่อนไถลราคาที่เทรดเดอร์ต้องรู้
Bid Ask Spread คืออะไร? ปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้
สเปรดใน Forex vs หุ้น ใครผันผวนกว่ากัน?