เผยแพร่เมื่อ: 2026-07-23
อัปเดตเมื่อ: 2026-07-23
เทรด Forex กับโบรกเกอร์ต่างประเทศแล้วมีกำไร ต้องเสียภาษีเมื่อคุณเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย คืออยู่ในประเทศตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในปีภาษีนั้น และโอนกำไรกลับเข้ามาในไทย เพราะกำไรก้อนนี้นับเป็นเงินได้จากแหล่งต่างประเทศ ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้า โบรกเกอร์ต่างประเทศไม่ได้หักภาษีให้ การยื่นและชำระจึงเป็นหน้าที่ของผู้เทรดเอง

กำไรจากการเทรด Forex และทองคำกับโบรกเกอร์ต่างประเทศ ถือเป็นเงินได้จากแหล่งต่างประเทศ เมื่อโอนเข้าไทยต้องนำมารวมยื่นภาษี
คนที่เข้าข่ายคือผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย นับจากการอยู่ในประเทศ 180 วันขึ้นไปต่อปีภาษี
กฎที่ใช้อยู่ตอนนี้คือคำสั่งกรมสรรพากร ป.161/2566 และ ป.162/2566 กำหนดว่าเงินได้ต่างประเทศตั้งแต่ปี 2567 เมื่อโอนเข้าไทยต้องเสียภาษี ไม่ว่าจะโอนในปีไหน
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นแบบขั้นบันได 5% ถึง 35% โดยเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น
หัวใจของการยื่นให้ถูกต้องคือการเก็บหลักฐานการเทรดและการโอนเงินให้ครบทุกรายการ
คำตอบสั้นที่สุดคือ เสีย ถ้าคุณเข้าเงื่อนไขสองข้อพร้อมกัน ข้อแรกคือคุณเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยในปีภาษีนั้น ข้อสองคือคุณโอนกำไรกลับเข้ามาในประเทศไทย เมื่อครบสองข้อนี้ กำไรจะกลายเป็นเงินได้ที่ต้องนำไปยื่นรวมกับเงินได้อื่นของคุณ
หลักการเดียวกันนี้ใช้กับการเทรดทองคำ XAUUSD ค่าเงินคู่หลัก และดัชนีผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศทั้งหมด เพราะสิ่งที่กฎหมายมองไม่ใช่ว่าคุณเทรดสินทรัพย์อะไร แต่มองว่าเงินได้นั้นเกิดจากแหล่งในหรือนอกประเทศ และคุณนำกลับเข้าไทยหรือยัง
อีกจุดที่ผู้เทรดมือใหม่มักเข้าใจผิดคือ คิดว่าโบรกเกอร์จะจัดการภาษีให้เหมือนที่บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน ความจริงคือระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยเป็นระบบประเมินตนเอง คุณมีหน้าที่คำนวณ ยื่นแบบ และชำระด้วยตัวเอง โบรกเกอร์ต่างประเทศไม่มีหน้าที่หักภาษีไทยหรือส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรแทนคุณ
ผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย (Tax Resident): บุคคลที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในปีภาษีหนึ่ง (ปีปฏิทิน) จะถูกพิจารณาว่าเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ และต้องเสียภาษีจากเงินได้ในประเทศ รวมถึงเงินได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามาในไทยตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
โบรกเกอร์ Forex ที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้จดทะเบียนและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานต่างประเทศ คู่สัญญาและการทำรายการจึงเกิดขึ้นนอกประเทศไทย เมื่อคุณมีกำไร กฎหมายมองว่าเงินได้ก้อนนั้นมีแหล่งเกิดอยู่ต่างประเทศ ไม่ใช่เงินได้ที่เกิดในไทย
ความแตกต่างตรงนี้สำคัญ เพราะเงินได้ที่เกิดในไทยจะเข้าข่ายต้องเสียภาษีทันทีที่ได้รับ ส่วนเงินได้จากแหล่งต่างประเทศของผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย จะมีจุดที่กฎหมายเรียกเก็บภาษีคือตอนที่คุณนำเงินนั้นกลับเข้ามาในประเทศ หลักเกณฑ์นี้อยู่ในมาตรา 41 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นฐานทางกฎหมายของการเก็บภาษีเงินได้จากต่างประเทศ
เงินได้จากแหล่งต่างประเทศ: เงินได้ที่มีแหล่งเกิดอยู่นอกประเทศไทย เช่น กำไรจากการเทรดกับโบรกเกอร์ต่างประเทศ ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือค่าจ้างจากต่างประเทศ สำหรับผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย เงินได้กลุ่มนี้จะถูกนำมาพิจารณาเสียภาษีเมื่อนำกลับเข้ามาในประเทศตามเงื่อนไขในมาตรา 41
นี่คือจุดที่ข้อมูลเก่าตามเว็บทั่วไปมักผิด เพราะกติกาเพิ่งเปลี่ยนไปเมื่อไม่นานมานี้
ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 เงินได้จากต่างประเทศจะเสียภาษีเฉพาะกรณีที่นำกลับเข้าไทยในปีเดียวกับปีที่เกิดเงินได้ ใครที่รอข้ามปีค่อยโอนกลับก็ไม่ต้องเสียภาษี นี่คือแนวปฏิบัติที่หลายคนคุ้นเคยและยังพูดต่อกันมาจนถึงวันนี้
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นมา กรมสรรพากรออกคำสั่ง ป.161/2566 และ ป.162/2566 เปลี่ยนแนวปฏิบัติใหม่ เงินได้จากต่างประเทศที่คุณได้รับในปีที่เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย เมื่อนำกลับเข้าไทยต้องเสียภาษี ไม่ว่าจะโอนกลับในปีที่ได้รับเงินหรือข้ามไปกี่ปีก็ตาม การรอข้ามปีจึงไม่ช่วยให้พ้นภาระภาษีอีกต่อไป ส่วนเงินได้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567 ยังคงได้รับการยกเว้นเมื่อโอนเข้ามา โดยคุณต้องมีหลักฐานยืนยันปีที่เกิดเงินได้
ในช่วงกลางปี 2568 มีการเสนอร่างมาตรการผ่อนปรน ที่จะยกเว้นภาษีให้เงินได้ต่างประเทศที่โอนกลับเข้าไทยภายในปีที่เกิดเงินได้หรือปีถัดไป แต่จนถึงขณะที่เขียนบทความนี้ ร่างดังกล่าวยังไม่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงยังไม่มีผลบังคับใช้ และกรอบเวลายังไม่แน่นอน สิ่งที่ปลอดภัยที่สุดคือวางแผนบนกฎที่ใช้อยู่จริงในปัจจุบัน แล้วติดตามประกาศล่าสุดจากกรมสรรพากรอย่างสม่ำเสมอ
ตารางด้านล่างสรุปให้เห็นภาพว่าแต่ละสถานการณ์เข้าข่ายต้องยื่นภาษีหรือไม่ ภายใต้กฎที่ใช้อยู่ตอนนี้
สถานการณ์ |
ต้องนำมายื่นภาษีไหม (ตามกฎปัจจุบัน) |
|---|---|
เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย เทรดมีกำไรปี 2568 และโอนเข้าไทยปี 2568 |
ต้องยื่น |
เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย เทรดมีกำไรปี 2568 แต่โอนเข้าไทยปี 2569 หรือหลังจากนั้น |
ต้องยื่น (ต่างจากกฎเดิม) |
เงินได้หรือกำไรที่เกิดขึ้นก่อน 1 มกราคม 2567 เมื่อโอนเข้าไทย |
ได้รับยกเว้น (ต้องมีหลักฐานปีที่เกิดเงินได้) |
ปีที่คุณอยู่ในไทยไม่ถึง 180 วัน เงินได้ต่างประเทศของปีนั้น |
อยู่นอกขอบเขตภาษีไทยของปีนั้น แม้โอนเข้าภายหลัง |
ยังไม่โอนกำไรกลับเข้าไทย |
ยังไม่ถึงจุดที่ต้องนำมารวมคำนวณ แต่จะเข้าข่ายเมื่อโอนเข้าในภายหลัง ควรตรวจสอบก่อนวางแผน |
ประเทศไทยไม่มีภาษี Capital Gain แยกต่างหากสำหรับบุคคลธรรมดา กำไรจากการเทรดจึงถูกนับรวมเป็นเงินได้พึงประเมิน นำไปรวมกับเงินได้อื่นของคุณในปีนั้น เช่น เงินเดือน แล้วคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้าหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่คุณมีสิทธิ
ภาษีคิดจากเงินได้สุทธิ ไม่ใช่กำไรทั้งก้อน หมายความว่าคุณนำเงินได้รวมมาหักค่าลดหย่อนต่างๆ ก่อน เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว ประกัน กองทุน แล้วจึงนำยอดสุทธิไปเทียบกับตารางอัตราภาษี
เงินได้สุทธิต่อปี (บาท) |
อัตราภาษี |
|---|---|
0 ถึง 150,000 |
ยกเว้น |
150,001 ถึง 300,000 |
5% |
300,001 ถึง 500,000 |
10% |
500,001 ถึง 750,000 |
15% |
750,001 ถึง 1,000,000 |
20% |
1,000,001 ถึง 2,000,000 |
25% |
2,000,001 ถึง 5,000,000 |
30% |
เกิน 5,000,000 |
35% |
อัตราข้างต้นเป็นอัตราก้าวหน้า คิดเป็นขั้น ไม่ได้คิดอัตราเดียวกับทั้งก้อน เช่น เงินได้สุทธิ 400,000 บาท จะเสีย 5% เฉพาะช่วง 150,001 ถึง 300,000 และเสีย 10% เฉพาะช่วง 300,001 ถึง 400,000 ไม่ใช่คิด 10% กับ 400,000 ทั้งหมด
อีกประเด็นที่ควรรู้คือ ไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับหลายประเทศ ถ้าเงินได้ของคุณเคยถูกหักภาษีในต่างประเทศมาแล้ว อาจนำมาขอเครดิตเพื่อไม่ให้เสียภาษีซ้ำได้ แต่รายละเอียดขึ้นอยู่กับแต่ละอนุสัญญาและเอกสารที่คุณมี ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นรายกรณี
หมายเหตุเรื่องการจัดประเภทเงินได้: วิธีจัดประเภทและคำนวณอาจต่างกันตามข้อเท็จจริงของแต่ละคน เช่น เทรดเป็นครั้งคราวเพื่อลงทุน กับเทรดเป็นอาชีพหลักในลักษณะธุรกิจ อัตราภาษีและอัตราค่าลดหย่อนล่าสุดควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร
ตัวเลขต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น ไม่ใช่การคำนวณภาษีจริง
สมมติคุณสมชายเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทย เทรดทองคำ XAUUSD กับโบรกเกอร์ต่างประเทศตลอดปี 2568 สรุปแล้วมีกำไรสุทธิ 300,000 บาท และโอนกำไรก้อนนี้กลับเข้าบัญชีธนาคารในไทยภายในปี 2568 กำไร 300,000 บาทนี้ถือเป็นเงินได้จากแหล่งต่างประเทศที่นำเข้าไทยในปีที่เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ จึงต้องนำไปรวมกับเงินได้อื่นเพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของปี 2568 โดยยื่นในช่วงต้นปี 2569
หากสมมติต่อว่ากำไรก้อนนี้เป็นเงินได้ก้อนเดียวของสมชายในปีนั้น และหักค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท จะเหลือเงินได้สุทธิ 240,000 บาท ส่วนที่เกิน 150,000 บาทแรก คือ 90,000 บาท จะเสียภาษีในอัตรา 5% เท่ากับภาษีประมาณ 4,500 บาท
ย้ำอีกครั้งว่าตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่าง ในความเป็นจริงคนส่วนใหญ่มีเงินได้ทางอื่นด้วย เช่น เงินเดือน ซึ่งจะถูกนำมารวมกันแล้วดันฐานภาษีให้สูงขึ้น อีกทั้งค่าลดหย่อนของแต่ละคนไม่เท่ากัน ผลลัพธ์จริงจึงต่างจากตัวอย่างนี้ได้มาก ควรคำนวณตามข้อมูลจริงของคุณหรือปรึกษาที่ปรึกษาภาษี
ถ้าคุณอยากเข้าใจกลไกที่ทำให้กำไรหรือขาดทุนขยายตัว ลองอ่านเพิ่มเรื่อง เลเวอเรจและมาร์จิ้นทำงานอย่างไร และดูภาพรวม วิธีลงทุนในทองคำและโลหะมีค่า ก่อนวางแผนพอร์ตของคุณ
XAUUSD: สัญลักษณ์ราคาทองคำเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เป็นหนึ่งในสินค้ายอดนิยมของเทรดเดอร์ไทย
เลเวอเรจ (leverage): อัตราทดที่ช่วยให้เปิดสถานะขนาดใหญ่ด้วยเงินหลักประกันน้อยลง เพิ่มทั้งโอกาสกำไรและความเสี่ยงขาดทุนไปพร้อมกัน
เพราะระบบภาษีไทยเป็นการประเมินตนเอง คุณจึงต้องพิสูจน์ตัวเลขของตัวเองได้ หลักฐานที่ควรเก็บให้ครบทุกปีมีดังนี้
รายงานการเทรดและ statement จากโบรกเกอร์ ที่แสดงรายการซื้อขาย กำไรขาดทุน และค่าธรรมเนียม
หลักฐานการฝากและถอนเงิน เข้าออกบัญชีเทรดและบัญชีธนาคาร พร้อมวันที่ทำรายการ
ยอดเงินต้นทุนที่นำไปลงทุน เพื่อแยกให้ชัดว่าส่วนไหนคือทุนคืน ส่วนไหนคือกำไรที่ต้องเสียภาษี
อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้แปลงเป็นเงินบาท ณ วันที่รับรู้เงินได้หรือวันที่โอนเข้าไทย
หลักฐานยืนยันปีที่เกิดเงินได้ โดยเฉพาะกรณีที่จะอ้างสิทธิยกเว้นสำหรับเงินได้ก่อนปี 2567
เอกสารเหล่านี้ไม่ได้ใช้แค่ตอนยื่นแบบ แต่ยังเป็นหลักฐานสำคัญหากกรมสรรพากรขอให้ชี้แจงในภายหลัง โบรกเกอร์ที่ออก statement ชัดเจนและดึงประวัติย้อนหลังได้ง่าย จะช่วยให้ขั้นตอนนี้เบาลงมาก คุณยังใช้ เครื่องมือคำนวณกำไรขาดทุนแบบเปอร์เซ็นต์ฟรี ช่วยตรวจทานตัวเลขก่อนสรุปยอดสิ้นปีได้
เข้าใจว่าถ้าไม่โอนกำไรกลับเข้าไทยก็ไม่ต้องคิดภาษีเลยตลอดไป ทั้งที่กฎปัจจุบันระบุว่าเงินได้ที่เกิดในปีที่เป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ จะเข้าข่ายเมื่อโอนกลับเข้ามาในภายหลัง การไม่โอนเป็นแค่การเลื่อนจังหวะ ไม่ใช่การหลุดพ้น และกฎยังเปลี่ยนแปลงได้
คิดว่าโบรกเกอร์หักภาษีให้เรียบร้อยแล้ว ทั้งที่โบรกเกอร์ต่างประเทศไม่มีหน้าที่หักภาษีไทยให้ ทุกอย่างเป็นความรับผิดชอบของผู้เทรด
คิดว่าปีที่ขาดทุนไม่ต้องยุ่งกับภาษีเลย ทั้งที่ควรเก็บหลักฐานไว้เสมอ เพราะคุณอาจมีเงินได้ทางอื่นที่ต้องยื่นรวม และหลักฐานจะช่วยให้ตัวเลขถูกต้อง
ใช้บัญชีคนอื่นหรือช่องทางอ้อมเพื่อรับเงิน แล้วคิดว่าตรวจสอบไม่ได้ ทั้งที่ปัจจุบันมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการเงินระหว่างประเทศมากขึ้น การทำให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นปลอดภัยกว่าเสมอ
ไม่แยกบันทึกเงินต้นทุนกับกำไร ทำให้ตอนคำนวณสิ้นปีสับสนและเสี่ยงคำนวณผิด
ไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนโอนเงินก้อนใหญ่ ทั้งที่กฎเกณฑ์เรื่องนี้มีรายละเอียดปลีกย่อยและเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายรัฐ
ภาษีเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเทรดอย่างรับผิดชอบ อีกส่วนที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเลือกโบรกเกอร์ที่โปร่งใสและปลอดภัย เกณฑ์ที่ควรใช้พิจารณามีดังนี้
การกำกับดูแลระดับสากล โบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้หน่วยงานกำกับที่เข้มงวดสะท้อนถึงมาตรฐานการดำเนินงานที่ตรวจสอบได้ EBC อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ FCA แห่งสหราชอาณาจักร ASIC ของออสเตรเลีย และ CIMA ของหมู่เกาะเคย์แมน
ความปลอดภัยของเงินทุน ควรเลือกโบรกเกอร์ที่แยกบัญชีเงินลูกค้าออกจากเงินบริษัท เก็บเงินไว้กับธนาคารชั้นนำ และมีการคุ้มครองยอดเงินติดลบสำหรับลูกค้ารายย่อย เพื่อให้ผลขาดทุนไม่เกินกว่าเงินในบัญชี ดูรายละเอียดได้ที่หน้า การกำกับดูแลและความปลอดภัยของเงินทุน EBC
statement และประวัติการเทรดที่ชัดเจน ระบบที่ดึงรายงานย้อนหลังได้ง่ายจะช่วยให้คุณคำนวณต้นทุนและกำไรเพื่อยื่นภาษีได้แม่นยำ
แพลตฟอร์มมาตรฐาน รองรับ MT4 และ MT5 ทั้งบนคอมพิวเตอร์และมือถือ พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์ที่ครบ
สินค้าให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ทองคำ XAUUSD ค่าเงินคู่หลัก ไปจนถึงดัชนีและหุ้นต่างประเทศ เพื่อกระจายโอกาสตามกลยุทธ์ของคุณ
เมื่อคุณเลือกโบรกเกอร์ที่โปร่งใสและเก็บหลักฐานครบ การจัดการเรื่องภาษีปลายปีจะกลายเป็นเรื่องที่วางแผนล่วงหน้าได้ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลตอนใกล้ยื่นแบบ
เทรด Forex ต้องเสียภาษีไหม
ต้องเสีย หากคุณเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยและโอนกำไรกลับเข้ามาในประเทศ กำไรจะถูกนับเป็นเงินได้จากต่างประเทศที่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับกรมสรรพากรก่อนยื่นทุกครั้ง
เทรดทองคำ XAUUSD กับโบรกต่างประเทศ เสียภาษีเหมือน Forex ไหม
เหมือนกัน เพราะกฎหมายพิจารณาจากแหล่งที่มาของเงินได้ ไม่ใช่ชนิดของสินทรัพย์ กำไรจากทองคำผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศจึงเป็นเงินได้จากต่างประเทศเช่นเดียวกับคู่เงิน
ถ้าไม่โอนกำไรกลับเข้าไทย ต้องเสียภาษีไหม
ตามกฎปัจจุบัน การยังไม่โอนกลับหมายความว่ายังไม่ถึงจุดที่ต้องนำมารวมคำนวณ แต่เงินได้ที่เกิดในปีที่คุณเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่จะเข้าข่ายเมื่อคุณโอนกลับเข้ามาในภายหลัง จึงไม่ควรสรุปเองว่าไม่มีภาระภาษี ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญก่อนวางแผน
กำไร Forex เสียภาษีกี่เปอร์เซ็นต์
คิดตามอัตราก้าวหน้า 5% ถึง 35% ของเงินได้สุทธิ โดยเงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น อัตราจริงขึ้นอยู่กับเงินได้รวมทั้งปีและค่าลดหย่อนของคุณ ไม่ใช่ตัวเลขตายตัวเดียวกันทุกคน
เทรดขาดทุน ต้องยื่นภาษีไหม
ถ้าปีนั้นคุณไม่มีกำไรจากการเทรดที่ต้องนำมารวม ก็ไม่มีเงินได้ส่วนนี้ให้ยื่น แต่ควรเก็บหลักฐานไว้เสมอ และอย่าลืมว่าคุณอาจมีเงินได้ทางอื่นที่ยังต้องยื่นตามปกติ
โบรกเกอร์หักภาษีให้อัตโนมัติไหม
โบรกเกอร์ต่างประเทศไม่ได้หักภาษีไทยให้ ระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยเป็นการประเมินตนเอง คุณจึงต้องคำนวณ ยื่นแบบ และชำระด้วยตนเอง
ต้องเก็บเอกสารอะไรบ้างเพื่อยื่นภาษี
ควรเก็บ statement และประวัติการเทรดจากโบรกเกอร์ หลักฐานการฝากถอนและโอนเงินเข้าออกบัญชี วันที่ทำรายการ ยอดเงินต้นทุน และอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ เพื่อคำนวณกำไรที่แท้จริงและใช้ชี้แจงหากถูกตรวจสอบ
คำเตือนความเสี่ยงและข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การเทรด CFD เป็นการลงทุนที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยงสูงที่จะขาดทุนอย่างรวดเร็วจากการใช้เลเวอเรจ ผลขาดทุนอาจมากกว่าเงินฝากตั้งต้น คุณควรพิจารณาว่าเข้าใจกลไกของ CFD ดีพอแล้วหรือไม่ และรับความเสี่ยงได้หรือไม่ก่อนตัดสินใจเทรด เนื้อหาด้านภาษีในบทความนี้เป็นการสรุปหลักการทั่วไปเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีหรือกฎหมายที่ใช้อ้างอิงในการยื่นแบบจริง กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องปรับปรุงได้ตลอดเวลา ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมสรรพากร หรือปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีที่มีใบอนุญาต ก่อนตัดสินใจหรือยื่นแบบภาษี
เริ่มต้นอย่างมั่นใจ: ทำความเข้าใจว่าเงินทุนของคุณได้รับการดูแลอย่างไรที่หน้า ความปลอดภัยของเงินทุนและการกำกับดูแลของ EBC หรือลองใช้ เครื่องมือคำนวณสำหรับเทรดเดอร์ฟรี เพื่อวางแผนการเทรดและประเมินภาระภาษีให้แม่นยำขึ้น และเมื่อพร้อม เปรียบเทียบประเภทบัญชีและ เปิดบัญชีเทรดกับ EBC ได้เลย