ทองคำในโลกมีเท่าไหร่? 219,891 ตัน หรือน้อยกว่า 1 ออนซ์ต่อคน
English Español Português 한국어 简体中文 繁體中文 日本語 Tiếng Việt Bahasa Indonesia Монгол ئۇيغۇر تىلى العربية Русский हिन्दी

ทองคำในโลกมีเท่าไหร่? 219,891 ตัน หรือน้อยกว่า 1 ออนซ์ต่อคน

ผู้เขียน: Rylan Chase

เผยแพร่เมื่อ: 2026-07-23

XAUUSD
ซื้อ: -- ขาย: --
เริ่มเทรดเลย

ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำเฉลี่ยปีละประมาณ 1,000 ตันในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นอัตราเร็วเป็นสองเท่าของค่าเฉลี่ยในทศวรรษก่อนหน้า สภาทองคำโลก (World Gold Council) ประเมินว่าทองคำทั้งหมด 219,891 ตันที่เคยขุดได้ตลอดประวัติศาสตร์จะสามารถบรรจุลงในลูกบาศก์ขนาดกว้างประมาณ 22 เมตรเท่านั้น และเฉลี่ยแล้วมีทองคำไม่ถึง 1 ทรอยออนซ์ต่อประชากรโลก 1 คน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยตอบคำถามยอดนิยมว่าทองคำในโลกมีเท่าไหร่ แม้ปี 2025 จะเป็นปีที่ผลผลิตจากเหมืองทำสถิติสูงสุด แต่ก็เพิ่มปริมาณทองคำเหนือพื้นดินได้เพียง 1.7% เท่านั้น

อินโฟกราฟิกแสดงปริมาณทองคำทั้งหมดในโลกและสัดส่วนการถือครอง

ทองคำทั้งโลกมีอยู่เท่าไหร่? ประเด็นสำคัญ

  • เครื่องประดับถือครองทองคำ 97,645 ตัน หรือคิดเป็น 44% ของทองคำเหนือพื้นดินทั้งหมด มากกว่าผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนหรือทองคำสำรองของธนาคารกลางเมื่อพิจารณาแยกกัน

  • เหมืองทองคำผลิตทองคำใหม่เพิ่มเข้าสู่ตลาด 3,672 ตันในปี 2025 ขณะที่การรีไซเคิลนำทองคำที่มีอยู่แล้วกลับเข้าสู่ตลาดเพียง 1,404 ตัน

  • ปริมาณสำรองทองคำที่คุ้มค่าต่อการขุด (economic reserves) รวมอยู่ที่ 54,770 ถึง 64,000 ตัน แม้การคำนวณอายุการใช้งานของปริมาณสำรองจะเปลี่ยนแปลงไปตามตัวเลขประมาณการผลผลิตที่นำมาใช้

  • ประเทศที่มีคลังทองคำใหญ่ที่สุดไม่ใช่ประเทศที่มีทองคำใต้ดินมากที่สุด สหรัฐฯ นำด้านปริมาณทองคำสำรองทางการ ขณะที่ออสเตรเลียนำด้านปริมาณสำรองที่สามารถขุดได้


ขุดทองคำได้ทั้งหมดเท่าไหร่แล้ว? 219,891 ตัน

สภาทองคำโลกประเมินว่า ณ สิ้นปี 2025 มนุษย์ขุดทองคำได้แล้วทั้งสิ้น 219,891 เมตริกตัน หรือเทียบเท่าราว 7.07 พันล้านทรอยออนซ์ โดยประมาณ 2 ใน 3 ของปริมาณดังกล่าวถูกขุดขึ้นมาหลังปี 1950 แม้มนุษย์จะทำเหมืองทองคำมาแล้วนับพันปีก็ตาม


ตัวเลขสถิตินี้เป็นหลักฐานสำคัญสำหรับผู้ที่อยากรู้ว่าทองคำในโลกมีเท่าไหร่


ตัวเลขนี้เป็นเพียงการประมาณการ ไม่ใช่การนับจริง เนื่องจากบันทึกการผลิตทองคำในยุคโบราณไม่สมบูรณ์ ทองคำที่ขุดได้เกือบทั้งหมดยังคงอยู่ในระบบจนถึงปัจจุบัน เพราะสามารถหลอมและนำกลับมาใช้ใหม่ได้โดยไม่สูญเสียเนื้อโลหะ แม้ทองคำบางส่วนจะสูญหายไปหรือไม่คุ้มค่าต่อการนำกลับมาใช้ก็ตาม


เครื่องประดับถือครองทองคำ 44% ของโลก

เครื่องประดับคือทองคำเหนือพื้นดินสัดส่วนใหญ่ที่สุด

ประเภทการถือครองทองคำ ปริมาณ (ตัน) สัดส่วน
เครื่องประดับ 97,645 44%
แท่งทองคำ เหรียญ และ ETF 50,978 23%
ธนาคารกลาง 38,666 18%
เทคโนโลยีและการใช้งานอื่นๆ 32,602 15%

เครื่องประดับมีปริมาณทองคำมากกว่าแท่งทองคำ เหรียญ และ ETF รวมกัน และมากกว่าปริมาณที่ธนาคารกลางถือครองกว่าสองเท่า


แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทองคำทั้ง 97,645 ตันนี้จะพร้อมซื้อขายได้ทันที ทองคำแท่งอาจเปลี่ยนมือได้ภายในไม่กี่นาที ขณะที่สร้อยคอในพิธีแต่งงานอาจตกทอดอยู่ในครอบครัวเดียวกันหลายชั่วอายุคน และทองคำที่อยู่ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อาจมีต้นทุนการสกัดกลับคืนสูงกว่ามูลค่าที่ได้


ราคาทองคำที่สูงขึ้นสามารถดึงดูดให้เครื่องประดับเก่า เหรียญ และทองคำแท่งเพื่อการลงทุนถูกนำกลับเข้าสู่โรงถลุง แต่ความผูกพันส่วนบุคคล นโยบายของธนาคารกลาง และต้นทุนการรีไซเคิล ยังคงทำให้ทองคำจำนวนมากอยู่นอกตลาดซื้อขายที่มีการเคลื่อนไหว


ทำไมการทำเหมืองที่ทำสถิติสูงสุดจึงแทบไม่เปลี่ยนแปลงปริมาณทองคำในตลาด

เหมืองทองคำทั่วโลกผลิตทองคำได้ 3,672 ตันในปี 2025 ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด แต่เพิ่มขึ้นจากปี 2024 เพียง 1% เท่านั้น และแม้จะเป็นผลผลิตสถิติสูงสุด ก็ยังเพิ่มปริมาณทองคำเหนือพื้นดินได้เพียง 1.7%


การทำเหมืองคือการเพิ่มทองคำใหม่เข้าสู่ปริมาณสำรองของโลก ส่วนการรีไซเคิลคือการนำโลหะที่มีอยู่แล้วในเครื่องประดับ เหรียญ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และผลิตภัณฑ์อื่นๆ กลับเข้าสู่ตลาด


ปริมาณทองคำรีไซเคิลอยู่ที่ 1,404 ตันในปี 2025 เพิ่มขึ้นเพียง 3% แม้ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นอย่างมาก เนื่องจากเครื่องประดับอาจมีคุณค่าทางอารมณ์หรือวัฒนธรรม ธนาคารกลางดำเนินนโยบายสำรองระยะยาว และทองคำที่ถือครองโดยเอกชนอาจไม่ถูกแตะต้องนานหลายทศวรรษ


การรีไซเคิลสามารถตอบสนองต่อการตัดสินใจขายได้ภายในไม่กี่วัน ขณะที่เหมืองแห่งใหม่ต้องผ่านขั้นตอนการสำรวจ เจาะสำรวจ จัดหาเงินทุน ขอใบอนุญาต และก่อสร้าง ก่อนจะเริ่มการผลิตได้ ซึ่งกระบวนการทั้งหมดอาจใช้เวลานานกว่าทศวรรษ


ราคาทองคำสามารถพุ่งขึ้นได้ภายในวันเดียว แต่ปริมาณผลผลิตจากเหมืองทำเช่นนั้นไม่ได้


ทองคำที่เหลือให้ขุดมีเท่าไหร่? 54,770 ถึง 64,000 ตัน

ปริมาณสำรองทองคำที่คุ้มค่าต่อการขุดรวมอยู่ที่ประมาณ 54,770 ถึง 64,000 ตัน โดย Metals Focus ประเมินตัวเลขที่ต่ำกว่า ขณะที่สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ประเมินปริมาณสำรองไว้ใกล้เคียงขอบบนของช่วงดังกล่าว


หากคำนวณจากอัตราการผลิตของเหมืองในปี 2025 ที่ 3,672 ตัน ปริมาณสำรองดังกล่าวเทียบเท่ากับผลผลิตประมาณ 15 ถึง 17 ปี ตัวเลขนี้ฟังดูเหมือนเส้นตาย แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่


ปริมาณสำรองนี้นับรวมเฉพาะแหล่งแร่ที่สามารถขุดได้อย่างคุ้มค่าภายใต้ราคา ต้นทุน และเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทองคำบางส่วนอาจไม่ถูกนับรวมอยู่ในตัวเลขนี้ หากมีเกรดแร่ต่ำเกินไป แหล่งแร่อยู่ลึกเกินไป หรือโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นทำให้ต้นทุนการขุดสูงเกินคุ้มค่า


นอกจากนี้ยังมีทองคำอีก 132,110 ตันที่จัดอยู่ในประเภททรัพยากรแร่ (resources) ซึ่งบางส่วนอาจไม่ถูกพัฒนาขึ้นมาใช้เลย ขณะที่บางส่วนอาจกลายเป็นปริมาณสำรองได้ หากการเจาะสำรวจพบแร่เพิ่มเติม ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น หรือกระบวนการแปรรูปที่ดีขึ้นช่วยเพิ่มอัตราการสกัดคืน


ต้นทุนพลังงาน แรงงาน และการจัดหาเงินทุนที่สูงขึ้น ก็สามารถทำให้แหล่งแร่บางแห่งหลุดออกจากหมวดปริมาณสำรองได้เช่นกัน ตัวเลข 15 ถึง 17 ปีจึงเป็นการวัดสิ่งที่สามารถขุดได้อย่างคุ้มค่าในวันนี้ ไม่ใช่การบอกว่าโลกจะหมดทองคำเมื่อใด


ปริมาณสำรองทองคำแยกตามประเทศ: สหรัฐฯ นำด้านทองคำสำรองทางการ ออสเตรเลียนำด้านแหล่งสำรองใต้ดิน

ปริมาณสำรองทองคำแยกตามประเทศอาจหมายถึงทองคำสำรองทางการที่รัฐบาลและธนาคารกลางถือครอง หรือแหล่งแร่ใต้ดินที่ถือว่าคุ้มค่าต่อการขุด

ประเทศ ปริมาณทองคำสำรองทางการ
สหรัฐอเมริกา 8,134 ตัน
เยอรมนี 3,350 ตัน
อิตาลี 2,452 ตัน
ฝรั่งเศส 2,437 ตัน
จีน 2,331 ตัน

สหรัฐฯ ถือครองทองคำสำรองทางการมากกว่าเยอรมนีกว่าสองเท่า ความเป็นผู้นำนี้สะท้อนนโยบายสำรองทางการเงินที่ดำเนินมาหลายทศวรรษ มากกว่าจะสะท้อนขนาดของแหล่งแร่ภายในประเทศ


ประเทศ ปริมาณสำรองใต้ดิน
ออสเตรเลีย 13,000 ตัน
รัสเซีย 12,000 ตัน
แอฟริกาใต้ 5,000 ตัน
อินโดนีเซีย 3,600 ตัน
แคนาดา 3,200 ตัน

ออสเตรเลียมีปริมาณสำรองใต้ดินโดยประมาณมากที่สุด ตามมาด้วยรัสเซียในระดับใกล้เคียงกัน ทั้งสองประเทศไม่ได้ติดอันดับผู้นำด้านทองคำสำรองทางการ


ประเทศที่มีคลังทองคำใหญ่ที่สุดไม่ใช่ประเทศที่มีทองคำเหลืออยู่ใต้ดินมากที่สุด


คำถามที่พบบ่อย(FAQ)

ตัวเลขประมาณการ 219,891 ตันแม่นยำแค่ไหน?

ตัวเลขนี้เป็นประมาณการที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ ไม่ใช่การนับจริง ผลผลิตจากเหมืองในยุคปัจจุบันมีการบันทึกข้อมูลอย่างครบถ้วน ขณะที่การผลิตในยุคโบราณและนอกระบบต้องอาศัยการประมาณการจากบันทึกที่ไม่สมบูรณ์ สภาทองคำโลกจะปรับปรุงตัวเลขนี้เมื่อมีข้อมูลประจำปีใหม่เข้ามา


ทองคำหายากแค่ไหนเมื่อเทียบกับเงินและแพลทินัม?

ทองคำพบในเปลือกโลกในสัดส่วนประมาณ 0.0013 ส่วนต่อล้านส่วน ตามการวัดของ Royal Society of Chemistry เงินมีปริมาณมากกว่าทองคำประมาณ 42 เท่า ขณะที่แพลทินัมมีปริมาณน้อยกว่าทองคำประมาณ 35 เท่า


ความหายากทางธรณีวิทยาไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดราคา ปริมาณการผลิต การรีไซเคิล ความต้องการใช้ในอุตสาหกรรม และความต้องการเพื่อการลงทุน ก็แตกต่างกันไปในโลหะทั้งสามชนิดนี้ด้วย


ทองคำทั้งหมดในโลกสามารถซื้อได้หรือไม่?

ไม่ใช่ ทองคำส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในรูปเครื่องประดับ ทองคำสำรองทางการ การถือครองของเอกชน และการใช้งานด้านเทคโนโลยี มีเพียงส่วนที่เจ้าของยินดีหรือสามารถขายได้เท่านั้นที่จะกลายเป็นอุปทานหมุนเวียนในตลาด


โลกจะมีวันทองคำหมดหรือไม่?

โลกไม่น่าจะขุดทองคำใต้ดินจนหมดในวันใดวันหนึ่งที่แน่นอน ปริมาณสำรองในปัจจุบันครอบคลุมเฉพาะแหล่งแร่ที่คุ้มค่าต่อการขุดในวันนี้ ขณะที่ราคา การค้นพบแหล่งแร่ใหม่ ต้นทุน และเทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาว่าแหล่งแร่ใดจะเข้าเกณฑ์ดังกล่าว ข้อจำกัดที่แท้จริงคือการหาทองคำที่สามารถพัฒนาได้อย่างคุ้มค่าและรวดเร็ว


การค้นพบแหล่งทองคำขนาดใหญ่เพียงครั้งเดียวจะทำให้ทองคำหายากน้อยลงมากได้หรือไม่?

การค้นพบแหล่งแร่ขนาดใหญ่ครั้งหนึ่งอาจเปลี่ยนโฉมหน้าของบริษัทเหมืองแร่หรืออุตสาหกรรมระดับประเทศได้ แต่ไม่ถึงกับสร้างแรงกระเพื่อมท่วมท้นต่อตลาดโลก เพราะการพัฒนาแหล่งแร่มักใช้เวลานานกว่าทศวรรษ ขณะที่ปริมาณทองคำเหนือพื้นดินที่มีอยู่แล้วใกล้แตะระดับ 220,000 ตัน


ข้อมูลปริมาณทองคำสำรองประจำปีครั้งถัดไปจะบ่งชี้ว่า ปีที่การทำเหมืองแข็งแกร่งอีกครั้งจะสามารถดันปริมาณทองคำเหนือพื้นดินให้เพิ่มขึ้นเกิน 2% ได้หรือไม่ ความต้องการของธนาคารกลางสามารถเร่งตัวขึ้นได้ภายในไม่กี่เดือน ขณะที่ปริมาณผลผลิตจากเหมืองใหม่อาจต้องใช้เวลานานกว่าทศวรรษกว่าจะตอบสนองได้


ข้อมูลสถิติทองคำที่นำเสนอทั้งหมด ช่วยตอบโจทย์ผู้อ่านที่สงสัยว่าทองคำในโลกมีเท่าไหร่ รวมถึงโครงสร้างการแบ่งสัดส่วนการถือครองและปริมาณสำรองที่ยังเหลือขุดได้
คำปฏิเสธความรับผิดชอบ: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ทั้งนี้มิได้มีเจตนาให้ถือเป็น (และไม่ควรตีความว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน คำแนะนำด้านการลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรยึดถือเป็นหลักปฏิบัติไม่ว่าในกรณีใดๆ ความคิดเห็นหรือข้อความใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ย่อมไม่ถือเป็นคำแนะนำจาก EBC หรือจากผู้เขียนที่ชี้ว่า การลงทุน หลักทรัพย์ รายการธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะมีความเหมาะสมกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
บทความแนะนำ
สาเหตุและการตอบรับราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้น
CFD กับ ETF: ความแตกต่างที่แท้จริงในด้านการเป็นเจ้าของ การใช้เลเวอเรจ และต้นทุน
โบรกเกอร์ Forex ที่ได้รับรางวัลและได้รับความไว้วางใจจากตลาดกว่า 100 ประเทศ
วิธีเริ่มเทรดฉบับมือใหม่ สู่เส้นทางนักลงทุน
อัตราเงินเฟ้อก่อนการคว่ำบาตรน้ำมันในปี 1973: บทเรียนจากวิกฤตน้ำมัน