ทองคำโลกพุ่งปรี๊ด! สูงสุดรอบ 3 สัปดาห์ จ่อทุบสถิติใหม่
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

ทองคำโลกพุ่งปรี๊ด! สูงสุดรอบ 3 สัปดาห์ จ่อทุบสถิติใหม่

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-24

ในโลกที่ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมืองกลายเป็นเรื่องปกติ ราคาทองคำโลกมักจะเป็นตัวชี้วัดที่สะท้อนอุณหภูมิของตลาดได้ชัดเจนที่สุด และในช่วงต้นสัปดาห์ของวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ สัญญาณที่ตลาดส่งออกมาก็ชัดเจนมาก ราคาทองวันนี้ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 และพุ่งทะลุระดับ 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ไปแล้ว


บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับราคาทองคำโลกในขณะนี้ อะไรคือแรงขับเคลื่อนที่แท้จริง และทำไมนักวิเคราะห์จึงมองว่าราคาทองล่าสุดอาจพุ่งทำสถิติใหม่ได้ในเร็ว ๆ นี้


ราคาทองโลกวันนี้

ราคาทองคำโลกพุ่งสูง และทำไมทุกคนต้องจับตา

ราคาทองคำโลก (Gold Spot Price หรือ XAUUSD) คือราคาซื้อขายทองคำในตลาดสากลที่กำหนดเป็นดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (Troy Ounce) ซึ่งเป็นหน่วยมาตรฐานที่ใช้ในตลาดโลหะมีค่าทั่วโลก ราคานี้เปลี่ยนแปลงตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ และสะท้อนให้เห็นถึงแรงซื้อแรงขายจากนักลงทุนทั่วโลกแบบเรียลไทม์


ต่างจากทองคำที่ซื้อขายในร้านทองในประเทศไทย ซึ่งราคาจะถูกกำหนดโดยสมาคมค้าทองคำและมีการปรับเปลี่ยนวันละหลายครั้ง ราคาทองคำโลกหรือ Gold Spot นั้นเคลื่อนไหวตลอดเวลาตามกลไกตลาดเสรีโดยตรง


ทำไมถึงสำคัญ? เพราะราคาทองคำในประเทศไทยและทั่วโลกต่างอ้างอิงจากราคา XAUUSD เป็นหลัก ดังนั้นเมื่อราคาทองคำโลกขยับขึ้นหรือลง ราคาทองในบ้านเราก็จะปรับตามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ความสำคัญของทองคำในพอร์ตการลงทุน

ทองคำไม่ใช่แค่เครื่องประดับหรือสินทรัพย์สะสม แต่มันทำหน้าที่หลายอย่างในโลกการเงิน ได้แก่

1. สินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven Asset) เมื่อตลาดหุ้น ตลาดเงิน หรือสถานการณ์การเมืองโลกปั่นป่วน นักลงทุนมักพากันหันมาถือทองคำเพิ่มขึ้น เพราะทองคำมีมูลค่าในตัวเองและไม่ผูกติดกับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลหรือสถาบันการเงินใด ๆ

2. เครื่องป้องกันเงินเฟ้อ (Inflation Hedge) เมื่ออัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น กำลังซื้อของเงินสดจะลดลง แต่ทองคำมักรักษามูลค่าได้ดีในระยะยาว ทำให้มันเป็นเกราะป้องกันที่นักลงทุนสถาบันและรายย่อยต่างนิยมใช้

3. เครื่องมือกระจายความเสี่ยง (Portfolio Diversification) ทองคำมักมีความสัมพันธ์กับสินทรัพย์อื่นอย่างหุ้นและพันธบัตรในระดับต่ำ ทำให้การมีทองคำในพอร์ตช่วยลดความผันผวนโดยรวมได้

4. สกุลเงินสากลอีกรูปแบบหนึ่ง ในช่วงวิกฤต ทองคำถูกยอมรับทั่วโลกว่ามีมูลค่า ต่างจากสกุลเงินที่อาจเสื่อมค่าจากนโยบายของรัฐบาล


ราคาทองคำโลกพุ่งขึ้นสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ เกิดอะไรขึ้น?

สถานการณ์วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าราคาทองคำตลาดสปอต (Spot Gold) ปรับตัวขึ้นกว่า 2% มาอยู่ที่ 5,206.39 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 30 มกราคมในช่วงต้นของการซื้อขาย ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำ (US Gold Futures) ส่งมอบเดือนเมษายน พุ่งขึ้นแรงถึง 2.8% ปิดที่ 5,225.60 ดอลลาร์


และในเช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 บลูมเบิร์กรายงานว่าราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่ออีก 0.2% มาอยู่ที่ระดับ 5,238.65 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 7:40 น. ตามเวลาสิงคโปร์ ถือเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ติดกัน โดยเพิ่มขึ้นกว่า 7% ในช่วงสี่วันทำการที่ผ่านมา


น่าสังเกตว่าราคาทองคำเคยทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5,594.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อวันที่ 29 มกราคมที่ผ่านมา และตอนนี้ราคากำลังไต่ระดับเข้าใกล้จุดนั้นอีกครั้ง


ปัจจัยที่ผลักดันราคาทองคำโลกให้พุ่งสูง

1. ความไม่แน่นอนเรื่องภาษีนำเข้าของทรัมป์

ปัจจัยหลักที่กระตุ้นแรงซื้อทองคำในช่วงนี้คือความวุ่นวายด้านนโยบายภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำตัดสินคัดค้านแผนภาษีตอบโต้ของเขา ทรัมป์ประกาศว่าจะขึ้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าทั้งหมดจาก 10% เป็น 15% ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดที่กฎหมายอนุญาต

ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ตลาดอยู่ในภาวะสับสน นักลงทุนจึงหันมาถือทองคำเป็นที่พักพิงมากขึ้น


2. ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงร้อนระอุ แม้ทั้งสองฝ่ายกำลังเตรียมกลับมาเจรจาเรื่องนิวเคลียร์อีกครั้ง แต่ทรัมป์ก็ยังคงปฏิเสธรายงานที่ว่าเพนตากอนกังวลเกี่ยวกับความยากลำบากที่อาจเกิดจากปฏิบัติการทางทหาร ความไม่แน่นอนนี้ทำให้นักลงทุนยังคงระแวดระวัง


3. ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่น่ากังวล

ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาดในเดือนธันวาคม ขณะที่การเติบโตทางเศรษฐกิจกลับชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสที่สี่ การรวมกันของสองปัจจัยนี้สร้างภาวะที่เรียกว่า Stagflation Concern (ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อพร้อมเศรษฐกิจซบเซา) ซึ่งทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (Fed) อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นเวลานานขึ้น


4. ตลาดเงียบช่วงตรุษจีนและแรงซื้อที่กลับมา

จีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นผู้บริโภคทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลก ปิดทำการในช่วงวันหยุดตรุษจีนและเพิ่งเปิดทำการอีกครั้ง เจฟฟรีย์ คริสเตียน หุ้นส่วนผู้จัดการของ CPM Group มองว่าเมื่อกิจกรรมในตลาดกลับมาคึกคัก แรงซื้อจากจีนที่เพิ่มเข้ามาอาจผลักดันให้ราคาทองคำเรียลไทม์พุ่งสูงขึ้นได้อีก


ราคาโลหะมีค่าชนิดอื่น ณ วันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ 2569

นอกจากราคาทองคำโลกแล้ว โลหะมีค่าชนิดอื่นก็ปรับตัวขึ้นด้วยเช่นกัน

ราคาเงินตลาดสปอต (Spot Silver) พุ่งขึ้นแรงถึง 3.2% มาอยู่ที่ 87.23 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่าสองสัปดาห์ ขณะที่เช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ราคาเงินขยับขึ้นอีก 0.3% มาอยู่ที่ 88.49 ดอลลาร์ ส่วนแพลทินัม (Platinum) ปรับตัวขึ้น 0.6% และแพลเลเดียม (Palladium) ขยับขึ้น 0.5% สะท้อนให้เห็นว่าแรงซื้อกระจายไปยังโลหะมีค่าทุกประเภท ไม่ใช่เฉพาะทองคำเท่านั้น


ราคาทองคำโลกจะไปถึงไหน

เจฟฟรีย์ คริสเตียน จาก CPM Group ให้มุมมองที่น่าสนใจว่า "ในช่วงหลายไตรมาสข้างหน้า เราคิดว่าราคาทองคำจะยังคงสูงขึ้นและอาจทำสถิติใหม่"


ปัจจัยที่ต้องจับตาในช่วงนี้มีหลายอย่างด้วยกัน ได้แก่ สัญญาณจากกรรมการเฟดที่จะออกมาแสดงความเห็นในสัปดาห์นี้ว่าจะปรับทิศทางนโยบายดอกเบี้ยอย่างไร ความคืบหน้าของการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงการกลับมาของตลาดจีนหลังหยุดยาวตรุษจีน


หากเฟดส่งสัญญาณว่าอาจลดดอกเบี้ยได้เร็วกว่าที่คาด ราคาทองคำก็มีโอกาสพุ่งขึ้นแรงอีกครั้ง เพราะโดยปกติแล้วทองคำมักให้ผลตอบแทนดีในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ


บทสรุป: ทองคำในยุคแห่งความไม่แน่นอน คือโอกาสที่ต้องไม่มองข้าม

ราคาทองคำโลกที่พุ่งขึ้นต่อเนื่องในช่วงนี้ไม่ใช่แค่ตัวเลขในหน้าจอ แต่มันสะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนทั่วโลกที่กำลังมองหาที่พักพิงที่ปลอดภัยในช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูไม่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หรืออัตราเงินเฟ้อที่ยังคงสูง


สำหรับนักลงทุนที่กำลังพิจารณาจะเพิ่มทองคำในพอร์ต นี่คือช่วงเวลาที่ควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน ทำความเข้าใจปัจจัยที่ส่งผลต่อราคา และวางแผนอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ


ติดตามราคาทองเรียลไทม์และวิเคราะห์ตลาด XAUUSD ได้ที่ EBC Financial Group ซึ่งมีเครื่องมือและข้อมูลครบถ้วนสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงตลาดโลหะมีค่าอย่างมืออาชีพ


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับราคาทองคำโลก

1: ราคาทองคำโลกวันนี้อยู่ที่เท่าไหร่? 

ณ เช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ราคาทองคำโลกตลาดสปอต (XAUUSD) อยู่ที่ประมาณ 5,238-5,240 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 ซึ่งนักลงทุนสามารถตรวจสอบราคาทองเรียลไทม์ได้ผ่านแพลตฟอร์มของ EBC Financial Group


2: ทำไมราคาทองคำถึงขึ้นแรงในช่วงนี้? 

ปัจจัยหลักมาจากความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีของทรัมป์หลังศาลฎีกาคัดค้านแผนเดิม บวกกับความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ส่งสัญญาณน่ากังวล ทำให้นักลงทุนทั่วโลกหันมาซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำมากขึ้น


3: ราคาทองคำโลกจะทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ไหม? 

นักวิเคราะห์จาก CPM Group มองว่ามีโอกาสสูงที่ราคาจะทำสถิติใหม่ในช่วงหลายไตรมาสข้างหน้า โดยสถิติเดิมอยู่ที่ 5,594.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 อย่างไรก็ตาม การลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเสมอ


4: XAUUSD และ Gold Spot ต่างกันอย่างไร? 

XAUUSD คือสัญลักษณ์ที่ใช้ในตลาด Forex สำหรับคู่การซื้อขายทองคำ (XAU) เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ (USD) ส่วน Gold Spot หรือราคาทองตลาดสปอต คือราคาซื้อขายทองคำจริงในตลาดปัจจุบัน ทั้งสองอ้างอิงราคาเดียวกัน แต่ XAUUSD มักใช้ในบริบทของการเทรด Forex และ CFD (สัญญาส่วนต่างราคา)


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
เมื่อตลาดเปลี่ยนจาก "คลั่งรัก AI" สู่ความ "หวาดผวา": เจาะลึกเบื้องหลังการเทขายครั้งใหญ่ที่สั่นสะเทือน Wall Street
หุ้นโลกดีดแรง! S&P 500 - Nasdaq ฟื้นคืนชีพ ท่ามกลางศึก 'เฟด vs ทรัมป์' ที่ยังไม่จบ
กรีนแลนด์เป็นชนวนเบื้องหลังพรีเมียมความเสี่ยงใหม่ของแนวโน้มทองหรือไม่?
หุ้น ดาวโจนส์ฟื้นตัวหลังร่วงหนัก กองทุนแห่ Short หุ้นซอฟต์แวร์ท่ามกลางความกังวล AI
ราคาทองโลกล่าสุดทะลุ 5,090 ดอลลาร์ ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์: เหตุใดจึงพุ่งขึ้น และเป้าหมายต่อไปคือ 5,400 ดอลลาร์?