เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-18
ถ้าคุณติดตามตลาด Forex หรือสนใจค่าเงินนิวซีแลนด์ (NZD) เป็นประจำ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2026 คือวันที่คุณต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะธนาคารกลางนิวซีแลนด์ หรือ Reserve Bank of New Zealand (RBNZ) ไม่เพียงแต่ประกาศผลการประชุมนโยบายการเงินครั้งแรกของปีเท่านั้น แต่ยังเป็นครั้งแรกที่ผู้ว่าการคนใหม่ ดร. Anna Breman ก้าวขึ้นแถลงต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการด้วย
การแถลงข่าวของผู้ว่าการธนาคารกลางไม่ใช่เรื่องธรรมดา เพราะทุกคำพูด ทุกน้ำเสียง และทุกสัญญาณที่ส่งออกมาจากห้องแถลงข่าว ล้วนมีผลต่อทิศทางของค่าเงินนิวซีแลนด์โดยตรง นักเทรด นักลงทุน และผู้จัดการกองทุนทั่วโลกต่างรอฟังสิ่งที่เธอจะพูดในวันนี้
RBNZ หรือ Reserve Bank of New Zealand คือธนาคารกลางของนิวซีแลนด์ ทำหน้าที่กำหนดนโยบายการเงินของประเทศ โดยเครื่องมือหลักที่ใช้คือการปรับ อัตราดอกเบี้ยนโยบาย ที่เรียกว่า Official Cash Rate หรือ OCR
OCR ทำงานแบบนี้ค่ะ เมื่อ RBNZ ขึ้นดอกเบี้ย เงินทุนต่างชาติจะไหลเข้านิวซีแลนด์มากขึ้นเพราะผลตอบแทนสูงกว่า ส่งผลให้ค่าเงิน NZD แข็งค่าขึ้น ในทางกลับกัน หาก RBNZ ลดดอกเบี้ย ค่าเงินมักอ่อนตัวลง
RBNZ ประชุมนโยบายการเงินปีละ 7 ครั้ง และทุกครั้งที่มีการประกาศผล ตลาดค่าเงินจะตอบสนองทันที โดยเฉพาะคู่เงิน NZD/USD ที่เป็นที่นิยมในหมู่นักเทรด Forex ทั่วโลก

ดร. Anna Breman เพิ่งรับตำแหน่งผู้ว่าการ RBNZ และการประชุมในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 นี้คือครั้งแรกที่เธอนั่งหัวโต๊ะในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายการเงิน (Monetary Policy Committee)
สำหรับตลาดการเงิน การเปลี่ยนผู้นำธนาคารกลางเปรียบเหมือนการเปลี่ยนกัปตันเรือกลางทะเลทุกคนต้องการรู้ว่ากัปตันคนใหม่จะพาเรือไปทางไหน เธอจะยึดแนวทางของผู้ว่าคนก่อนอย่าง Christian Hawkesby ที่เคยบอกว่า "คาดว่าจะคง OCR ไว้ตลอดปี 2026" หรือจะมีมุมมองใหม่ที่แตกต่างออกไป
นั่นคือเหตุผลว่าทำไมการแถลงข่าวครั้งแรกของ Breman ถึงเป็นเหตุการณ์ที่ตลาดรอคอยมากกว่าตัวผลการประชุมเสียอีก
ผลการประชุมออกมาตามที่ตลาดคาดไว้ทุกประการ RBNZ ตัดสินใจ คง OCR ไว้ที่ 2.25% โดยไม่มีการปรับขึ้นหรือลง
นี่คือการหยุดพักหลังจากที่ RBNZ ลดดอกเบี้ยมาแล้วติดต่อกัน 3 ครั้ง ซึ่งสะท้อนว่าธนาคารกลางเริ่มมองว่าเศรษฐกิจนิวซีแลนด์กำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว แต่ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะถอนมาตรการกระตุ้น (Accommodative Policy) ออกได้เต็มที่
คณะกรรมการระบุว่าเงินเฟ้อ (Inflation) ประจำปี ณ สิ้นปี 2025 อยู่สูงกว่ากรอบเป้าหมาย 1-3% เล็กน้อย แต่คาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในไตรมาสปัจจุบัน ตลาดแรงงานเริ่มมีเสถียรภาพ แต่อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ยังอยู่ในระดับสูงที่ 5.4% ขณะที่การใช้จ่ายของภาคครัวเรือนยังระมัดระวัง แม้ว่าการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจจะเริ่มฟื้นตัว คณะกรรมการยังย้ำชัดว่า "นโยบายการเงินจำเป็นต้องผ่อนคลายต่อไปอีกระยะหนึ่ง"
หนึ่งในข้อมูลที่นักลงทุนให้ความสนใจมากที่สุดในการประชุม RBNZ คือ ประมาณการ OCR ในอนาคต ซึ่ง RBNZ เผยแพร่พร้อมกับ Monetary Policy Statement (MPS)
ตัวเลขที่ออกมาน่าสนใจมาก เพราะ RBNZ ปรับประมาณการ OCR ขึ้นจากครั้งก่อนในทุกช่วงเวลา:
มิถุนายน 2026: คาด OCR ที่ 2.26% (จากเดิม 2.20%)
มีนาคม 2027: คาด OCR ที่ 2.52% (จากเดิม 2.34%)
มิถุนายน 2027: คาด OCR ที่ 2.62% (จากเดิม 2.45%)
มีนาคม 2029: คาด OCR ที่ 3.00%
RBNZ กำลังเริ่มส่งสัญญาณว่าวัฏจักรการขึ้นดอกเบี้ย (Rate Hike Cycle) กำลังใกล้เข้ามา แม้จะยังไม่ใช่ตอนนี้ก็ตาม ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของนักวิเคราะห์จาก BBH ที่ระบุว่าตลาด Swaps กำลังคาดการณ์ว่า RBNZ จะขึ้นดอกเบี้ยรวม 50 basis points ในช่วง 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อค่าเงิน NZD
เวลา 02:00 GMT คือช่วงเวลาที่ผู้ว่า Breman ก้าวขึ้นเวทีแถลงข่าวเป็นครั้งแรก โดยเปิดรับคำถามจากสื่อมวลชน
ในแถลงการณ์นี้ ตลาดกำลังรอฟัง 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. ท่าทีต่อเงินเฟ้อ เธอจะประเมินความเสี่ยงเงินเฟ้อรุนแรงแค่ไหน? จากรายงานพบว่า ความคาดหวังเงินเฟ้อ 2 ปีของนิวซีแลนด์ปรับขึ้นมาอยู่ที่ 2.37% ในไตรมาส 1 ปี 2026 ซึ่งสูงกว่าไตรมาสก่อนที่ 2.28%
2. ทิศทางนโยบายการเงิน เธอจะส่งสัญญาณ Hawkish (เข้มงวด) หรือ Dovish (ผ่อนคลาย) มากกว่าที่ตลาดคาด?
3. มุมมองต่อเศรษฐกิจโลก ความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และผลกระทบต่อนิวซีแลนด์ในฐานะประเทศเปิดที่พึ่งพาการส่งออก จะถูกกล่าวถึงมากแค่ไหน?

ทันทีที่ RBNZ ประกาศผลการประชุม ค่าเงิน NZD/USD ปรับตัวลงทันที โดยลดลงราว 0.34% มาอยู่ที่ระดับ 0.6026 ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าแม้ผลการประชุมจะออกมาตรงตามที่ตลาดคาด แต่นักลงทุนบางส่วนก็อาจหวังสัญญาณที่ Hawkish กว่านี้
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมทางเทคนิค (Technical Analysis) ของ NZD/USD ยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปในเชิงลบ เพราะ:
ดัชนี RSI (Relative Strength Index) 14 วัน ยังคงอยู่เหนือระดับกึ่งกลางที่ 50 แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 0.6100 หากทะลุขึ้นไปได้ เป้าหมายถัดไปคือ 0.6150 และ 0.6200 ส่วนแนวรับสำคัญอยู่ที่ 0.6000 และหากหลุดลงมา จะทดสอบ 0.5928 ก่อนที่จะลงไปยังบริเวณ 0.5875 ซึ่งเป็นจุดที่เส้นค่าเฉลี่ย MA 50 วัน และ MA 200 วัน กำลังจะตัดกัน (Golden Cross)
การติดตามค่าเงินนิวซีแลนด์ไม่ได้มองแค่การประชุม RBNZ รอบเดียว แต่ต้องมองภาพรวมหลายปัจจัยประกอบกัน
ปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่ ทิศทางของ OCR และประมาณการในอนาคต, ตัวเลขเงินเฟ้อ CPI รายไตรมาส, อัตราการว่างงานและตัวเลขการจ้างงาน, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
ปัจจัยภายนอก ได้แก่ ทิศทางดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ NZD/USD, ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์นมและเนื้อสัตว์ที่นิวซีแลนด์ส่งออก, การเติบโตของเศรษฐกิจจีนในฐานะคู่ค้าหลัก รวมถึงความตึงเครียดทางการค้าโลก
หลายคนอาจสงสัยว่า ค่าเงินของประเทศที่อยู่ไกลถึงนิวซีแลนด์มีความเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร?
คำตอบคือ ค่าเงิน NZD เป็นหนึ่งในสกุลเงินหลัก (Major Currency) ที่ถูกเทรดมากที่สุดในโลก และความเคลื่อนไหวของมันสะท้อน ความเชื่อมั่นของนักลงทุนโลกต่อภาวะเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
สำหรับนักเทรด Forex ชาวไทย คู่เงิน NZD/USD และ NZD/JPY เป็นคู่เงินที่มีความผันผวนสูงในช่วงที่ RBNZ ประกาศนโยบาย ซึ่งเปิดโอกาสทั้งการเทรดระยะสั้นและการวางกลยุทธ์ระยะกลาง
สำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจตลาด Forex อย่างลึกซึ้ง การเรียนรู้วิธีอ่านสัญญาณจากธนาคารกลางคือทักษะที่สำคัญมาก นี่คือหลักการพื้นฐาน:
Hawkish (เหยี่ยว) หมายถึงธนาคารกลางมีท่าทีเข้มงวดต่อเงินเฟ้อ พร้อมขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งมักส่งผลให้ค่าเงินแข็งค่า
Dovish (นกพิราบ) หมายถึงธนาคารกลางมีท่าทีผ่อนคลาย พร้อมลดดอกเบี้ยหรือคงไว้นาน ซึ่งมักส่งผลให้ค่าเงินอ่อนค่า
Neutral คือท่าทีกลาง ซึ่งตลาดมักตอบสนองด้วยความผันผวนต่ำกว่า
ในกรณีของ Breman ครั้งนี้ สัญญาณที่ออกมาค่อนข้าง Neutral-to-Hawkish เพราะแม้จะคงดอกเบี้ยไว้ แต่ประมาณการ OCR ที่ถูกปรับขึ้นทุกช่วงเวลาบ่งชี้ว่า RBNZ กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคต
การแถลงข่าวครั้งแรกของผู้ว่า Anna Breman ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นมากกว่าแค่การประกาศผลการประชุม มันคือจุดเริ่มต้นของบทใหม่ในประวัติศาสตร์นโยบายการเงินนิวซีแลนด์
สัญญาณที่ออกมาชัดเจนว่า RBNZ กำลังเดินหน้าออกจากโหมดกระตุ้นเศรษฐกิจ (Stimulus Mode) ไปสู่โหมดทำให้นโยบายกลับสู่ปกติ (Normalization Mode) อย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งในภาษาของนักลงทุนแปลว่า ค่าเงิน NZD มีแนวโน้มได้รับแรงหนุนในระยะกลางถึงยาว หากเศรษฐกิจนิวซีแลนด์ฟื้นตัวตามที่ RBNZ คาดการณ์ไว้
สำหรับนักลงทุนและนักเทรด ช่วงเวลาแบบนี้คือโอกาส ไม่ใช่สิ่งที่ต้องกลัว ผู้ที่เข้าใจกลไกของธนาคารกลางและรู้จักอ่านสัญญาณจากตลาดจะสามารถวางกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
OCR ย่อมาจาก Official Cash Rate คืออัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ RBNZ กำหนดเพื่อควบคุมเงินเฟ้อและกระตุ้นเศรษฐกิจ เมื่อ OCR สูงขึ้น นักลงทุนต่างชาติมักนำเงินเข้ามาลงทุนในนิวซีแลนด์มากขึ้นเพราะผลตอบแทนสูงกว่า ทำให้ค่าเงิน NZD แข็งค่าขึ้น และในทางกลับกันเมื่อ OCR ลดลง
แถลงการณ์ของผู้ว่าการธนาคารกลางมักทำให้ค่าเงินผันผวนอย่างรุนแรงในระยะสั้น เพราะตลาดพยายามตีความทิศทางนโยบายอนาคต ถ้าผู้ว่าส่งสัญญาณ Hawkish (พร้อมขึ้นดอกเบี้ย) ค่าเงิน NZD มักแข็งค่า ถ้าส่งสัญญาณ Dovish (พร้อมลดดอกเบี้ย) ค่าเงินมักอ่อนตัว
ณ เวลาที่รายงานนี้เผยแพร่ NZD/USD อยู่ที่ประมาณ 0.6026 และมีแนวรับสำคัญที่ 0.6000 ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 0.6100 ทิศทางในระยะกลางขึ้นอยู่กับว่าเศรษฐกิจนิวซีแลนด์จะฟื้นตัวได้ตามที่ RBNZ คาดหวังหรือไม่ และทิศทางนโยบายของ Fed สหรัฐฯ จะเป็นอย่างไร
ทุกคนที่เทรดคู่เงิน NZD ในตลาด Forex ควรติดตามปฏิทินการประชุม RBNZ ทุกครั้ง รวมถึงนักลงทุนที่สนใจตลาดเอเชีย-แปซิฟิก นักธุรกิจที่มีธุรกรรมเกี่ยวกับนิวซีแลนด์ และผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจภาพรวมนโยบายการเงินโลก
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ