เทรด Forex หรือเทรดหุ้น: เส้นทางไหนเหมาะกับคุณ คู่มือเปรียบเทียบฉบับสมบูรณ์
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

เทรด Forex หรือเทรดหุ้น: เส้นทางไหนเหมาะกับคุณ คู่มือเปรียบเทียบฉบับสมบูรณ์

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-04

เทรด Forex


หากคุณกำลังยืนอยู่ที่จุดเริ่มต้นของการเดินทางในโลกการเทรด คำถามแรกที่ผุดขึ้นในใจมักจะเป็น: "ควรเทรด Forex หรือหุ้นดี?"


ทั้งสองตลาดต่างมีเสน่ห์และโอกาสในการสร้างผลตอบแทน แต่กลไกการทำงาน ความเสี่ยง และรูปแบบการเทรดนั้นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้จะพาคุณสำรวจทุกมิติของทั้งสองตลาด เพื่อให้คุณค้นพบเส้นทางที่เหมาะสมกับเป้าหมายและสไตล์การลงทุนของคุณเอง


Forex คืออะไร ทำความรู้จักตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราที่ใหญ่ที่สุดในโลก

เทรด Forex หรือ Foreign Exchange คือการซื้อขายคู่สกุลเงินในตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ เมื่อคุณเทรดในตลาดนี้ คุณจะซื้อสกุลเงินหนึ่งและขายอีกสกุลเงินหนึ่งพร้อมกัน เช่น คู่เงิน EUR/USD หมายถึงการเทรดเงินยูโรเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ


นักเทรดในตลาด Forex มุ่งหวังทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน บางคนถือสถานะเพียงไม่กี่นาที ในขณะที่บางคนอาจถือไว้หลายวันหรือหลายสัปดาห์


จุดเด่นของตลาด Forex ที่นักเทรดต้องรู้

ปริมาณการซื้อขายมหาศาล: มูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวัน

  • เปิดทำการ 24 ชั่วโมง: ตลอด 5 วันต่อสัปดาห์ ให้ความยืดหยุ่นสูงสุด

  • ไม่มีศูนย์กลางเดียว: เป็นตลาดแบบกระจายศูนย์ (Decentralised)

  • ศูนย์การเทรดทั่วโลก: ลอนดอน นิวยอร์ก โตเกียว และซิดนีย์


ทำไม Forex จึงเป็นที่นิยมในหมู่นักเทรดมือใหม่

การเทรด Forex มีความเข้าถึงง่าย คุณสามารถเริ่มต้นด้วยเงินทุนไม่มาก และโบรกเกอร์ส่วนใหญ่อย่าง EBC Financial Group มีบัญชีทดลอง (Demo Account) ให้ฝึกฝนด้วยเงินเสมือนก่อนลงทุนจริง


นอกจากนี้ ตลาด Forex ยังมีสภาพคล่องสูงมาก โดยเฉพาะคู่เงินยอดนิยมอย่าง EUR/USD หรือ GBP/USD ทำให้คุณสามารถเข้าและออกจากสถานะได้อย่างรวดเร็วไร้สะดุด


ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคา Forex

ราคาในตลาด Forex ถูกกำหนดโดยปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคและข่าวสารระดับโลก ได้แก่:

  • การตัดสินใจของธนาคารกลาง (เช่น การปรับอัตราดอกเบี้ย)

  • ข้อมูลเงินเฟ้อและอัตราการว่างงาน

  • รายงานการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP)

  • เหตุการณ์ทางการเมืองและความตึงเครียดระหว่างประเทศ


นักเทรดที่ประสบความสำเร็จจะติดตามปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพราะอัตราแลกเปลี่ยนมักตอบสนองต่อเหตุการณ์โลกอย่างรวดเร็ว


Expert Insight: ผู้เชี่ยวชาญจาก EBC Financial Group แนะนำว่า "การใช้ปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้นักเทรดคาดการณ์ความเคลื่อนไหวของตลาดล่วงหน้า และวางกลยุทธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ"


หุ้นคืออะไร? เข้าใจตลาดหลักทรัพย์

การเทรดหุ้น หมายถึงการซื้อขายหุ้นของบริษัทต่างๆ เมื่อคุณซื้อหุ้น คุณกำลังเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัทนั้น หากบริษัทมีผลกำไรเติบโต มูลค่าหุ้นของคุณก็อาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และหลายบริษัทยังจ่ายเงินปันผล (Dividends) ให้แก่ผู้ถือหุ้นอีกด้วย


หุ้นซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ที่มีศูนย์กลาง เช่น ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE), NASDAQ ในสหรัฐฯ และตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน (LSE) โดยมีเวลาเปิดทำการที่กำหนด (เช่น NYSE เปิด 9:30-16:00 น. ตามเวลาท้องถิ่น)


ลักษณะสำคัญของตลาดหุ้น

  • ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ที่มีศูนย์กลาง

  • เปิดทำการเฉพาะช่วงเวลาที่กำหนด

  • ได้รับอิทธิพลจากข่าวบริษัท ผลประกอบการ และสภาวะตลาดโดยรวม

  • มีทั้งนักเทรดระยะสั้นและนักลงทุนระยะยาว


ณ ต้นปี 2025 มูลค่าตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 128 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะเติบโต 8.08% ต่อปี โดยในปี 2026 คาดว่าจะแตะ 138.42 ล้านล้านดอลลาร์


อะไรกำหนดราคาหุ้น

ราคาหุ้นถูกขับเคลื่อนโดยข้อมูลเฉพาะของบริษัท เช่น:

  • รายงานผลประกอบการ

  • การเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร

  • การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่

  • อัตราดอกเบี้ยและเหตุการณ์ทางการเมือง (ผลกระทบรอง)

ซึ่งแตกต่างจากนักเทรด Forex ที่มุ่งเน้นแนวโน้มเศรษฐกิจ นักเทรดหุ้นมักศึกษาบริษัทและอุตสาหกรรมเฉพาะอย่างละเอียด


ข้อบังคับและความโปร่งใส

ตลาดหุ้นได้รับการกำกับดูแลอย่างเข้มงวด บริษัทมหาชนต้องเปิดเผยรายงานทางการเงินเป็นประจำ ทำให้นักเทรดเข้าถึงข้อมูลที่เชื่อถือได้ ความโปร่งใสนี้เป็นจุดดึงดูดสำคัญสำหรับนักลงทุนระยะยาว


ความแตกต่างหลักระหว่าง Forex และหุ้น

แม้ว่าการเทรด Forex และหุ้นต่างมีเป้าหมายเดียวกัน คือการทำกำไร แต่กลไกการทำงานนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

คุณลักษณะ

ตลาด Forex

ตลาดหุ้น

สิ่งที่ซื้อขาย

คู่สกุลเงิน (เช่น EUR/USD, USD/JPY)

หุ้นรายบริษัท (เช่น Apple, PTT)

เวลาทำการ

24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ (จันทร์-ศุกร์)

จำกัดตามเวลาตลาด ของแต่ละประเทศ

สภาพคล่อง

สูงมาก (เข้า-ออกออเดอร์ได้ทันที)

ต่ำกว่า (ขึ้นอยู่กับปริมาณการซื้อขายของหุ้นตัวนั้น)

ความผันผวน

สูง มักเคลื่อนไหวรุนแรงตามข่าวเศรษฐกิจ

ปานกลาง-สูง ขึ้นอยู่กับปัจจัยเฉพาะตัวของบริษัท

ต้นทุนการเทรด

Spread ต่ำ, ส่วนใหญ่ไม่มีค่าคอมมิชชั่น

มักมีค่าคอมมิชชั่น และ Spread กว้างกว่า

เลเวอเรจ (Leverage)

สูง (ช่วยให้คุมเงินจำนวนมากด้วยทุนน้อย)

ต่ำ มักถูกจำกัดโดยกฎระเบียบที่เข้มงวด

ปัจจัยขับเคลื่อน

นโยบายการเงิน, อัตราดอกเบี้ย, GDP

งบการเงิน, ปันผล, การบริหารงาน, ข่าวอุตสาหกรรม

ความเป็นเจ้าของ

ไม่มี (เป็นการเก็งกำไรส่วนต่างค่าเงิน)

มี (เป็นเจ้าของส่วนหนึ่งและมีสิทธิรับปันผล)



ข้อดี-ข้อเสีย: วิเคราะห์ทุกมุมก่อนตัดสินใจ

ข้อดีของ Forex

  • ความยืดหยุ่นสูงสุด: เทรดได้ 24 ชั่วโมง ตลอด 5 วัน ไม่ว่าคุณจะทำงานกะวันหรือกะกลางคื

  • เริ่มต้นง่าย: เงินทุนเริ่มต้นต่ำ เหมาะกับนักเทรดมือใหม่

  • สภาพคล่องสูง: เข้า-ออกสถานะรวดเร็ว

เหมาะกับ Technical Analysis: เครื่องมือกราฟและตัวชี้วัดมากมาย


ข้อควรระวังของ Forex

  • เลเวอเรจสูง: อาจขยายทั้งกำไรและขาดทุน

  • ตลาดเคลื่อนไวเร็ว: ข่าวโลกส่งผลกระทบทันที

  • การกำกับดูแลแตกต่างกัน: ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ (เลือก EBC Financial Group ที่ได้รับการควบคุมอย่างเป็นทางการ)


ข้อดีของหุ้น

ความเป็นเจ้าของจริง: ถือหุ้น = ถือส่วนหนึ่งของบริษัท

  • ความโปร่งใส: ตลาดได้รับการกำกับดูแล ข้อมูลเข้าถึงง่าย

  • ผลตอบแทนระยะยาว: เติบโตพร้อมเงินปันผล

  • ติดตามง่าย: วิเคราะห์จากผลประกอบการบริษัท


เส้นทางไหนเหมาะกับคุณ? ค้นหาคำตอบที่นี่

คุณอาจชอบ Forex หาก:

  • ต้องการความยืดหยุ่นในการเทรดทุกช่วงเวลา

  • สนุกกับการวิเคราะห์กราฟและตัวชี้วัดทางเทคนิค

  • ชื่นชอบตลาดที่เคลื่อนไหวเร็วและการเทรดระยะสั้น

  • พร้อมเรียนรู้และปรับตัวกับความผันผวน


คุณอาจชอบหุ้นหาก:

  • มุ่งเน้นการลงทุนระยะยาว

  • สนใจศึกษาผลการดำเนินงานของบริษัทต่างๆ

  • ต้องการตลาดที่มีความโปร่งใสและถูกกำกับดูแล

  • อยากได้รายได้จากเงินปันผลพร้อมการเติบโตของพอร์ต

ไม่มีใครบอกว่าคุณต้องเลือกแค่อันเดียว นักเทรดหลายคนผลัดเปลี่ยนการเทรด Forex สำหรับการเทรดระยะสั้น และถือหุ้นไว้เพื่อการลงทุนระยะยาว


เรียนรู้จากนักเทรดจริง: 3 สไตล์การเทรดที่น่าสนใจ

Mark - นักเทรด Forex แบบ Day Trader

Mark อยู่ในยุโรปและเทรด Forex คู่เงิน EUR/USD ในช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดคึกคักที่สุด เขาใช้กราฟราคา ตัวชี้วัดทางเทคนิค และปฏิทินเศรษฐกิจเพื่อจับจังหวะ โดยเฉพาะช่วงประกาศข่าวสำคัญอย่างการปรับอัตราดอกเบี้ย

เป้าหมายของเขาคือจับผลต่างราคาเล็กๆ ตลอดทั้งวัน และปิดสถานะทั้งหมดก่อนตลาดซบเซา สำหรับเขา การเทรด Forex คือความรวดเร็ว ความมุ่งมั่น และความยืดหยุ่น


Leila - นักลงทุนหุ้นระยะยาว

Leila ทำงานประจำด้านการตลาด และต้องการเติบโตทางการเงินอย่างมั่นคง เธอศึกษาบริษัทอย่าง Microsoft และ Apple โดยดูจากสุขภาพการเงิน แนวโน้มอุตสาหกรรม และแผนระยะยาว

หลังจากซื้อหุ้น เธอวางแผนถือไว้หลายปี รับผลตอบแทนจากการเติบโตของราคาและเงินปันผล เธอเช็คพอร์ตเป็นครั้งคราว แต่ไม่กังวลกับความผันผวนรายวัน แนวทางของเธอคือ สงบ อดทน และมุ่งสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว


Jason - นักเทรดแบบ Hybrid

Jason ชอบความหลากหลาย เขาเทรด Forex 1-2 ชั่วโมงในตอนเช้า โดยมุ่งเน้นคู่เงินยอดนิยมอย่าง GBP/USD ในขณะเดียวกัน เขาก็ถือพอร์ตหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและพลังงานไว้ลงทุนระยะยาว

กลยุทธ์คู่นี้ให้เขาทั้งความคล่องตัวในตลาดและความมั่นคงในอนาคต เขาใช้ Forex สำหรับการเทรดยุทธวิธีอย่างรวดเร็ว และหุ้นสำหรับการเติบโตเชิงกลยุทธ์อย่างช้าๆ แต่แน่นอน



คำถามยอดนิยมเกี่ยวกับ Forex VS หุ้น

ตลาดไหนผันผวนกว่ากัน?

 Forex มักมีความผันผวนระยะสั้นสูงกว่า โดยเฉพาะช่วงข่าวเศรษฐกิจ ส่วนหุ้นจะผันผวนเมื่อมีข่าวเฉพาะบริษัท


ตลาดไหนมีต้นทุนต่ำกว่า?

 Forex โดยทั่วไปมีต้นทุนต่ำกว่า เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่เก็บค่าคอมมิชชั่น มีแค่ Spread แคบๆ


ตลาดไหนมีสภาพคล่องสูงกว่า?

 Forex มีสภาพคล่องสูงกว่า โดยเฉพาะคู่เงินหลัก ทำให้เข้า-ออกสถานะได้รวดเร็ว


ตลาดไหนง่ายกว่าสำหรับมือใหม่?

 ทั้งสองตลาดเข้าถึงง่ายผ่านออนไลน์ แต่ Forex มักต้องใช้ทุนเริ่มต้นน้อยกว่าและมีบัญชีทดลองมากกว่า


ใช้ Technical Analysis ได้ทั้งสองตลาดไหม?

 ได้ นักเทรดใช้กราฟและตัวชี้วัดได้ทั้งใน Forex และหุ้น


Fundamental Analysis สำคัญมากกว่าในตลาดไหน?

 สำคัญทั้งคู่ แต่ในหุ้นจะดูผลประกอบการบริษัท ส่วนในการเทรด Forex จะวิเคราะห์เศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย


เทรดรายวันได้ทั้งสองตลาดไหม?

 ได้ แต่ Forex เหมาะกว่า เพราะเปิดนานและมีสภาพคล่องสูง


ตลาดไหนมีความเสี่ยงมากกว่า?

 Forex อาจมีความเสี่ยงสูงกว่าสำหรับมือใหม่ เพราะเลเวอเรจสูงและราคาเคลื่อนไวเร็ว แต่หุ้นแต่ละตัวก็มีความเสี่ยงขึ้นอยู่กับบริษัท


ตลาดไหนดีกว่าสำหรับนักเทรดระยะสั้น?

Forex เพราะออกแบบมาสำหรับการเทรดบ่อยและเปิดเกือบตลอดเวลา


ตลาดไหนดีกว่าสำหรับนักลงทุนระยะยาว?

หุ้น เพราะมีเงินปันผล ศักยภาพเติบโตระยะยาว และความโปร่งใสสูง


สรุป: เลือกตลาดที่ใช่ เริ่มต้นด้วยความมั่นใจ

ทั้งการเทรด Forex และหุ้นต่างเปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนในแบบของตัวเอง Forex เหมาะกับผู้ที่ต้องการความยืดหยุ่น การเทรดบ่อย และการเคลื่อนไหวเร็ว ส่วนหุ้นเหมาะกับผู้ที่มองหาความมั่นคง การเป็นเจ้าของจริง และการเติบโตระยะยาว


สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่าตลาดไหนดีกว่ากัน แต่คือตลาดไหนเหมาะกับคุณ มากกว่า

ด้วย EBC Financial Group คุณไม่ต้องเดินเพียงลำพัง เรามีทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อเติบโตในโลกการเทรด ตั้งแต่เครื่องมือ ความรู้ ไปจนถึงการสนับสนุนตลอดเส้นทาง


เริ่มต้นวันนี้ ไปถึงเป้าหมายพรุ่งนี้กับ EBC Financial Group


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
เทรด Forex ให้ได้กำไรด้วยกลยุทธ์และแนวคิดที่ถูกต้อง
วิธีเริ่มเทรดฉบับมือใหม่ สู่เส้นทางนักลงทุน
เส้นทางสู่ Day Trader มืออาชีพ เริ่มต้นได้จากที่บ้าน
Forex กับ หุ้น มือใหม่เลือกเทรดแบบไหนดี?
Responsible AI ในอุตสาหกรรมการเงินที่จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลในตลาด Forex