เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-05
กราฟแท่งเทียนเป็นหนึ่งในวิธีที่นิยมใช้มากที่สุดในการดูความเคลื่อนไหวของราคาในตลาด Forex กราฟนี้แสดงให้เห็นทั้งทิศทางราคาและพฤติกรรมของเทรดเดอร์ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อคุณเข้าใจวิธีอ่านแท่งเทียนแล้ว คุณจะสามารถมองเห็นรูปแบบ จุดกลับตัว และจุดตัดสินใจสำคัญในตลาดได้อย่างมั่นใจมากขึ้น
แท่งเทียนแสดงให้เห็นว่าราคาเคลื่อนไหวอย่างไรในช่วงเวลาที่กำหนด รวมถึงแสดงราคาเปิด ราคาปิด และจุดสูงสุด-ต่ำสุดที่ราคาไปถึง แท่งเทียนแต่ละแท่งแทนช่วงเวลาที่เฉพาะเจาะจง และช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจว่าผู้ซื้อและผู้ขายมีพฤติกรรมอย่างไรในช่วงเวลานั้น
แท่งเทียนประกอบด้วยเนื้อเทียนและไส้เทียน ซึ่งแสดงช่วงราคาและแรงผลักดันในช่วงเวลาหนึ่ง ตัวแท่งแสดงระยะห่างระหว่างราคาเปิดและราคาปิด ในขณะที่ไส้เทียนบ่งบอกจุดสูงสุดและต่ำสุด สีของแท่งบอกคุณว่าทิศทางแนวโน้มของตลาด ณ ช่วงเวลานั้น
นี่คือตารางสรุปง่ายๆ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจ:

ขนาดและรูปร่างของแท่งเทียนเพียงแท่งเดียวสามารถเปิดเผยถึงความแข็งแกร่ง ความลังเล หรือทิศทางของตลาดได้ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาร่วมกับบริบทของสถานการณ์ แท่งเทียนแต่ละแท่งมักให้สัญญาณบ่งชี้เบื้องต้นว่าตลาดอาจเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป คุณสามารถเรียนรู้ได้มากจากการสังเกตขนาดของแท่ง ความยาวของเงา และตำแหน่งของแท่งเทียน
ต่อไปนี้คือรูปแบบแท่งเทียนทั่วไปและความหมายที่อาจบ่งบอก
แท่งเทียนตัวยาว (Long body candle)
ลักษณะ: แท่งกว้างที่มีเงาสั้นหรือไม่มีเงา
ความหมาย: แรงซื้อหรือแรงขายที่รุนแรง
เมื่อไหร่ที่สำคัญ: ระหว่างการทะลุแนวรับ-ต้าน หรือตลาดที่มีแนวโน้มชัดเจน
โดจิ (Doji)
ลักษณะ: ราคาเปิดและปิดเกือบเท่ากัน ตัวแท่งเล็กมากหรือไม่มีเลย
ความหมาย: ตลาดไม่แน่ใจทิศทาง ลังเลที่จะตัดสินใจ
เมื่อไหร่ที่สำคัญ: หลังจากราคาเคลื่อนไหวแรงขึ้นหรือลง อาจบ่งบอกถึงการกลับตัวหรือการหยุดพัก
ค้อน (Hammer)
ลักษณะ: ตัวแท่งเล็กอยู่ด้านบน มีเงาด้านล่างยาว เงาด้านบนสั้นมากหรือไม่มี
ความหมาย: ผู้ซื้อปฏิเสธราคาที่ต่ำลง (ไม่ยอมให้ราคาต่ำ)
เมื่อไหร่ที่สำคัญ: ที่จุดต่ำสุดของแนวโน้มขาลง อาจบ่งบอกถึงการกลับตัวขึ้น
ดาวตก (Shooting star)
ลักษณะ: ตัวแท่งเล็กอยู่ด้านล่าง มีเงาด้านบนยาว เงาด้านล่างสั้นมากหรือไม่มี
ความหมาย: ผู้ขายปฏิเสธราคาที่สูงขึ้น (ไม่ยอมให้ราคาสูง)
เมื่อไหร่ที่สำคัญ: ที่จุดสูงสุดของแนวโน้มขาขึ้น อาจบ่งบอกถึงการกลับตัวลง

เมื่อแท่งเทียนสองแท่งขึ้นไปรวมตัวกันเป็นรูปร่างเฉพาะ แท่งเทียนเหล่านั้นหรือรูปแบบที่เกิดขึ้นสามารถส่งสัญญาณบ่งบอกถึงความเป็นไปได้ของการกลับตัวหรือการเคลื่อนไหวต่อเนื่องของราคาได้
รูปแบบแท่งเทียนจะเกิดขึ้นเมื่อแท่งเทียนมีปฏิสัมพันธ์กันในลักษณะเฉพาะ รูปแบบขาขึ้น (Bullish) บ่งบอกว่าราคาอาจปรับตัวสูงขึ้น ในขณะที่รูปแบบขาลง (Bearish) บ่งบอกว่าราคาอาจลดลง รูปแบบเหล่านี้จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นเมื่อปรากฏในบริเวณสำคัญ เช่น บริเวณแนวรับหรือแนวต้าน
ค้อน (Hammer)
ราคาลดลงไปก่อน แต่ฝ่ายผู้ซื้อผลักดันราคากลับขึ้นมาได้
หมายถึง: แม้ราคาจะถูกกดให้ต่ำลง แต่ผู้ซื้อมีกำลังพอที่จะดึงราคากลับขึ้นมา บ่งบอกว่าแรงขายอาจหมดแล้ว
กลืนกินแบบขาขึ้น (Bullish engulfing)
แท่งเทียนสีเขียวขนาดใหญ่ครอบคลุมแท่งเทียนสีแดงก่อนหน้าทั้งหมด
หมายถึง: แรงซื้อเข้ามาแรงจนกลืนกินแรงขายของวันก่อน บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงจากแรงขายมาเป็นแรงซือ
Morning star
ประกอบด้วยสามแท่งเทียนที่แสดงการเปลี่ยนแปลงจากฝ่ายผู้ขายมาเป็นฝ่ายผู้ซื้อ
หมายถึง: แท่งแรกเป็นแท่งแดงยาว (แรงขายแรง) → แท่งกลางเป็นแท่งเล็กๆ (ลังเล) → แท่งสุดท้ายเป็นแท่งเขียวยาว (แรงซือกลับมา)
รูปแบบเจาะทะลุ (Piercing pattern)
แท่งเทียนสีเขียวเปิดต่ำกว่าราคาปิดของแท่งก่อนหน้า แต่ปิดสูงกว่าจุดกึ่งกลางของแท่งเทียนสีแดงก่อนหน้า
หมายถึง: ราคาเปิดต่ำ แต่ผู้ซื้อมีแรงพอที่จะผลักดันราคาขึ้นไปปิดเกินกึ่งกลางของแท่งขาลงก่อนหน้า บ่งบอกถึงแรงซื้อที่เริ่มกลับมา

มีบางรูปแบบที่ปรากฏซ้ำๆ บนกราฟบ่อยครั้ง รูปแบบทั่วไปเหล่านี้ช่วยให้เทรดเดอร์ตัดสินใจและเข้าใจอารมณ์ของตลาดได้
ต่อไปนี้คือรูปแบบแท่งเทียนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดและสิ่งที่มักบ่งบอก การเรียนรู้ที่จะจับจุดเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วจะช่วยให้คุณตัดสินใจเทรดได้ดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อรูปแบบเหล่านี้เกิดขึ้นบริเวณแนวรับ แนวต้าน หรือหลังจากราคาเคลื่อนไหวแรง
รูปแบบแท่งเทียนจะมีประโยชน์มากที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ เช่น เส้นแนวโน้ม แนวรับ/แนวต้าน และอินดิเคเตอร์ทางเทคนิค
การอ่านแท่งเทียนไม่ได้หมายถึงเพียงแค่รู้จักรูปแบบเท่านั้น คุณต้องคิดถึงว่าแท่งเทียนเหล่านั้นเกิดขึ้นที่ไหนบนกราฟและเกิดอะไรขึ้นโดยรวม ปฏิบัติตามแนวทางทีละขั้นตอนเพื่อใช้แท่งเทียนอย่างมีประสิทธิภาพในกลยุทธ์ของคุณ:
1. ระบุแนวโน้ม
ตลาดกำลังเคลื่อนไหวขึ้น ลง หรือไปข้าง?
2. มองหารูปแบบสำคัญ
รูปแบบขาขึ้นหรือขาลงปรากฏใกล้แนวรับหรือแนวต้านหรือไม่?
3. รอการยืนยัน
ใช้แท่งเทียนถัดไปเพื่อยืนยันความคิดของคุณก่อนที่จะวางคำสั่งเทรด
4. เพิ่มอินดิเคเตอร์
ใช้เครื่องมืออย่าง RSI หรือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving averages) เพื่อความมั่นใจมากขึ้น
5. ตั้งสต็อปลอส
ปกป้องตัวเองโดยวางจุดตัดขาดทุนไว้นอกโครงสร้างของรูปแบบเล็กน้อย
กราฟแท่งเทียนแสดงรายละเอียดมากกว่ากราฟประเภทอื่น ทำให้เหมาะสำหรับการมองเห็นความเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างชัดเจน เทรดเดอร์สามารถเลือกระหว่างกราฟเส้น กราฟแท่ง และกราฟแท่งเทียนได้ โดยแต่ละแบบจะแสดงราคาแตกต่างกัน กราฟแท่งเทียนเป็นที่นิยมมากที่สุดเพราะรวมราคาเปิด ราคาปิด ราคาสูงสุด และราคาต่ำสุดไว้ในรูปแบบเดียวที่เรียบง่ายและอ่านง่ายเมื่อเข้าใจแล้ว

แม้จะมีความรู้เรื่องแท่งเทียนแล้ว ผู้เริ่มต้นก็มักทำข้อผิดพลาดที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ การเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณเทรดได้ฉลาดขึ้น
การอ่านแท่งเทียนมีประสิทธิภาพมาก แต่ก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ สิ่งสำคัญคือต้องหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทั่วไป เช่น การละเลยบริบทหรือการคิดว่ารูปแบบจะได้ผลเสมอ นี่คือข้อผิดพลาดสำคัญที่ควรระวัง:
อ่านแท่งเทียนโดยไม่ตรวจสอบแนวโน้มภาพรวม
ต้องดูว่าตลาดโดยรวมกำลังขาขึ้นหรือขาลง อย่ามองแค่แท่งเดียว
ละเลยบริเวณแนวรับและแนวต้าน
รูปแบบที่เกิดใกล้แนวรับ-ต้านจะมีความหมายมากกว่าที่เกิดกลางๆ กราฟ
เชื่อว่าทุกรูปแบบบ่งบอกถึงการกลับตัวเสมอ
ไม่ใช่ทุกรูปแบบที่จะทำงาน บางครั้งอาจเป็นสัญญาณผิด
เข้าเทรดเร็วเกินไปโดยไม่รอการยืนยัน
ควรรอแท่งถัดไปเพื่อยืนยันก่อนตัดสินใจเทรด
เทรดโดยอาศัยเพียงสีของแท่งเทียน
ต้องดูรูปร่าง ขนาด ตำแหน่ง และบริบทด้วย ไม่ใช่แค่สีเขียวหรือแดง
แท่งเทียนสีเขียวหมายความว่าราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด แท่งเทียนสีแดงหมายความว่าราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด
มองหารูปแบบอย่างค้อนหรือกลืนกินที่บริเวณระดับสำคัญ จากนั้นรอการยืนยันจากแท่งเทียนถัดไป
ไม่ รูปแบบเหล่านี้แสดงทิศทางที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันได้ ต้องใช้ร่วมกับเครื่องมือและการวิเคราะห์อื่นๆ เสมอ
ค้อนมีตัวแท่งเล็กและเงาด้านล่างยาว แสดงการปฏิเสธราคาที่ต่ำลง ส่วนโดจิแสดงความไม่แน่นอน มีตัวแท่งเล็กมากหรือไม่มีเลย
ทำได้ แต่ไม่แนะนำ แท่งเทียนจะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อใช้ร่วมกับเส้นแนวโน้ม แนวรับ/แนวต้าน และอินดิเคเตอร์อย่าง RSI หรือค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ