เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-04
หุ้นไทยวันนี้ กำลังเข้าสู่จังหวะสำคัญที่นักลงทุนไม่ควรพลาด เมื่อ SET INDEX มีโอกาสทดสอบแนวต้านหลักที่ระดับ 1345-1350 จุดอีกครั้ง ท่ามกลางสัญญาณบวกจากผลประกอบการของ ADVANC ที่แข็งแกร่งพร้อมที่จ่ายเงินปันผลพิเศษ และปัจจัยสนับสนุนจากตลาดโลกที่เริ่มคลี่คลาย
ในขณะที่ตลาดหุ้นโลกโดยเฉพาะสหรัฐฯ เผชิญความผันผวนจากความกังวลเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการแข่งขันในอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ที่ดุเดือดขึ้น ตลาดไทยกลับมีจุดเด่นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะการฟื้นตัวของสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและโอกาสในหุ้นกลุ่มส่งออกที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า

คืนวานนี้ ดัชนี Dow Jones ปิดลบ 166.67 จุด หรือ -0.34% จากแรงกดดันสำคัญสองประการ ได้แก่ การเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีท่ามกลางความวิตกว่า AI จะเพิ่มการแข่งขันในธุรกิจซอฟต์แวร์ และความระมัดระวังของนักลงทุนก่อนที่ยักษ์ใหญ่อย่าง Alphabet และ Amazon จะประกาศผลประกอบการในสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม ข่าวดีคือสถานการณ์การปิดงานหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ (Shutdown) ที่เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 31 มกราคม ได้ยุติลงแล้ว หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในมาตรการจัดสรรงบประมาณขนาดใหญ่เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจะกลับมารายงานตามปกติ
สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง โดยปรับตัวขึ้นกว่า 6% เนื่องจากนักลงทุนช้อนซื้อหลังจากราคาร่วงลงอย่างหนักในช่วง 2 วันทำการก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์จากหลายสำนักรวมถึง JPMorgan ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มราคาทองคำในระยะข้างหน้า
ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ กลับมาอ่อนค่าท่ามกลางความวิตกกังวลเรื่องการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่ล่าช้า โดยเฉพาะตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนมกราคม ที่มีกำหนดเผยแพร่ในวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์อาจถูกเลื่อนออกไป
ตามการประเมินจากนักวิเคราะห์ชั้นนำ หุ้นไทยวันนี้ คาดว่า SET INDEX จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1325-1350 จุด โดยมีโอกาสทดสอบแนวต้านหลักที่ระดับ 1345-1350 จุดอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อวานปรับตัวขึ้นแต่พบแรงขายบริเวณแนวต้านดังกล่าว
สัญญาณเชิงบวก มาจากการรายงานผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของ ADVANC พร้อมการจ่ายเงินปันผลพิเศษ ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญให้ตลาดมีโอกาสทะลุแนวต้านได้
คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ: หากดัชนีไม่สามารถทะลุแนวต้าน 1350 จุดได้ ควรพิจารณาแบ่งขายทำกำไรบางส่วน และรอจังหวะซื้อกลับเมื่อมีการปรับฐาน
นักลงทุนควรให้ความสำคัญกับกลุ่มหุ้นต่อไปนี้:
1. กลุ่มส่งออก (ITC, TU) รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและอัตรากำไร
2. กลุ่มท่องเที่ยว (AWC, CENTEL, ERW, MINT) ได้อานิสงส์จากเงินบาทอ่อนค่าที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ พร้อมฤดูกาลท่องเที่ยวที่คึกคัก
3. กลุ่มค้าปลีกและศูนย์การค้า (BJC, CPALL, HMPRO, CPN) รับแรงหนุนจากกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวและช่วงเทศกาลปีใหม่จีนที่กำลังจะมาถึง
นักลงทุนควรจับตามองข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะเปิดเผยในคืนนี้:
1. การจ้างงานภาคเอกชน (ADP Private Nonfarm Payroll) - ผลสำรวจ Bloomberg คาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่ม 50,000 ตำแหน่งในเดือนมกราคม จากเพิ่ม 41,000 ตำแหน่งในเดือนธันวาคม 2024
2. ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการ ขั้นสุดท้ายเดือนมกราคมจาก S&P Global
3. ดัชนีภาคบริการเดือนมกราคม จากสถาบันจัดการด้านอุปทาน (ISM)
4. สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์ จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA)
นอกจากนี้ ยังมีการรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทชั้นนำอย่าง Eli Lilly ที่จะให้ภาพชัดเจนเกี่ยวกับสุขภาพของเศรษฐกิจสหรัฐฯ
ในสภาวะตลาดที่ผันผวนเช่นนี้ การมีพันธมิตรที่เชื่อถือได้เป็นกุญแจสำคัญต่อความสำเร็จในการลงทุน EBC Financial Group พร้อมมอบเครื่องมือวิเคราะห์ชั้นนำและทีมผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
หุ้นไทยวันนี้ อยู่ในช่วงทดสอบแนวต้านสำคัญ นักลงทุนควรใช้กลยุทธ์ Trading ระยะสั้นในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุน โดยเฉพาะกลุ่มส่งออก กลุ่มท่องเที่ยว และกลุ่มค้าปลีกที่ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า
หากดัชนีไม่สามารถทะลุแนวต้าน 1345-1350 จุดได้ ควรพิจารณาทยอยขายทำกำไร และรอโอกาสซื้อกลับเมื่อมีการปรับฐาน ในขณะเดียวกัน การกระจายพอร์ตไปยังสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำอาจเป็นทางเลือกที่ดีในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน
เริ่มต้นเส้นทางการลงทุนที่ EBC Financial Group วันนี้
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ