ราคาทองคำวันนี้ดีดตัวแรงในรอบ 16 ปี หลังนักลงทุนช้อนซื้อหลังพายุเซลล์ออฟ
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

ราคาทองคำวันนี้ดีดตัวแรงในรอบ 16 ปี หลังนักลงทุนช้อนซื้อหลังพายุเซลล์ออฟ

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-04

ราคาทองคำวันนี้


หลังจากช่วงเวลาที่ตื้นตันใจของนักลงทุนทั่วโลก เมื่อราคาทองคำวันนี้และราคาเงินดิ่งลงอย่างรุนแรงในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอนนี้ตลาดโลหะมีค่าได้ฟื้นคืนชีพด้วยการพุ่งขึ้นอย่างน่าทึ่ง โดยมีแนวโน้มจะมีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบวันนับตั้งแต่วิกฤตการเงินโลกปี 2008 การฟื้นตัวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งและความมั่นใจของนักลงทุนที่พร้อมจับโอกาสซื้อในช่วงราคาลง


ทองคำวันนี้ดีดตัวแรง 

ตามรายงานจากรอยเตอร์ เมื่อวันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ตามเวลาสหรัฐ (เมื่อคืนที่ผ่านมาตามเวลาไทย) ราคาทองคำวันนี้ในตลาดสปอตพุ่งขึ้นถึง 5.2% แตะระดับ 4,906.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ฟื้นตัวอย่างน่าประทับใจจากจุดต่ำสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 4,403.24 ดอลลาร์


การฟื้นตัวครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองที่สุดในตลาดโลหะมีค่า แม้ว่าราคาจะยังคงอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดประวัติศาสตร์ที่ 5,594.82 ดอลลาร์ซึ่งทำไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่การดีดตัวที่รวดเร็วนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ว่าแนวโน้มระยะยาวยังคงเป็นขาขึ้น


สัญญาซื้อขายล่วงหน้าทองคำของสหรัฐสำหรับการส่งมอบเดือนเมษายนยิ่งแข็งแกร่งกว่า โดยพุ่งขึ้น 6.1% ไปอยู่ที่ 4,935 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่านักลงทุนมีความมั่นใจในการฟื้นตัวต่อเนื่องของตลาด


ราคาSilver ฟื้นตัวเร็วยิ่งกว่าคาด

ราคาทองคำวันนี้


ไม่เพียงแต่ทองคำเท่านั้นที่ดีดตัวแรง าคาเงินวันนี้พุ่งขึ้น 4.8% สู่ระดับ 83.23 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังจากประสบกับการร่วงลงที่รุนแรงถึง 27% ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการลดลงมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และลดลงต่ออีก 6% ในวันจันทร์


การฟื้นตัวของเงินนี้แสดงให้เห็นว่านักลงทุนมองเห็นโอกาสทองในช่วงที่ราคาปรับฐานอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานที่ยังคงสนับสนุนการเติบโตของโลหะมีค่าในระยะยาว


พายุก่อนความสงบ: เกิดอะไรขึ้นกับตลาดโลหะมีค่า

การร่วงลงอย่างรุนแรงในช่วงสองวันทำการก่อนหน้านี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ หลายปัจจัยมารวมตัวกันจนสร้างแรงกดดันอย่างมหาศาล:


การแต่งตั้งประธาน Fed คนใหม่: การที่เควิน วอร์ชได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐคนต่อไปจากเจอโรม พาวเวลล์ ทำให้ตลาดปรับความคาดหวังใหม่ โดยนักลงทุนคาดว่าวอร์ชจะสนับสนุนการลดอัตราดอกเบี้ย แต่จะกระชับงบดุลให้แน่นขึ้น


การปรับเพิ่มมาร์จิ้น: CME Group ได้เพิ่มหลักประกันสำหรับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าโลหะมีค่า ซึ่งบีบให้นักลงทุนที่ใช้เลเวอเรจสูงต้องปิดสถานะ ส่งผลให้เกิดแรงขายถล่มทลาย


การเก็งกำไรมากเกินไป: ในช่วงก่อนหน้า กองทุนจากจีนและนักลงทุนรายย่อยจากตะวันตกแห่เข้าซื้อผลิตภัณฑ์อีทีพีแบบใช้เลเวอเรจและออปชั่นซื้อจำนวนมาก ทำให้ตลาดร้อนแรงเกินไป เมื่อราคาเริ่มปรับตัวลง การขายถูกบังคับก็เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


มุมมองผู้เชี่ยวชาญ

ปีเตอร์ แกรนต์ รองประธานและนักกลยุทธ์โลหะอาวุโสจาก Zaner Metals มองว่า "การลดลงล่าสุดเป็นเพียงการปรับฐานภายใต้แนวโน้มขาขึ้นระยะยาว ปัจจัยพื้นฐานหลายอย่างที่ผลักดันราคาทองคำวันนี้ให้สูงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังคงอยู่ครบถ้วน"


แกรนต์กล่าวเสริมว่า "ในขณะนี้ เราอาจเห็นช่วงเวลาของการปรับตัวลง โดยมีระดับแนวรับสำคัญที่ 4,400 ดอลลาร์ และแนวต้านอยู่ที่ประมาณ 5,100 ดอลลาร์ นี่คือกรอบการซื้อขายที่นักลงทุนควรจับตา"


สัญญาณจากสถาบันชั้นนำ

เจฟฟรีย์ คริสเตียน หุ้นส่วนผู้จัดการของ CPM Group มองในแง่ดีว่า "เราคาดว่าราคาทองคำวันนี้จะกลับมาเพิ่มขึ้นในระยะยาวในอัตราที่ยั่งยืนมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจและการเมือง"


ทองคำได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย และโดยทั่วไปแล้วจะมีผลการดำเนินงานที่ดีในสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายใต้การนำของประธาน Fed คนใหม่


แดเนียล กาลี นักกลยุทธ์สินค้าโภคภัณฑ์อาวุโสจาก TD Securities ระบุว่า "การขายที่ถูกบังคับน่าจะสิ้นสุดลงแล้วในตลาดโลหะมีค่า แม้ความผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอาจทำให้ผู้ค้ารายย่อยระมัดระวังมากขึ้น"


ธนาคารชั้นนำยังเชื่อมั่นในทองคำ

หลายสถาบันการเงินชั้นนำยังคงยืนยันมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ ธนาคารดอยช์แบงก์ เอจี กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่ายังคงยืนยันการคาดการณ์ว่าราคาทองคำวันนี้จะพุ่งขึ้นไปถึง 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์


นิกลาส เวสเตอร์มาร์ก หัวหน้าฝ่ายซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ EMEA ของธนาคารแห่งอเมริกา มองว่าทองคำมีแนวโน้มการลงทุนระยะยาวที่แข็งแกร่งกว่าเงิน เขากล่าวว่า "แม้ราคาสูงเกินจริงและความผันผวนในตลาดอาจส่งผลกระทบต่อขนาดของตำแหน่งการลงทุน แต่จะไม่ลดความสนใจของนักลงทุนโดยรวม"


อัปเดตราคาตลาดโลหะมีค่าเช้านี้ (4 ก.พ. 2569)

ตามรายงานจากบลูมเบิร์ก ณ เวลา 7:49 น. ตามเวลาสิงคโปร์ (6:49 น. เวลาไทย):

  • ราคาทองคำ: 4,944.66 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย)

  • ราคาเงิน: 84.48 ดอลลาร์ (ลดลง 0.8%)

  • ราคาแพลทินัม: เพิ่มขึ้น 3.4% สู่ 2,194.05 ดอลลาร์

  • ราคาแพลเลเดียม: เพิ่มขึ้น 0.4% สู่ 1,727.03 ดอลลาร์


ดัชนี Bloomberg Dollar Spot Index ทรงตัวหลังปิดตลาดก่อนหน้าลดลง 0.3% การอ่อนค่าของดอลลาร์เป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำให้แข็งแกร่งขึ้น


กลยุทธ์การเทรดในตลาดผันผวน

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการใช้ประโยชน์จากความผันผวนของตลาด การเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมคือกุญแจสำคัญ EBC Financial Group มอบแพลตฟอร์มการเทรดที่ทันสมัย พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์ระดับมืออาชีพที่ช่วยให้คุณจับจังหวะตลาดได้อย่างแม่นยำง


จับโอกาสทองก่อนราคาพุ่งต่อ

จากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของราคาทองคำวันนี้และสัญญาณเชิงบวกจากผู้เชี่ยวชาญ นี่อาจเป็นจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าสู่ตลาดหรือเพิ่มสถานะการลงทุน แต่อย่าลืมว่าตลาดยังคงมีความผันผวนสูง การมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ


ด้วยแนวโน้มที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าราคาทองคำวันนี้อาจแตะระดับ 6,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในอนาคต การวางแผนการลงทุนที่ดีตั้งแต่วันนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของผลตอบแทนที่น่าพึงพอใจในระยะยาว


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
ราคาเงินล่าสุดลดลงในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหรือไม่? บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ
ราคาทองวันนี้ พุ่งทุบสถิติโลก หลังข่าว “ทรัมป์” ขู่เก็บภาษียุโรปกรีนแลนด์ จับตาจุดเปลี่ยนการลงทุน
การคาดการณ์ราคาทองคำสัปดาห์หน้า: การประชุม FOMC อาจกำหนดทิศทาง
ราคาทองล่าสุดทะลุ 4,700 ดอลลาร์: อาจพุ่งขึ้นถึง 5,000 ดอลลาร์ในเร็วๆ นี้หรือไม่?
เหตุใดราคาเงินทองจึงลดลง อัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อดอลลาร์