เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-02
คืนวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 กลายเป็นคืนที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามอง เมื่อตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐหรือฟิวเจอร์ปรับตัวลงอย่างรุนแรง ขณะที่ บิตคอยน์ ร่วงลงมา 80,000 ดอลลาร์ลงมาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2567
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระแสขายสินทรัพย์เสี่ยง (Risk-off) ที่ครอบคลุมทั้งโลหะมีค่า คริปโตเคอเรนซี และหุ้นเทคโนโลยี สะท้อนความกังวลของตลาดต่ออนาคตเทคโนโลยี AI และนโยบายการเงินสหรัฐฯ
ตลาดฟิวเจอร์เริ่มต้นเดือนกุมภาพันธ์อย่างหม่นหมอง ด้วยตัวเลขที่น่าเป็นห่วง:
ดาวโจนส์ฟิวเจอร์ (Dow Jones Industrial Average futures) ลดลง 143 จุด หรือ 0.3%
S&P 500 ฟิวเจอร์ ปรับตัวลง 0.6%
Nasdaq-100 ฟิวเจอร์ ร่วงลงเกือบ 1%
การปรับตัวลงของดัชนีเหล่านี้สะท้อนความกังวลของนักลงทุนที่มีต่อปัจจัยหลายประการ ทั้งความผันผวนในตลาดคริปโต การเทขายโลหะมีค่า และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตของเทคโนโลยี AI
บิตคอยน์ ซึ่งเคยซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ได้ทะลุลงมาต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2567 โดยล่าสุดซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 76,000 ดอลลาร์
การปรับตัวลงครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการลดความเสี่ยง (De-risking) ของนักลงทุนสถาบันและรายย่อย ที่หันมาขายสินทรัพย์เสี่ยงออกจากพอร์ต
ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือการร่วงลงของโลหะเงิน ซึ่งลดลงประมาณ 30% ในวันศุกร์เดียว (30 มกราคม 2568) นับเป็นการปรับตัวลงมากที่สุดในหนึ่งวันนับตั้งแต่ปี 1980
ทองคำก็ไม่รอด ด้วยการลดลงประมาณ 9% ในวันเดียวกัน สะท้อนแรงขายที่ครอบคลุมทั่วทั้งกลุ่มโลหะมีค่า
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดคือข่าวเกี่ยวกับ Nvidia ผู้นำด้านชิป AI ของโลก
หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่า แผนการลงทุน 100,000 ล้านดอลลาร์ของ Nvidia ใน OpenAI (ผู้พัฒนา ChatGPT) หยุดชะงักลง หลังผู้บริหารแสดงความไม่แน่ใจเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว
ข่าวนี้ทำให้นักลงทุนตั้งคำถามว่า:
การเติบโตของอุตสาหกรรม AI ยั่งยืนจริงหรือไม่?
การลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีที่มีมูลค่าสูงยังคุ้มค่าอยู่หรือเปล่า?
ฟองสบู่ AI กำลังจะแตกหรือไม่?
นักลงทุนกำลังรอคอยการรายงานผลประกอบการจากบริษัทยักษ์ใหญ่กว่า 100 แห่งในดัชนี S&P 500 รวมถึง:
Amazon
Alphabet (บริษัทแม่ของ Google)
Disney
แม้ว่าโดยรวมฤดูกาลรายงานผลประกอบการนั้นแข็งแกร่ง แต่ก็มีการเทขายหุ้นหลังการประกาศผลบางบริษัท เช่น Microsoft ทำให้นักลงทุนระมัดระวังมากขึ้น
นักกลยุทธ์ของ Deutsche Bank ตั้งข้อสังเกตว่า การเติบโตของกำไรอยู่ในแนวทางที่จะแข็งแกร่งที่สุดในรอบสี่ปี ซึ่งเป็นข่าวดีท่ามกลางความผันผวน
ตลาดกำลังจับตารายงานการจ้างงานของสหรัฐฯ ประจำเดือนมกราคม ซึ่งจะประกาศในวันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์
นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าจะมีการเพิ่มงาน 55,000 ตำแหน่ง ในเดือนที่ผ่านมา หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาด อาจเป็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจกำลังชзамедลงตัว และอาจส่งผลต่อนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ
ดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐฯร่วงลงหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อ เควิน วอร์ช เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve) หากได้รับการยืนยัน วอร์ชจะเข้ามาแทนที่เจอโรม พาวเวลล์ในเดือนพฤษภาคม
การเปลี่ยนแปลงผู้นำ Fed นี้สร้างความไม่แน่นอนต่อทิศทางนโยบายการเงิน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อตลาดหุ้น บิตคอยน์ และสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ
การทะลุลงมาของ บิตคอยน์ ต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ พร้อมกับการร่วงหนักของโลหะเงินและฟิวเจอร์หุ้นสหรัฐ เป็นสัญญาณเตือนที่นักลงทุนควรจับตามองอย่างใกล้ชิด
ความกังวลเกี่ยวกับเทคโนโลยี AI การเปลี่ยนแปลงผู้นำ Fed และข้อมูลเศรษฐกิจที่กำลังจะประกาศ ล้วนเป็นปัจจัยที่จะกำหนดทิศทางของตลาดในสัปดาห์นี้
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเทรดอย่างมั่นใจท่ามกลางความผันผวน การเลือกโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้อย่าง EBC Financial Group คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ
พร้อมก้าวสู่การเป็นนักเทรดมืออาชีพแล้วหรือยัง เริ่มต้นกับ EBC วันนี้
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพ