เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-23

4 สิงหาคม 2568 วันแห่งการกลับมาที่หลายคนรอคอย ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บรรยากาศเต็มไปด้วยความคาดหวัง ผู้คนต่างจับจ้องไปที่หุ้น "THAI" ที่หายไปนาน 5 ปี และกลับมานำทัพใหม่ที่แข็งแกร่งกว่าเดิม คำถามที่ทุกคนอยากรู้มีเพียงข้อเดียว... นกการบินไทยตัวนี้ จะบินสูงไกลได้จริงหรือไม่?
บทความนี้จะพาคุณสำรวจทุกมุมมองของการฟื้นคืนชีพครั้งยิ่งใหญ่ ผ่านสายตาของผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเปิดเผยทั้งโอกาสทองและกับดักที่ซ่อนอยู่ สำหรับนักลงทุนทุกท่านที่กำลังตัดสินใจว่า จะ "รีบขึ้นเครื่อง" หรือ "รอรับที่ดีกว่า"
หลายคนอาจจำได้ว่าการบินไทยเคยประสบปัญหาการเงินหนัก จนต้องหยุดซื้อขายหุ้นและเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ แต่วันนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
การวิเคราะห์หุ้นการบินไทยโดยคุณสุวัฒน์ สินสาฎก จากบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญ 3 ประการ:
1. โครงสร้างบริษัทใหม่ที่คล่องตัว
ลดพนักงานจาก 35,000 คน เหลือ 20,000 คน
ปรับฝูงบินจาก 100+ ลำ เหลือ 70+ ลำ ที่มีประสิทธิภาพ
อัตรากำไรพุ่งสูงกว่า 10% (สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม)
2. พ้นสถานะรัฐวิสาหกิจ
การเปลี่ยนแปลงนี้ช่วยลดการแทรกแซงทางการเมือง ทำให้บริษัทบริหารงานได้คล่องตัวขึ้น
3. แผนการเติบโตชัดเจน
มีแผนขยายฝูงบินกลับไปสู่ระดับ 100+ ลำภายใน 7 ปี พร้อมคาดการณ์กำไรเติบโต 10-15% ต่อปี

ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่า สายการบินไทย ได้รับการประเมินมูลค่าในระดับที่ดี ใกล้เคียงกับสายการบินชั้นนำของญี่ปุ่น และยังมีพื้นที่เติบโตได้อีก
ประเด็นที่หลายคนสงสัยคือ ทำไมงบการเงินขาดทุน 20,000 ล้านบาท แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับบอกว่าน่าสนใจ?
คำตอบคือ: ต้องดูที่กำไรจากการดำเนินงาน ไม่ใช่ตัวเลขสุทธิ
กำไรจากการดำเนินงาน: 25,000 ล้านบาท
ขาดทุนสุทธิ: 20,000 ล้านบาท (เกิดจากการปรับโครงสร้างหนี้ 45,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว)
คาดการณ์อนาคต
ปัจจุบัน: กำไรดำเนินงาน ~25,000 ล้านบาท
เป้าหมาย 3 ปี: 40,000 ล้านบาท
อัตราเติบโต: 10-15% ต่อปี
THAI เคยผิดพลาดในอดีตด้วยการซื้อ A340 มา 10 ลำ ซึ่งกินน้ำมันมาก ใช้บินเส้นทางไกลแล้วขาดทุน ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนมาใช้เครื่องบินที่เหมาะสมแล้ว
2. เส้นทางที่ถูกต้อง (Right Route)
เลือกเส้นทางที่มีผู้โดยสารและมีกำไรจริง ไม่บินเพื่อภาพลักษณ์แบบเดิม
ปรับโครงสร้างจนอัตรากำไรพุ่งเกิน 10%
รีบซื้อ หรือรอจังหวะ
สำหรับนักลงทุนที่สนใจลงทุนหุ้นการบินไทย ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำว่า:
ราคาปัจจุบัน: 10-11 บาท (P/E 11 เท่า)
ถือว่าค่อนข้างสูง
มี upside ที่จำกัดในระยะสั้น
ราคาที่น่าสนใจ: 7 บาท
เป็นจุดที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่าต่อความเสี่ยง
เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว
เหตุผลที่ควรรอ
ผู้ถือหุ้นเดิมซื้อที่ 3-4 บาท พร้อมขายทำกำไร
แรงขายอาจกดดันราคาในระยะแรก
ณ ราคา 10-11 บาท ถือว่าค่อนข้างสูง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้รอที่ระดับ 7 บาทจะเหมาะสมกว่า
ระยะสั้น BA น่าสนใจกว่าเพราะ valuation ถูกกว่า แต่ระยะยาว THAI มีศักยภาพเติบโตสูงกว่า
การแทรกแซงทางการเมือง ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจและผลประกอบการ
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ