Correlation คืออะไร? เคล็ดลับบริหารพอร์ตฉบับมือโปรทำกำไรอย่างยั่งยืนไปกับ EBC Financial Group
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

Correlation คืออะไร? เคล็ดลับบริหารพอร์ตฉบับมือโปรทำกำไรอย่างยั่งยืนไปกับ EBC Financial Group

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-14

Asian Woman Stock Market Graph Jan 7 2026.jpg


ในการเทรดระดับสากล นักเทรดที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ดูแค่กราฟเพียงตัวเดียว แต่เขามองภาพรวมของตลาดผ่านสิ่งที่เรียกว่า "ความสัมพันธ์ของราคา" ซึ่ง correlation คือ เครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้คุณคาดการณ์ทิศทางราคาและบริหารพอร์ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในตลาดที่มีความผันผวนสูงอย่าง Forex การเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคู่เงินจะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการเปิดออเดอร์และป้องกันการขาดทุนหนักได้อย่างไม่น่าเชื่อ


Correlation คืออะไร และทำงานอย่างไรในโลกการเทรด

หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด correlation คือ การเปรียบเทียบความเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ตั้งแต่ 2 ตัวขึ้นไป เพื่อดูว่าพวกมันเดินไปในทิศทางเดียวกัน หรือสวนทางกัน โดยเราจะวัดค่าออกมาเป็น "ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์" (Correlation Coefficient) ในรูปแบบเปอร์เซ็นต์ตั้งแต่ -100% ถึง 100%

  • ค่าเป็นบวก (Positive): ราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน เช่น หากคู่เงิน A ขึ้น คู่เงิน B ก็มีแนวโน้มจะขึ้นตาม

  • ค่าเป็นลบ (Negative): ราคาเคลื่อนที่สวนทางกัน เช่น หากทองคำราคาพุ่งสูงขึ้น คู่เงิน USD/JPY อาจมีราคาลดลง

  • ค่าเป็นศูนย์ (Zero): สินทรัพย์ทั้งสองไม่มีความสัมพันธ์ต่อกันเลย การขึ้นลงของตัวหนึ่งไม่ส่งผลต่ออีกตัว


วิธีอ่านค่า Correlation แบบรวดเร็วฉบับมือใหม่

50% ถึง 100%: มีความสัมพันธ์กันสูงมาก มีโอกาสเดินตามกันสูง

-70% ถึง -100%: มีความสัมพันธ์สวนทางกันอย่างรุนแรง เหมาะสำหรับการป้องกันความเสี่ยง (Hedging)

ใกล้ 0: ราคาเคลื่อนที่อย่างเป็นอิสระต่อกัน


ประเภทของ Correlation ที่นักเทรดต้องรู้ก่อนเริ่มลงทุน


Business Team Partner Working with Computer Jan 7 2026.jpeg


การที่คุณเข้าใจว่า correlation คือ อะไรนั้นเป็นเพียงก้าวแรก แต่การแยกประเภทความสัมพันธ์ได้จะช่วยให้คุณวางแผนกลยุทธ์ได้คมชัดยิ่งขึ้น โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก:

  1. ความสัมพันธ์เชิงบวก (Positive Correlation): สินทรัพย์เคลื่อนที่ไปทิศทางเดียวกันแม้ปัจจัยพื้นฐานจะต่างกัน ช่วยให้นักเทรดสามารถขยายกำไรได้เมื่อมองเห็นเทรนด์ที่ชัดเจน

  2. ความสัมพันธ์เชิงลบ (Negative Correlation): สินทรัพย์เคลื่อนที่ตรงข้ามกัน เป็นหัวใจสำคัญของการทำ Arbitrage หรือการลดความเสี่ยงในช่วงตลาดผันผวน

  3. ความสัมพันธ์ที่เป็นศูนย์ (Zero Correlation): บ่งบอกว่าสินทรัพย์เหล่านั้นไม่ส่งผลกระทบต่อกัน ช่วยให้นักเทรดกระจายพอร์ตไปยังสินทรัพย์ที่หลากหลายเพื่อไม่ให้พอร์ตพังเมื่อตลาดใดตลาดหนึ่งเกิดวิกฤต


ทำไมค่าความสัมพันธ์ถึงสำคัญต่อการเทรดที่ EBC Financial Group


ที่ EBC Financial Group เราเชื่อว่าความรู้คืออาวุธที่สำคัญที่สุด การใช้ correlation คือ กลยุทธ์ที่ช่วยให้พอร์ตของคุณเติบโตอย่างมั่นคง เพราะมันช่วยในเรื่อง:

  • การกระจายความเสี่ยง (Diversification): การไม่วางไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว และต้องมั่นใจว่าตะกร้าแต่ละใบไม่ได้ผูกติดกันจนเกินไป

  • การเพิ่มโอกาสทำกำไร: เมื่อคุณเห็นความสัมพันธ์เชิงบวกที่ชัดเจน คุณสามารถเปิดออเดอร์ในสินทรัพย์ที่สัมพันธ์กันเพื่อรับผลตอบแทนที่มากขึ้น

  • ความยืดหยุ่นในกลยุทธ์: นักเทรดมืออาชีพมักใช้ทั้งความสัมพันธ์เชิงบวกและลบมาผสมผสานกันเพื่อสร้างสมดุลให้กับพอร์ตลงทุน


Expert Insight: "ค่าความสัมพันธ์ในอดีตไม่ได้การันตีอนาคต 100% นักเทรดควรหมั่นอัปเดตค่า Correlation ในทุกช่วงเวลา เพราะปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปอาจทำให้สินทรัพย์ที่เคยเดินตามกัน กลับมาสวนทางกันได้เสมอ"


วิธีจัดการความเสี่ยงด้วยกลยุทธ์ Correlation


หัวใจสำคัญของการใช้กลยุทธ์นี้คือการ "ปิดออเดอร์ให้ไวเมื่อความสัมพันธ์เริ่มจางหาย" หากคุณเทรดคู่เงินที่มีความสัมพันธ์เชิงบวกเป็นหลักเพื่อหวังผลกำไรที่มากขึ้น แต่จู่ๆ ราคาเริ่มแยกทางกัน (Divergence) นั่นคือสัญญาณเตือนให้คุณรีบวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานใหม่และพิจารณาปิดสถานะเพื่อรักษาเงินทุน


การเลือกโบรกเกอร์ที่มีสภาพคล่องสูงและระบบส่งคำสั่งที่รวดเร็วอย่าง EBC Financial Group จะช่วยให้คุณเข้า-ออกออเดอร์ตามค่าความสัมพันธ์ได้อย่างแม่นยำ ไม่พลาดทุกจังหวะสำคัญของตลาด


สรุป

การเข้าใจว่า correlation คือ อะไร จะเปลี่ยนมุมมองการเทรดของคุณจากการ "เดาทิศทาง" เป็นการ "วางกลยุทธ์" อย่างเป็นระบบ หากคุณพร้อมที่จะยกระดับการลงทุนด้วยเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและสภาพแวดล้อมการเทรดที่ได้มาตรฐานสากล


เริ่มเทรดกับ EBC Financial Group วันนี้ เพื่อสัมผัสประสบการณ์การลงทุนที่เหนือกว่า


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
เจาะลึก Rejection Block vs Breaker Block เคล็ดลับจุดเข้าเทรดแม่นยำ
Forex Correlation คืออะไร? ความสัมพันธ์ค่าเงินที่เทรดเดอร์ต้องรู้
ดอลลาร์สหรัฐ (USD) คืออะไร?
Institutional Trading คืออะไร? คู่มือสำหรับนักเทรด
รู้จัก Money Management คืออะไร ทำไมต้องเราใส่ใจทุกการลงทุน