RSI คืออะไร? เครื่องมือวิเคราะห์หุ้นที่นักลงทุนต้องรู้
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

RSI คืออะไร? เครื่องมือวิเคราะห์หุ้นที่นักลงทุนต้องรู้

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-14

RSI ย่อมาจาก Relative Strength Index เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ช่วยบอกแนวโน้มของราคาหุ้นว่ากำลังจะขึ้นหรือลง โดยแสดงผลเป็นตัวเลขระหว่าง 0 ถึง 100 ในรูปแบบของกราฟ


สำหรับนักลงทุนสายเทคนิค RSI ถือเป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญ ที่ใช้ประกอบการตัดสินใจในการซื้อขายได้ เพราะสามารถบ่งบอกได้ว่าตอนนี้หุ้นตัวที่เราสนใจอยู่ในสภาวะแพงเกินไปหรือถูกเกินไป


ที่มาของ RSI

RSI พัฒนามาจาก Momentum Indicator ซึ่งใช้วัดความเร็วและขนาดของการเปลี่ยนแปลงราคา เครื่องมือนี้ช่วยประเมินสภาวะตลาดได้ 2 แบบ คือ:

Overbought (ภวะซื้อมากเกินไป) - ตลาดร้อนแรงจนราคาอาจแพงเกินจริง

Oversold (ภาวะขายมากเกินไป) - ตลาดซบเซาจนราคาอาจถูกเกินจริง


สูตรการคำนวณ RSI

RSI = 100 - [100 / (1 + RS)]

โดยที่ RS = Average Gain / Average Loss


คำอธิบาย:

Average Gain = ค่าเฉลี่ยของการเปลี่ยนแปลงราคาที่เป็นบวกย้อนหลัง 14 แท่งเทียน

Average Loss = ค่าเฉลี่ยของการเปลี่ยนแปลงราคาที่เป็นลบย้อนหลัง 14 แท่งเทียน


ตัวอย่างการคำนวณ:

สมมติใน 14 วันที่ผ่านมา:

7 วันผลรวมเฉลี่ยการปรับขึ้นของราคา 7 วัน +1%

7 วันผลรวมเฉลี่ยการปรับลงของราคา -0.8%


ดังนั้น:

RS = 1 / 0.8 = 1.25

RSI = 100 - [100 / (1 + 1.25)]

RSI = 100 - [100 / 2.25]

RSI = 100 - 44.44

RSI = 55.56


วิธีอ่านค่า RSI อย่างถูกต้อง

RSI ต่ำกว่า 30 - สัญญาณขายสะสม

เมื่อ RSI ต่ำกว่า 30 แสดงว่าตลาดอยู่ในสภาวะ Oversold (ขายมากเกินไป) ราคาหุ้นอาจถูกเกินจริง นักลงทุนสามารถพิจารณาเป็นโอกาสเข้าซื้อได้


RSI สูงกว่า 70 - สัญญาณซื้อสะสม

เมื่อ RSI สูงกว่า 70 แสดงว่าตลาดอยู่ในสภาวะ Overbought (ซื้อมากเกินไป) ราคาหุ้นอาจแพงเกินจริง นักลงทุนสามารถพิจารณาเป็นโอกาสเข้าขายออกได้


RSI อยู่ที่ 50 - ตลาด Sideway

หาก RSI อยู่ใกล้ระดับ 50 แสดงว่าตลาดไม่มีแนวโน้มชัดเจน อาจเป็นช่วงพักตัว ควรรอสัญญาณที่ชัดเจนกว่า


Gemini Generated Image (9).jpeg


กรณีศึกษา: การใช้ RSI ในการซื้อขายจริง

สถานการณ์ที่ 1: เกิด Oversold

ราคาหุ้นร่วงลงมาที่ 7.40 บาท

RSI แสดงค่าต่ำกว่า 30

มีการเทขายจำนวนมาก → สัญญาณโอกาสเข้าซื้อ

หลังจากนั้นราคาฟื้นตัวขึ้นมาที่ 8.85 บาท


สถานการณ์ที่ 2: เกิด Overbought

ราคาหุ้นพุ่งขึ้นมาที่ 8.85 บาท

RSI แสดงค่าสูงกว่า 70

มีการแห่เข้าซื้อจำนวนมาก → สัญญารโอกาสขายทำกำไร


RSI Divergence - เทคนิคขั้นสูงที่เพิ่มความแม่นยำ


RSI Divergence เกิดขึ้นเมื่อทิศทางของกราฟราคากับเส้น RSI วิ่งสวนทางกัน เป็นสัญญาณเตือนการกลับตัวของราคาที่แม่นยำกว่าการดู Overbought/Oversold เพียงอย่างเดียว


🔺 Bullish Divergence (สัญญาณราคาจะขึ้น)

กราฟราคา: จุดต่ำสุดทั้งสองจุดเชื่อมกันเป็นเส้นลง ↘️

เส้น RSI: จุดต่ำสุดทั้งสองจุดเชื่อมกันเป็นเส้นขึ้น ↗️

ความหมาย: แม้ราคาจะยังลง แต่แรงขายกำลังอ่อนตัวอาจมีจุดกลับตัวมาฝั่งขาขึ้น


🔻 Bearish Divergence (สัญญาณราคาจะลง)

กราฟราคา: จุดสูงสุดทั้งสองจุดเชื่อมกันเป็นเส้นขึ้น ↗️

เส้น RSI: จุดสูงสุดทั้งสองจุดเชื่อมกันเป็นเส้นลง ↘️

ความหมาย: แม้ราคาจะยังขึ้น แต่แรงซื้อกำลังอ่อนตัวอาจมีจุดกลับตัวมาฝั่งขาลง


ข้อควรระวังในการใช้ RSI

  1. ไม่ควรใช้ RSI เพียงอย่างเดียว - ควรใช้ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่นๆ เช่น MACD, Moving Average

  2. ช่วงเวลาอาจต้องปรับ - 14 แท่งเทียนเป็นค่าที่นิยมใช้ แต่สามารถปรับได้ตามสไตล์การลงทุน

  3. ระวังสัญญาณหลอก - ในตลาดที่มีเทรนด์แรง RSI อาจอยู่ใน Overbought/Oversold นานได้

  4. ใช้ Divergence เพื่อยืนยัน - จะช่วยลดโอกาสการตัดสินใจผิดพลาด


สรุป

RSI เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ที่มีประโยชน์มากสำหรับนักลงทุนสายเทคนิค ช่วยบอกว่าตอนนี้หุ้นแพงหรือถูกเกินไป และมีโอกาสกลับตัวหรือไม่ แต่อย่าลืมว่าไม่มีเครื่องมือใดที่ถูก 100% การใช้ RSI ควรใช้ร่วมกับการวิเคราะห์รูปแบบอื่นๆ และการบริหารความเสี่ยงที่ดี จึงจะช่วยให้การลงทุนประสบความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน


คำแนะนำ: หมั่นฝึกฝนการอ่าน RSI บนกราฟจริง และทดลองใช้ในบัญชี Demo ก่อนลงทุนด้วยเงินจริง สามารถสร้างความเชี่ยวชาญและความมั่นใจในการใช้เครื่องมือนี้


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
มือใหม่เล่นหุ้น เทคนิคลงทุน ข้อควรระวังสำหรับนักลงทุนหน้าใหม่
เส้น EMA 200 คืออะไร? ทำไมนักลงทุนต้องรู้จักเครื่องมือนี้
ตัวบ่งชี้ทางเทคนิคและการใช้งานและข้อควรระวัง
อะไรคือการเล่นหุ้นแบบฟิวเจอร์ พร้อมวิเคราะห์ดัชนีหุ้นฟิวเจอร์เพื่อการลงทุน
ตำแหน่ง"Long" คืออะไร?