CFDs คืออะไร เทรนด์ลงทุนใหม่ ให้ผลตอบแทนสูง พร้อมกลยุทธ์ลงทุน

2024-02-07
สรุป

CFDs คืออะไร? โดยสรุปแล้วก็คือการลงทุนในตลาดการเงินผ่านสัญญาซื้อขายส่วนต่าง ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีโอกาสในการทำกําไรสูงด้วยสัดส่วนการลงทุนที่น้อยกว่า

การลงทุนในตลาดการเงินเป็นกิจกรรมที่น่าสนใจ และต้องบอกว่าเป็นตลาดที่เทรดเดอร์มีโอกาสในการทำกำไรสูง แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณาด้วย เทรดเดอร์ที่ต้องการลองสิ่งใหม่ ๆ และสนใจในการเลือกสินทรัพย์ที่จะลงทุนแนวทางใหม่ อาจสนใจในการเทรด CFD หรือสัญญาซื้อขายส่วนต่าง ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ให้เทรดเดอร์ได้กำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์อ้างอิง โดยไม่ต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์นั้นจริง ๆ

และในบทความนี้ เราจะมาอธิบายถึงความหมายและการทำงานของ CFDs ประโยชน์และเรื่องราวที่น่าสนใจการลงทุนเทรด CFD ซึ่งจะทำให้คุณได้รู้ว่า นี่คือทางเลือกที่น่าสนใจมากขนาดไหน

 

CFDs คืออะไร และมีกลไกการทำงานอย่างไร?

CFD ย่อมาจาก Contract for Difference ซึ่งแปลเป็นไทยว่า สัญญาซื้อขายส่วนต่าง เป็นตราสารอนุพันธ์รูปแบบหนึ่งที่ทำให้เทรดเดอร์สามารถทำกำไรจากส่วนต่างจากการเทรด CFD ด้วยราคาเปิดและราคาปิดของสินทรัพย์อ้างอิง เช่น หุ้น ดัชนี สกุลเงิน สินค้าโภคภัณฑ์ หรือแม้กระทั่งคริปโตเคอร์เรนซี เมื่อเทรด CFD เทรดเดอร์ไม่จำเป็นต้องครอบครองสินทรัพย์อ้างอิงนั้นจริง ๆ แต่เป็นสัญญาที่ทำการซื้อขายได้ทันที เพียงส่งคำสั่งซื้อขาย และเสนอความได้เปรียบด้านอัตราทด (Leverage) ทำให้เทรดเดอร์สามารถวางเงินเพียงจำนวนหนึ่ง แต่ก็ยังจะได้รับผลตอบแทนเท่ากับการซื้อขายสินค้านั้นจริงด้วยเงินเต็มจำนวน

 

ประโยชน์และความเสี่ยงของการเทรด CFD

การเทรด CFD มีประโยชน์ในหลาย ๆ ด้าน เช่น ความสามารถในการเทรด CFD ที่เทรดได้ทั้งขาขึ้นและขาลง ซึ่งเทรดเดอร์สามารถทำกำไรได้ไม่ว่าราคาของสินทรัพย์อ้างอิงจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง ถ้าคาดว่าราคาของสินทรัพย์อ้างอิงจะขึ้น ก็สามารถเปิดสถานะซื้อ (Long Position) และหากคาดว่าราคาจะลงก็เปลี่ยนเป็นการเปิดสถานะขาย (Short Position) โดยตัวกำไรขาดทุนของเทรดเดอร์จะขึ้นอยู่กับส่วนต่างระหว่างราคาเปิดและราคาปิดของสินทรัพย์อ้างอิงนั่นเอง

และข้อดีอีกอย่างของหุ้น CFD คือ การสามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ได้หลายประเภท ซึ่งเทรดเดอร์สามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์และเครื่องมือต่าง ๆ ในตลาดการเงินได้หลาย 100 รายการจากพอร์ตลงทุนเพียงพอร์ตเดียวเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกลงทุนในหุ้น ดัชนี สินค้าโภคภัณฑ์ เหรียญสกุลเงินดิจิทัล หรือค่าเงิน ถนัดตัวไหน หรืออะไรกำลังมาแรง ก็ลงทุนได้เลย ไม่ต้องย้ายพอร์ตหรือย้ายโบรกเกอร์

ส่วนเรื่องของความเสี่ยงในการเทรด CFD หลัก ๆ ก็จะมีเรื่องของความเสี่ยงจากการใช้เลเวอเรจ ที่แม้ว่าการใช้เลเวอเรจอาจเพิ่มโอกาสในการทำกำไรจากเงินลงทุนที่น้อยให้กับเราได้ แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุนได้เช่นกัน หากเทรดเดอร์เข้าสู่ตลาดโดยมีเงินลงทุนต่ำเกินไปและใช้เลเวอเรจมากเกินไป จะทำให้แม้การเปลี่ยนแปลงราคาเพียงเล็กน้อย ก็มากพอที่จะทำให้เงินลงทุนทั้งหมดของเทรดเดอร์หายวับไปได้ในทันที เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องระวังให้มากหน่อย

 

วิธีการเทรดในตลาด CFD

วิธีการเทรดในตลาดนี้มีไม่กี่ขั้นตอน ถ้าไม่นับรวมขั้นตอนการเปิดพอร์ตลงทุนกับโบรกเกอร์ สิ่งที่คุณต้องทำก็มีแค่การเลือกสินทรัพย์ที่จะเทรด วิเคราะห์แนวโน้ม จากนั้นก็เลือกวางคำสั่งได้เลย

 

ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องการเทรด CFD ของหุ้น CFD คือ Apple ที่มีราคา 100 ดอลลาร์ต่อหุ้น โดยใช้เลเวอเรจที่อัตรา 10:1 หมายความว่าคุณจะต้องมีเงินมัดจำ 10% ของมูลค่าสัญญา ถ้าเลือกซื้อ 100 หุ้น ด้วยการลงทุนในรูปแบบ CFD คุณก็จะต้องมีเงินมัดจำ 1,000 ดอลลาร์ (10% x 100 ดอลลาร์ x 100 หุ้น) แต่จะได้รับผลตอบแทนเหมือนกับการซื้อ 100 หุ้น Apple ด้วยเงิน 10,000 ดอลลาร์ และถ้าราคาหุ้น Apple เพิ่มขึ้นเป็น 110 ดอลลาร์ต่อหุ้น คุณก็จะได้กำไร 1,000 ดอลลาร์ (110 ดอลลาร์ - 100 ดอลลาร์ x 100 หุ้น) ซึ่งเท่ากับอัตราผลตอบแทน 100% ของเงินมัดจำเลยทีเดียว

 

2.jpg


กลยุทธ์การเทรด CFD

การเทรด CFDs ให้ประสบความสำเร็จ อันดับแรกต้องทำความเข้าใจและรู้จักว่า CFDs คืออะไร และเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตนเอง โดยจะมีกลยุทธ์หลายรูปแบบที่เทรดเดอร์สามารถใช้ได้ และตัวอย่างต่อไปนี้ก็คือกลยุทธ์ CFD ที่เทรดเดอร์นิยมใช้กันมาก

1. สวิงเทรด (Swing Trading) เป็นกลยุทธ์ที่เน้นการเทรดตามแนวโน้มของราคาในช่วงเวลากลาง (เช่น วัน สัปดาห์ หรือเดือน) โดยใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคและพื้นฐาน เพื่อหารูปแบบการเคลื่อนไหวของราคา และจุดที่เหมาะสมในการเปิดและปิดตำแหน่ง เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่มีเวลาจำกัด และไม่ต้องการเสี่ยงกับความผันผวนที่สูง

2. เดย์เทรด (Day Trading) เป็นกลยุทธ์ที่เน้นการเทรดในช่วงเวลาสั้น ๆ ภายในวันเดียว โดยไม่เก็บตำแหน่งไว้ข้ามคืน เพื่อลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงราคาที่ไม่คาดคิด เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่มีเวลาและทุนมาก และชอบความความท้าทายพอประมาณ

3. สแกลปเทรด (Scalp Trading) เป็นกลยุทธ์ที่เน้นการเทรดระยะสั้น ระดับนาที หรือวินาที เพื่อเก็งกำไรจากความผันผวนของราคา โดยใช้เลเวอเรจสูง และเปิดปิดตำแหน่งบ่อย ๆ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ยากสักหน่อย จึงเหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์ และมีความเข้าใจในการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นอย่างดีแล้ว

 

หุ้น CFD คือการลงทุนที่เหมาะกับนักลงทุนประเภทไหน

ถ้าถามว่าการเทรด CFD เหมาะกับนักลงทุนประเภทไหน คำตอบนั้นก็จะขึ้นอยู่กับลักษณะ รูปแบบการเทรด และเป้าหมายการลงทุนของเทรดเดอร์แต่ละคน ซึ่งหลัก ๆ แล้วก็จะต้องเป็นนักลงทุนที่ต้องการความยืดหยุ่นสูง เพราะการลงทุนใน CFD เทรดเดอร์จะสามารถเลือกเทรดสินทรัพย์อ้างอิงหลากหลายประเภท ไม่จำกัดเฉพาะหุ้น ดัชนี หรือสกุลเงิน นอกจากนี้ ยังไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์อ้างอิงจริง ๆ ทำให้ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมและสามารถเทรดได้ทั้งขาขึ้นและขาลง

หรือถ้าคุณเป็นนักลงทุนที่ต้องการใช้เลเวอเรจเพื่อเพิ่มอัตราการทำกำไรจากตลาด CFD ก็เหมาะ เพราะ CFD เทรดเดอร์สามารถเลือกใช้เลเวอเรจทางการเงินในระดับที่สูงขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับการเทรดแบบปกติ ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่น้อยกว่าได้เพื่อเปิดสถานะซื้อขายในตลาด

 

เพราะความสำเร็จในการลงทุนผ่านการเทรดขึ้นอยู่กับว่า เรารู้ว่า CFDs คืออะไร ความเข้าใจถึงหลักการทำงาน และการเลือกใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสมมากน้อยแค่ไหน จากข้อมูลทั้งหมดนี้เราก็พอจะเห็นแนวทางการลงทุนในแบบที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนเยอะ ก็สามารถที่จะทำกำไรจากการลงทุนได้ ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจการลงทุนรูปแบบใหม่ กำไรงาม เราก็อยากให้ลองมาสัมผัสการลงทุนในตลาด CFD ดู


วิธีและช่องทางการซื้อขายโลหะมีค่า

วิธีและช่องทางการซื้อขายโลหะมีค่า

วิธีการลงทุนในการซื้อขายโลหะมีค่า ได้แก่ การลงทุนทางกายภาพ ETFs ฟิวเจอร์ส ฯลฯ ผู้ลงทุนควรเลือกวิธีที่เหมาะสม

2024-04-12
คู่มือแนวคิดและการประยุกต์ใช้ EBITDA

คู่มือแนวคิดและการประยุกต์ใช้ EBITDA

EBITDA สะท้อนถึงกำไรของธุรกิจหลักก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย แม้จะมีข้อบกพร่อง แต่ก็มีประโยชน์ในการประเมินความสามารถในการทำกำไรและความสามารถในการละลาย

2024-04-12
ประวัติราคาเงิน การเปลี่ยนแปลงและแนวโน้มในอนาคต

ประวัติราคาเงิน การเปลี่ยนแปลงและแนวโน้มในอนาคต

ราคาโลหะเงินซึ่งได้รับผลกระทบจากอุปสงค์ อุปสงค์ และการควบคุม มีค่าเสื่อมราคา ขณะนี้เนื่องจากเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์ทางอุตสาหกรรมจึงเพิ่มขึ้น

2024-04-12