เผยแพร่เมื่อ: 2026-03-05

ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงเทขายอย่างรุนแรงในช่วงการซื้อขายระหว่างวัน ส่งผลให้ดัชนี SET ลดลงมากกว่า 8% แตะระดับประมาณ 1,348.99 จุด ลดลงราว 117 จุด หรือประมาณ -8.01% ทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต้องประกาศใช้มาตรการ Circuit Breaker ขั้นแรก และหยุดการซื้อขายชั่วคราว 30 นาที การปรับตัวลงของตลาดหุ้นไทยครั้งนี้สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศและความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจโลก
แรงขายในตลาดเกิดขึ้นในหลายกลุ่มอุตสาหกรรม ทำให้ตลาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวในแดนลบอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงการซื้อขาย ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงอย่างรวดเร็วในช่วงเช้า ก่อนจะมีแรงซื้อกลับบางส่วนในช่วงท้ายตลาด
การปรับตัวลงของดัชนีหุ้นไทยในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแรงขายจากนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดการเงินโลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนสูง นักลงทุนจำนวนมากจึงเลือกปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง
ดัชนีหุ้นไทยซึ่งใช้วัดภาพรวมของตลาดหุ้นไทยจึงปรับตัวลดลงตามแรงกดดันดังกล่าว หุ้นขนาดใหญ่หลายตัวในกลุ่มพลังงาน ธนาคาร และเทคโนโลยีต่างถูกเทขาย ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว
การร่วงลงของตลาดหุ้นไทยในครั้งนี้เกิดจากหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทั้งปัจจัยภายในประเทศและปัจจัยต่างประเทศ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดหุ้นไทยคือสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาคของโลก ความขัดแย้งระหว่างประเทศสามารถส่งผลต่อราคาพลังงาน การค้าระหว่างประเทศ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน
เมื่อความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนทั่วโลกมักลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น และหันไปลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงขายเพิ่มขึ้น
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือภาวะ Risk‑off ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่นักลงทุนทั่วโลกเลือกหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง โดยเงินทุนบางส่วนอาจไหลออกจากตลาดหุ้นไปยังสินทรัพย์อื่น เช่น พันธบัตรรัฐบาล ทองคำ หรือเงินสด
เมื่อเกิดกระแส Risk‑off ในตลาดโลก ตลาดหุ้นไทยมักได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากตลาดทุนในภูมิภาคเอเชียมีความเชื่อมโยงกับกระแสเงินทุนระหว่างประเทศ
ในช่วงเวลาเดียวกัน ตลาดหุ้นเอเชียหลายแห่งก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน ทำให้แรงกดดันต่อดัชนีหุ้นไทยเพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนจำนวนมากจึงเลือกขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุน การเคลื่อนไหวในลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยยังคงมีความอ่อนไหวต่อปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย
ตลาดหุ้นไทยเคยร่วงแรงจนต้องใช้มาตรการ Circuit Breaker
ในช่วงการซื้อขายระหว่างวัน ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงมากกว่า 8% จนแตะระดับราว 1,348 จุด ส่งผลให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต้องประกาศใช้มาตรการ Circuit Breaker ขั้นแรก โดยหยุดการซื้อขายชั่วคราวประมาณ 30 นาที ก่อนกลับมาเปิดซื้อขายอีกครั้งในช่วงบ่าย
มาตรการดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดความตื่นตระหนกของตลาด และป้องกันการเทขายแบบตื่นตระหนกที่อาจทำให้ตลาดผันผวนอย่างรุนแรงเกินไป หลังจากตลาดกลับมาเปิดการซื้อขายอีกครั้ง ดัชนีหุ้นไทยยังคงเคลื่อนไหวในแดนลบ แต่ระดับการปรับตัวลดลงเริ่มชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหยุดการซื้อขาย
การปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วของตลาดหุ้นไทยส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนในระยะสั้น นักลงทุนบางส่วนเลือกชะลอการลงทุนเพื่อรอดูทิศทางของตลาดในระยะต่อไป ในขณะเดียวกัน นักลงทุนระยะยาวบางรายอาจมองว่าการปรับตัวลดลงของดัชนีหุ้นไทยในครั้งนี้เป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของตลาดยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน และสถานการณ์ทางการเมืองระหว่างประเทศ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยมีความเชื่อมโยงกับตลาดการเงินโลกอย่างชัดเจน เมื่อเกิดความไม่แน่นอนในระดับโลก ตลาดหุ้นในหลายประเทศรวมถึงไทยมักได้รับผลกระทบ
การเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยภายในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก เช่น ทิศทางเศรษฐกิจโลก นโยบายการเงินของประเทศมหาอำนาจ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
สำหรับนักลงทุน การติดตามข่าวสารและปัจจัยที่มีผลต่อตลาดหุ้นไทยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงและวางแผนการลงทุนได้อย่างเหมาะสมในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง
แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะเผชิญแรงขายอย่างหนักในครั้งนี้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรของตลาดการเงิน ซึ่งมักมีช่วงขึ้นและช่วงลงตามปัจจัยเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก โดยในระยะยาว ตลาดหุ้นไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดทุนสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังมีบทบาทต่อเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง
นักลงทุนจึงควรติดตามทิศทางของดัชนีหุ้นไทยและปัจจัยเศรษฐกิจสำคัญอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของตลาดและประเมินโอกาสในการลงทุนในอนาคต
ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ