SET พุ่งต่อ! เปิดโพยหุ้นเด่นรับดัชนีขาขึ้น ลุ้นทะลุ 1,380 จุดวันนี้
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

SET พุ่งต่อ! เปิดโพยหุ้นเด่นรับดัชนีขาขึ้น ลุ้นทะลุ 1,380 จุดวันนี้

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-02-09

หุ้นไทยวันนี้ (9 กุมภาพันธ์ 2569) กำลังได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก หลังบรรยากาศการเมืองในประเทศเริ่มชัดเจนขึ้น บริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ (บล.พาย) ประเมินว่า ดัชนีหุ้นไทย SET INDEX มีโอกาสปรับตัวขึ้นในกรอบ 1,350 – 1,380 จุด ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่กลับมาสู่ตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง


สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสในการเข้าสู่ตลาด การทำความเข้าใจปัจจัยขับเคลื่อนและหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้น มาดูกันว่าวันนี้ SET 50 และตลาดหุ้นไทยมีอะไรน่าจับตา


พลิกทุกมุมมอง: ทำไม 'เลือกตั้ง 2569' ถึงเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนักลงทุนหุ้นไทย

เลือกตั้ง2569

หลายคนอาจมองว่าการเลือกตั้งเป็นเพียงเรื่องการเมืองที่ห่างไกลตัว แต่สำหรับนักลงทุน เลือกตั้ง 2569 คือเหตุการณ์สำคัญที่จะส่งผลโดยตรงต่อพอร์ตการลงทุนของคุณ วันนี้เราจะพาไปดูว่าทำไมการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้ ถึงมีความสำคัญต่อตลาดหุ้นไทยมากขนาดนี้


สถิติเลือกตั้งไทยบอกอะไร: โอกาสทองของนักลงทุน

เมื่อย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การเลือกตั้งครั้งใหญ่ 6 ครั้งล่าสุดของไทยตั้งแต่ปี 2538 เราจะพบข้อมูลที่น่าสนใจมาก


  • โอกาสที่หุ้นปรับตัวขึ้น: 83.33% (ขึ้น 5 จาก 6 ครั้ง มีเพียงปี 2539 ครั้งเดียวที่ลบเนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจ)

  • ผลตอบแทนเฉลี่ยหลังเลือกตั้ง 1 เดือน: +2.6% ถึง +5.0%

  • สถิติสูงสุด: ปี 2544 หุ้นพุ่ง +18.45% ภายใน 19 วัน และปี 2554 ขึ้น +9.86% ภายในไม่ถึงเดือน


ตลาดหุ้นเกลียดความไม่แน่นอน เมื่อการเลือกตั้งผ่านพ้นไป นักลงทุนโดยเฉพาะต่างชาติจะกลับมามองไทยในแง่บวกมากขึ้น ส่งผลให้เงินลงทุนไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง


ปัจจัยบวกหนุนตลาดหุ้นไทย: เสถียรภาพการเมืองกลับมาแล้ว

เลือกตั้ง 2569

การเมืองไทยชัดเจน เชื่อมั่นรัฐบาลใหม่มั่นคง

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ หุ้นไทยวันนี้ มีแนวโน้มดี คือความชัดเจนทางการเมือง ข้อมูลล่าสุดจากการเลือกตั้งพบว่า พรรคภูมิใจไทย ครองที่นั่ง ส.ส. ถึง 194 เสียง ตามด้วยพรรคประชาชน 116 เสียง พรรคเพื่อไทย 76 เสียง และพรรคกล้าธรรม 57 เสียง


ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าพรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล โดยมี อนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพค่อนข้างสูง


สถิติในอดีตชี้ให้เห็นว่า หลังการเลือกตั้ง ตลาดหุ้นไทย มักตอบรับในเชิงบวกในช่วงสัปดาห์แรก ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ย 3-5% โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีกที่มีผลตอบแทนโดดเด่นถึง 3-4% ในสัปดาห์แรก


นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจเด้งดัง หนุนหุ้นกลุ่มเป้าหมาย

นโยบายเด่นของพรรคภูมิใจไทย อย่าง "คนละครึ่งพลัส" ถูกมองว่าจะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อภาคธุรกิจหลายกลุ่ม โดยเฉพาะ:

  • กลุ่มค้าปลีก (BJC, CPALL, CPAXT, HMPRO) - รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ

  • กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (STECON) - คาดการณ์โครงการโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น

  • กลุ่มการเงิน (MTC, SAWAD, TIDLOR, CBG) - ได้รับอานิสงส์จากการขยายตัวของสินเชื่อ

  • กลุ่มเครื่องดื่ม (ICHI) - ร่วมรับผลบวกจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้น


กลยุทธ์การลงทุนแนะนำ: Trading หุ้นกลุ่มเด่น

SET INDEX ปรับขึ้น 8.8% - ยังมี Upside?

แม้ว่า SET INDEX จะปรับตัวขึ้นมาแล้ว 8.8% จากจุดต่ำสุด ซึ่งถือว่า Price In ปัจจัยเลือกตั้งไปพอสมควรแล้ว แต่ผู้เชี่ยวชาญยังคาดหวังว่าจะมี Upside เพิ่มขึ้นได้อีกเล็กน้อยจากความมั่นคงของรัฐบาลและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะตามมา


หุ้นกลุ่มแนะนำสำหรับการเก็งกำไร

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการใช้กลยุทธ์ Trading แนะนำให้จับตาหุ้นกลุ่มต่อไปนี้:


กลุ่มค้าปลีก

  • BJC (เบอร์ลี่ ยุคเกอร์)

  • CPALL (ซีพี ออลล์)

  • CPAXT (ซีพี แอ็กซ์ตร้า)

  • HMPRO (โฮมโปร)


กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง

  • STECON (สตีลคอนเทค)


กลุ่มการเงิน

  • MTC (เมืองไทยแคปปิตอล)

  • SAWAD (สว.)

  • TIDLOR (ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป)

กลุ่มเครื่องดื่ม

  • ICHI (อิชิตัน)


หุ้นกลุ่มไหนได้ประโยชน์จากเลือกตั้ง 2569?

นโยบายของรัฐบาลใหม่จะเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรของหุ้นแต่ละกลุ่ม มาดูกันว่ากลุ่มไหนน่าจับตา:

1. กลุ่มค้าปลีกและอุปโภคบริโภค (CPALL, CPAXT, CBG)

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจแทบทุกพรรคจะช่วยกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นบัตรสวัสดิการ การเพิ่มค่าแรง หรือโครงการเงินดิจิทัล จะทำให้ยอดขายสาขาเดิมเติบโตได้อย่างชัดเจน

2. กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและรับเหมาก่อสร้าง (AMATA, WHA, STEC)

หากรัฐบาลใหม่มุ่งดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและพัฒนา EEC ต่อเนื่อง หุ้นกลุ่มนี้จะได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนใหม่ๆ

3. กลุ่มสินเชื่อและการเงิน (MTC, SAWAD, TIDLOR)

ต้องติดตามนโยบายแก้หนี้ครัวเรือนอย่างใกล้ชิด เพราะจะส่งผลต่อทั้งการเติบโตของสินเชื่อและคุณภาพหนี้ของกลุ่มนี้


3 ความเสี่ยงที่ต้องระวังหลังเลือกตั้ง 2569

แม้สถิติจะดูดี แต่นักลงทุนต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้:

1. การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า

หากไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้อย่างรวดเร็ว จะส่งผลให้งบประมาณปี 2569 ถูกเบิกจ่ายล่าช้า กระทบเศรษฐกิจโดยรวม

2. นโยบายที่กระทบกำไรบริษัท

ต้องจับตานโยบายภาษีใหม่ๆ เช่น ภาษีขายหุ้น ภาษีลาภลอย หรือการควบคุมค่าไฟ ที่อาจกระทบกำไรบริษัทจดทะเบียน

3. ความไม่สงบหลังเลือกตั้ง

หากเกิดการประท้วงหรือความขัดแย้งรุนแรง จะทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง เงินลงทุนอาจไหลออกแทนที่จะไหลเข้า


กลยุทธ์รับมือเลือกตั้ง 2569 สำหรับนักลงทุน

การลงทุนในช่วงเลือกตั้งต้องใช้ "แผน" ไม่ใช่การเสี่ยงโชค:

ก่อนวันเลือกตั้ง: สะสมหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดีและผันผวนต่ำ

หลังทราบผลเลือกตั้ง: พิจารณาขายทำกำไรบางส่วนหากหุ้นขึ้นสูงเกินพื้นฐาน รอดูความชัดเจนของคณะรัฐมนตรีและนโยบายที่จะนำมาใช้จริง


สรุป: โอกาสทองในตลาดหุ้นไทย รอคุณอยู่

หุ้นไทยวันนี้ กำลังเผชิญกับโมเมนตัมที่น่าสนใจ เสถียรภาพการเมืองที่กลับมา นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจน และแรงหนุนจากตลาดโลก ล้วนเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ SET 50 และตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเติบโต


การเลือกโบรกเกอร์ที่เหมาะสมคือก้าวแรกสู่ความสำเร็จ เริ่มต้นการลงทุนกับ EBC Financial Group วันนี้ และเปิดโอกาสสร้างผลตอบแทนในตลาดหุ้นที่กำลังมาแรง


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
หุ้นไทยวันนี้ลุ้น 1350 จุด! เปิดกลยุทธ์เด็ดรับมือตลาด
ตลาดหุ้นไทยปี 2026 กำลังฟื้นคืนชีพ เงินไหลเข้าหนุนดัชนี
วิเคราะห์ หุ้นไทยวันนี้: เมื่อดัชนีทะลุ 1,300 จุด พร้อมแรงซื้อต่างชาติไหลเข้า
ดัชนีหุ้นไทย: คู่มือฉบับเข้าใจง่ายสำหรับนักลงทุนมือโปร
8 กองทุนรวมน่าสนใจ ปี 2026: โอกาสทองสำหรับนักลงทุนยุคใหม่