เศรษฐกิจโลกปี 2026: 9 จุดเปราะบางที่นักลงทุนต้องรู้
简体中文 繁體中文 English 한국어 日本語 Español Bahasa Indonesia Tiếng Việt Português Монгол العربية हिन्दी Русский ئۇيغۇر تىلى

เศรษฐกิจโลกปี 2026: 9 จุดเปราะบางที่นักลงทุนต้องรู้

ผู้เขียน: Charmin Cornelia

เผยแพร่เมื่อ: 2026-01-23

ในยุคที่ตลาดการเงินเต็มไปด้วยความผันผวน การเข้าใจภาพรวมเศรษฐกิจโลกกลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยปกป้องและเพิ่มพูนมูลค่าพอร์ตการลงทุนของคุณ ในปี 2026 อาจดูเหมือนเป็นปีที่เศรษฐกิจที่ยังคงเติบโตแต่ถ้าหากมองลึกลงไป คุณจะพบว่ามีจุดเปราะบางถึง 9 ประการที่ซ่อนอยู่ และพร้อมจะส่งผลกระทบต่อทิศทางของเศรษฐกิจสหรัฐและตลาดทุนทั่วโลก


ที่ EBC Financial Group เราเชื่อว่านักลงทุนที่ชาญฉลาดคือผู้ที่เตรียมพร้อมล่วงหน้า มาร่วมเจาะลึกทุกมิติของความเสี่ยงเหล่านี้ และค้นพบว่าคุณควรปรับกลยุทธ์การลงทุนอย่างไรให้พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์


จุดเปราะบางที่ 1 เมื่อการเมืองครอบงำเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจโลก


เศรษฐกิจโลกในปี 2026 ไม่สามารถแยกตัวออกจากปัจจัยทางการเมืองได้อีกต่อไป โดยเฉพาะการเลือกตั้งกลางเดือนพฤศจิกายนของสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ตระหนักดีว่าประชาชนชาวอเมริกันกำลังเผชิญกับความยากลำบากด้านค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ค่าจ้างไม่ขึ้น การหางานยากขึ้น และที่สำคัญคือราคาอาหาร ที่อยู่อาศัย และค่าเดินทางที่พุ่งสูงจนน่าตกใจ


เพื่อแก้ปัญหาความต้องการของประชาชน รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการที่มุ่งเน้นความสามารถในการจ่าย (Affordability) อย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการห้ามบริษัทเอกชนซื้อบ้านเดี่ยว หรือการกดดันให้ผู้ผลิตรถยนต์หันมาผลิตรถขนาดเล็กสไตล์ญี่ปุ่นเพื่อลดราคา มาตรการเหล่านี้อาจดูเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค แต่กลับสร้างความไม่แน่นอนอย่างมากต่อนักลงทุนในตลาดสหรัฐ


จุดเปราะบางที่ 2  "Known Unknown" จากฝีมือทรัมป์

เศรษฐกิจโลก


หนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการลงทุนในยุคทรัมป์คือ "Known Unknown Event" หรือความไม่แน่นอนที่เรารู้ว่ามีอยู่แต่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตัวอย่างล่าสุดที่สะเทือนตลาดคือการที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐออกหมายศาลจากอัยการกลางส่งไปยังประธานเฟด แม้หลายคนเคยได้ยินข่าวลือว่าทรัมป์มีแผนดังกล่าว แต่ไม่มีใครกล้าฟันธงว่าจะเกิดขึ้นจริง


สิ่งที่นักลงทุนต้องเข้าใจคือ ทรัมป์จะยังคงสร้าง "เซอร์ไพรส์" ให้ตลาดอีกมากมายในอนาคต และการเตรียมพร้อมที่ดีที่สุดคือการมีแผนรองรับทุกสถานการณ์ และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด



จุดเปราะบางที่ 3  เงินเฟ้อสูงกดดันตลาดหุ้น

Google Gemini Image 3.jpeg


หากเงินเฟ้อพุ่ง เฟดจะต้องตอบโต้อย่างไร

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งของเศรษฐกิจโลกในปี 2026 คืออัตราเงินเฟ้อ หากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐออกมาสูงกว่าคาด ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะถูกบีบให้ส่งสัญญาณนโยบายการเงินแบบตึงตัว ซึ่งหมายถึงการขึ้นดอกเบี้ยพันธบัตรอายุ 10 ปี และนั่นจะกดดันตลาดหุ้นโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเทคโนโลยี AI และ Big Tech ที่นักลงทุนให้ความสนใจอย่างมาก


แต่เรื่องน่าสนใจคือตั้งแต่ทรัมป์ขึ้นภาษีนำเข้า (Tariff) เงินเฟ้อกลับไม่พุ่งสูงมากนัก เพราะผู้นำเข้าเร่งสั่งสินค้าก่อนที่ Tariff จะมีผลบังคับใช้ นอกจากนี้ ผู้นำเข้าบางรายยอมรับต้นทุนเพิ่มเองโดยไม่ขึ้นราคา และทรัมป์เองก็ย้อนกลับนโยบายในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์ในเดือนสิงหาคม ประกอบกับรัฐบาลสหรัฐ Shutdown ตั้งแต่เดือนกันยายนถึงธันวาคม ทำให้ตัวเลขเงินเฟ้อที่ออกมาไม่สมบูรณ์


จุดเปราะบางที่ 4  หนี้สาธารณะสหรัฐทะลุเพดาน

Gemini Generated Image 18.jpeg


$3.5 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 10 ปี 

ปริมาณหนี้รัฐบาลสหรัฐยังคงเติบโตต่อเนื่องแม้ในช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐดูดี ซึ่งถือว่าผิดปกติอย่างมาก หน่วยงานสถิติของทางการสหรัฐคาดการณ์ว่าหนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นถึง 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ในอีก 10 ปีข้างหน้า จากระดับปัจจุบันที่ 38 ล้านล้านดอลลาร์


ที่น่าเป็นห่วงยิ่งขึ้นคือหากรัฐบาลสหรัฐตัดสินใจแจกเงินให้ประชาชนคนละ 2,000 ดอลลาร์ (มากกว่าช่วงโควิดที่แจกคนละ 1,400 ดอลลาร์) อาจทำให้การบริโภคและอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะกลายเป็นวัฏจักรอันตรายที่กดดันทั้งตลาดพันธบัตรและตลาดหุ้น


จุดเปราะบางที่ 5 AI Bubble

Gemini Generated Image.jpeg

งบลงทุน AI ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ยั่งยืนหรือไม่

หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐและตลาดหุ้นเติบโตได้ดีคือการใช้จ่ายงบลงทุนของบริษัท (Capex) ที่เกี่ยวข้องกับ AI ไม่ว่าจะเป็นการสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) การพัฒนาชิป และการลงทุนด้านพลังงาน


แต่สัญญาณอันตรายเริ่มปรากฏขึ้น เมื่อพบว่ากว่า 60% ของศูนย์ข้อมูลถูกสร้างขึ้นโดยบริษัทที่ไม่ใช่ยักษ์ใหญ่อย่าง Hyperscaler และบริษัทเหล่านี้มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนสูงมาก สูงกว่าช่วง Dotcom Bubble ในยุค 90 เสียอีก


หากฟองสะบู้ AI แตก ผลกระทบต่อ GDP สหรัฐและเศรษฐกิจโลกจะรุนแรงมาก และอาจนำไปสู่ภาวะถดถอย (Recession) ได้


จุดเปราะบางที่ 6 สงครามการค้าสหรัฐ-จีน รอบ 2

เศรษฐกิจโลก


การยึดทรัพยากร: จุดชนวนใหม่ของความขัดแย้ง

สงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนอาจจะกลับมากระหึ่มอีกครั้ง เหตุการณ์ที่สหรัฐบุกจับผู้นำเวเนซุเอลาอย่างนิโคลัส มาดูโร่ ชี้ให้เห็นว่าทรัมป์มีแผนยึดแหล่งทรัพยากรใหม่ๆ ทั่วโลก รวมถึงกรีนแลนด์


สิ่งที่น่ากังวลคือแผนการเหล่านี้อาจไปขัดแย้งกับผลประโยชน์ของจีน ที่ลงทุนในโครงการทรัพยากรธรรมชาติไว้ทั่วโลกมาหลายสิบปี โดยเฉพาะประเด็นไต้หวันที่จีนอาจเร่งดำเนินการยึดครองเร็วกว่าแผนเดิม


สงครามการค้ารอบใหม่จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อห่วงโซ่อุปทานโลก และสร้างความผันผวนให้ตลาดการเงินทั่วโลก


จุดเปราะบางที่ 7  ประธานเฟดคนใหม่จะทำให้ตลาดเสี่ยงขึ้นหรือไม่

เศรษฐกิจโลก


Kevin Warsh vs. Chris Waller ใครจะสืบทอด Jay Powell

การเปลี่ยนผู้นำธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปราะบางของเศรษฐกิจโลกในปี 2026 ไม่ว่าจะเป็น Kevin Warsh หรือ Chris Waller ที่มาดำรงตำแหน่ง ทั้งคู่ต่างต้อง Trade-off ระหว่างการสนองความต้องการของทรัมป์ที่ต้องการลดดอกเบี้ย กับความรับผิดชอบในการไม่ปล่อยให้เงินเฟ้อพุ่งสูงจากการผ่อนคลายนโยบายมากเกินไป


ผู้เชี่ยวชาญคาดว่า Waller น่าจะเต็มใจทำตามทรัมป์มากกว่า แต่อาจถูกสมาชิก FOMC โดยเฉพาะจากเฟดสาขาต่อต้าน ส่วน Warsh ที่มาจากนอกวงการอาจมีอำนาจกดดันให้สมาชิกโหวตตามที่ต้องการได้มากกว่า แต่อาจไม่รับคำสั่งจากทรัมป์อย่างเคร่งครัดนัก


จุดเปราะบางที่ 8  Private Credit และ Crypto: ความเสี่ยงในเงามืด

บรรดาบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐกำลังเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างคลาวด์ ชิป และพลังงาน จนเงินสดในบริษัทไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ต้องหันไปสร้างหนี้เพิ่มผ่านการออกตราสารหนี้แบบ Private Credit ให้นักลงทุนและธนาคาร รวมถึง Private Equity ที่ขายตรงต่อกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ


ที่น่ากังวลยิ่งขึ้นคือในยุคทรัมป์มีการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ในวงการ Crypto และ Stablecoin ให้ออกได้ง่ายขึ้น ซึ่งสร้างความเสี่ยงต่อระบบการเงินอย่างมหาศาล เพราะขาดการกำกับดูแลที่เข้มงวด


จุดเปราะบางที่ 9 ฝ่ายตุลาการกลายเป็นตัวแปรสำคัญ

คำตัดสินศาลที่อาจเขย่าตลาด

จุดเปราะบางสุดท้ายของเศรษฐกิจโลกปี 2026 คือความไม่แน่นอนจากคำตัดสินของศาลสหรัฐ ไม่ว่าจะเป็นคดีเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของนโยบาย Tariff ของทรัมป์ คดีว่าทรัมป์มีอำนาจปลดสมาชิก FOMC อย่างลิซ่า คุก หรือไม่ และคดีหมายศาลจากอัยการสหรัฐต่อประธานเฟด Jay Powell กรณีใช้งบประมาณซ่อมแซมอาคารเฟดเกินกว่าที่เสนอต่อสภาคองเกรส


คำตัดสินเหล่านี้อาจเปลี่ยนกติกาของตลาดการเงินได้ในชั่วข้ามคืน


ทั้ง 9 จุดเปราะบางที่เราได้วิเคราะห์ไปนั้น ล้วนเป็นสัญญาณเตือนที่นักลงทุนทุกคนควรให้ความสำคัญ เศรษฐกิจโลกในปี 2026 อาจดูมีเสถียรภาพในภาพรวม แต่ใต้พื้นผิวนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยงที่อาจระเบิดได้ทุกเมื่อ


การเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการเตรียมพร้อม การวิเคราะห์ที่รอบคอบ และการมีพันธมิตรที่เชื่อถือได้


ข้อสงวนสิทธิ์: เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นข้อมูลทั่วไปเท่านั้น และไม่ได้มีเจตนาให้เป็น (และไม่ควรพิจารณาว่าเป็น) คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือคำแนะนำอื่นใดที่ควรนำไปใช้เป็นหลักในการตัดสินใจ ความเห็นใดๆ ที่ปรากฏในเนื้อหานี้ไม่ได้เป็นการแนะนำจาก EBC หรือผู้เขียนว่าการลงทุน หลักทรัพย์ ธุรกรรม หรือกลยุทธ์การลงทุนใดๆ เหมาะสมสำหรับบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ

บทความแนะนำ
20 อันดับสกุลเงินที่ถูกที่สุดในโลก ปี 2025
ปัจจัยใดบ้างที่หนุนให้ Nikkei 225 พุ่งทะลุ 51,000 จุดครั้งประวัติศาสตร์
ไขสงสัย ทำไมประชุม FED จึงสำคัญ นักลงทุนต้องจับตาดูอะไรบ้าง
เงินดอลลาร์จะเจอวิกฤตในปี 2026 หรือไม่?
กนง. ลดดอกเบี้ยเหลือ 1.25% สัญญาณนี้บอกอะไรแก่นักลงทุนใน ตลาดหุ้น?