เผยแพร่เมื่อ: 2026-08-25
อัปเดตเมื่อ: 2026-08-25
ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ด้วยแรงเทขายที่รุนแรง ดัชนี KOSPI ร่วงลงกว่า 2% ทันทีที่เปิดตลาด และแรงเทขายที่ถาโถมต่อเนื่องลากดัชนีดิ่งลึกสุดถึงกว่า 4% ระหว่างวัน ก่อนจะดีดตัวกลับมาปิดบวกได้ในที่สุด โดยปิดที่ 6,742.74 จุด เพิ่มขึ้น 45.78 จุด หรือ 0.68% หลังจากวันก่อนหน้าดัชนีเคยร่วงลงไปมากกว่า 3% จากแรงเทขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป ท่ามกลางความกังวลเรื่องความสามารถทำกำไรของการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI ระหว่างวัน ดัชนีเคยร่วงลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ 6,408.82 จุด หลังเปิดตลาดที่ระดับ 6,535.93 จุด ก่อนแรงซื้อหุ้นกลุ่มบิ๊กแคปจะช่วยดึงดัชนีกลับขึ้นมาได้
ความเคลื่อนไหวลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับตลาดหุ้นเกาหลีใต้ การที่ดัชนีสวิงจากติดลบมาเป็นบวกได้ในวันเดียวมักสะท้อนแรงดึงระหว่างผู้เล่นสองฝ่ายที่มีมุมมองต่างกัน ฝ่ายหนึ่งขายเพราะกังวลเรื่องพื้นฐาน อีกฝ่ายซื้อเพราะมองว่าราคาปรับลงมากเกินจริง ในกรณีของ KOSPI วันนี้ ข้อมูลตัวเลขนักลงทุนช่วยยืนยันภาพนี้ได้ชัดเจน
นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิราว 3.8 ล้านล้านวอน ซึ่งเป็นแรงกดดันหลักที่ทำให้ดัชนีร่วงลงช่วงเช้า ขณะที่นักลงทุนสถาบันเข้าซื้อสุทธิราว 1.1 ล้านล้านวอน และนักลงทุนรายย่อยซื้อสุทธิราว 1 ล้านล้านวอน ช่วยพยุงดัชนีไว้ได้
หุ้น Samsung Electronics ซึ่งร่วงหนักช่วงเปิดตลาด ปิดตลาดทรงตัวที่ 257,000 วอน เท่ากับราคาปิดวันก่อนหน้า ส่วน SK Hynix ปิดบวก 0.42% ที่ 1,678,000 วอน แม้ระหว่างวันจะเคยร่วงลงแรงเช่นกัน
หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างปรับขึ้นมากกว่า 8% และกลุ่มเครื่องจักรอุปกรณ์เพิ่มขึ้นกว่า 5% โดยดูซาน เอเนอร์บิลิตี้เป็นหุ้นที่ปรับขึ้นโดดเด่นในกลุ่มนี้ สะท้อนการโยกเงินออกจากกลุ่มเทคโนโลยีไปยังกลุ่มอื่นในช่วงที่ตลาดผันผวน
ดัชนี KOSDAQ ปิดบวก 1.7% ที่ 827.15 จุด หลังจากเปิดตลาดในแดนลบเช่นเดียวกับ KOSPI
แรงขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติที่ 3.8 ล้านล้านวอน ถือเป็นตัวเลขที่สูงพอสมควรสำหรับตลาดเกาหลีใต้ในวันเดียว และเป็นแรงขายที่ต่อเนื่องมาจากวันก่อนหน้าซึ่งดัชนีร่วงไปแล้วมากกว่า 3% จุดที่น่าสนใจคือแรงขายรอบนี้กระจุกตัวอยู่ที่หุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์เป็นหลัก ไม่ได้กระจายไปทั่วทั้งตลาด นักลงทุนต่างชาติหลายรายปรับลดสัดส่วนการถือครองหุ้นเทคโนโลยีเอเชียลงชั่วคราว ก่อนที่จะรอดูตัวเลขผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ รายใหญ่ในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะ Nvidia ซึ่งเป็นผู้กำหนดทิศทางความเชื่อมั่นต่ออุตสาหกรรมชิป AI ทั้งห่วงโซ่
ในทางกลับกัน นักลงทุนสถาบันในประเทศกลับมองต่างมุม การเข้าซื้อสุทธิกว่า 1.1 ล้านล้านวอนของฝ่ายนี้ เกิดขึ้นในจังหวะที่ราคาหุ้น Samsung Electronic และ SK Hynix ปรับลงมาอยู่ในระดับที่พอร์ตการลงทุนระยะยาวมองว่าคุ้มค่า ปรากฏการณ์นี้เรียกได้ว่าเป็นการซื้อสวนกระแส ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งในตลาดที่มีสัดส่วนนักลงทุนต่างชาติสูงอย่างเกาหลีใต้ เมื่อแรงขายจากต่างชาติมาจากปัจจัยระยะสั้น นักลงทุนในประเทศมักเข้าซื้อเพื่อลดต้นทุนเฉลี่ยของสถานะที่ถืออยู่เดิม

การที่หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างปรับขึ้นมากกว่า 8% ในวันเดียวกับที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงเทขาย ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ รูปแบบนี้เรียกว่าการหมุนกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อนักลงทุนโยกเงินจากกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีความผันผวนมากในระยะสั้น ไปยังกลุ่มที่ได้รับปัจจัยหนุนเฉพาะตัว ในกรณีของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ปัจจัยหนุนน่าจะมาจากความคาดหวังต่อโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ซึ่งดูซาน เอเนอร์บิลิตี้ (Doosan Enerbility) ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รับเหมาโครงการพลังงานรายใหญ่ ได้ประโยชน์โดยตรง
สำหรับผู้ที่ติดตามตลาดเอเชียในภาพรวม รูปแบบการหมุนกลุ่มแบบนี้มักเกิดขึ้นควบคู่กับความผันผวนของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และเป็นสัญญาณที่บอกว่าเม็ดเงินยังคงอยู่ในตลาด เพียงแต่เปลี่ยนเป้าหมายการลงทุนชั่วคราวเท่านั้น ไม่ได้ไหลออกจากตลาดไปทั้งหมด
ปัจจัยที่จะกำหนดทิศทาง KOSPI ในระยะถัดไป หนีไม่พ้นผลประกอบการของ Nvidia ที่ตลาดกำลังรออยู่ หากตัวเลขออกมาดีเกินคาด มีโอกาสที่แรงซื้อจะไหลกลับเข้าหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ทั่วภูมิภาครวมถึงเกาหลีใต้ด้วย แต่หากตัวเลขน่าผิดหวัง แรงกดดันต่อ Samsung และ SK Hynix อาจกลับมาอีกครั้ง ระดับที่ควรจับตาคือโซน 6,600 จุด ซึ่งดัชนีสามารถยืนกลับขึ้นมาได้ในวันนี้ หากหลุดระดับนี้ลงไปอีกครั้งพร้อมวอลุ่มสูง อาจเป็นสัญญาณว่าแรงขายยังไม่จบ
ความผันผวนที่ชัดเจนของดัชนี KOSPI ในวันนี้ จากที่ร่วงลงกว่า 2% ช่วงเปิดตลาด สู่การปิดบวก 0.68% แสดงให้เห็นว่าความผันผวนแบบนี้เกิดขึ้นได้ทุกวันในตลาดหุ้นเอเชีย และมักเปลี่ยนทิศทางเร็วกว่าที่คาดไว้ นักเทรดที่ต้องการติดตามความเคลื่อนไหวของ KOSPI และดัชนีอื่นทั่วโลกแบบเรียลไทม์ สามารถศึกษาข้อมูลตลาดเพิ่มเติมและเปิดบัญชีทดลองเทรดฟรีกับ EBC เพื่อฝึกวิเคราะห์จังหวะเข้าออกตลาดโดยไม่ต้องใช้เงินจริงก่อนตัดสินใจลงทุนจริง
แรงกดดันหลักมาจากความกังวลต่อเนื่องเรื่องความสามารถทำกำไรของการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งฉุดหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ในวันก่อนหน้าลงไปแล้วมากกว่า 3% แรงขายจึงลากยาวมาถึงช่วงเปิดตลาดวันนี้
แรงซื้อจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายย่อยในประเทศ ซึ่งเข้าซื้อสวนทางกับนักลงทุนต่างชาติที่ขายสุทธิ ช่วยดึงดัชนีจากจุดต่ำสุดระหว่างวันกลับขึ้นมาปิดในแดนบวกได้
หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างปรับตัวขึ้นแรงในวันนี้ ซึ่งเป็นรูปแบบการโยกเงินที่พบได้บ่อยเมื่อกลุ่มเทคโนโลยีเผชิญแรงเทขาย
เกี่ยวข้องในแง่ที่ Samsung และ SK Hynix เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตชิป AI ระดับโลก ความเคลื่อนไหวของหุ้นทั้งสองจึงมักถูกจับตาควบคู่กับปัจจัยจากตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะช่วงที่มีการประกาศผลประกอบการของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่