เผยแพร่เมื่อ: 2026-08-07
อัปเดตเมื่อ: 2026-08-07
คนที่สนใจ "ทอง" เป็นสินทรัพย์ลงทุน มักเจอทางแยกสำคัญ 2 ทาง ทางแรกคือ ไปที่ร้านทองแล้วซื้อทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณซึ่งเป็นวิธีแบบดั้งเดิม ทางที่สอง คือ เปิดบัญชีกับโบรกเกอร์แล้ว เทรดทอง Forex ผ่านสัญญา CFD ทั้งสองแบบอ้างอิงราคาทองคำเหมือนกัน แต่กลไก ต้นทุน และความเสี่ยงต่างกันมากพอที่จะทำให้ผลตอบแทนสุทธิออกมาไม่เหมือนกันเลย บทความนี้จะพาไปดูทีละประเด็นว่า การ เทรดทอง Forex กับการซื้อทองคำแท่งหรือทองรูปพรรณทำงานอย่างไร เหมาะกับใคร และมีข้อผิดพลาดอะไรที่มือใหม่มักเจอ
เทรดทอง Forex ไม่ต้องถือทองจริง ใช้ Leverage ทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน
ทองคำแท่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) และเหมาะกับการถือครองระยะยาวเพื่อรักษามูลค่าเงิน ส่วนทองรูปพรรณมีค่ากำเหน็จที่ไม่ได้คืนตอนขาย
ต้นทุนหลักของแต่ละแบบต่างกัน เทรดทอง Forex เจอ Spread/Swap ส่วนทองคำจริงเจอส่วนต่างราคารับซื้อ-ขายออก
ไม่มีแบบไหนดีที่สุดตายตัว ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย เช่น การเก็งกำไรระยะสั้น การรักษามูลค่าระยะยาว และระดับความเสี่ยงที่รับได้ของแต่ละคน

เทรดทอง Forex (Gold CFD): การซื้อขายสัญญาส่วนต่างราคาทองคำ (XAU/USD) ผ่านแพลตฟอร์มโบรกเกอร์ Forex โดยไม่ต้องถือครองทองคำจริง
ทองคำแท่ง: ทองคำบริสุทธิ์ 96.5% ที่ซื้อขายในรูปแบบแท่ง ราคาอ้างอิงตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ
ทองรูปพรรณ: ทองคำที่ผ่านการขึ้นรูปเป็นเครื่องประดับ มีส่วนผสมโลหะอื่นเพื่อความแข็งแรง
ค่ากำเหน็จ: ค่าแรงและค่าธรรมเนียมการผลิตที่ร้านทองเรียกเก็บเพิ่ม ซึ่งเป็นต้นทุนที่ไม่ได้คืนมาตอนขายคืน
Leverage: อัตราทดทางการเงินที่โบรกเกอร์ Forex จัดเตรียมไว้ให้ ช่วยให้ควบคุมสถานะซื้อขายที่มีมูลค่าสูงด้วยเงินทุน (Margin) เพียงบางส่วน
| หัวข้อ | เทรดทอง Forex (Gold CFD) | ทองคำแท่ง | ทองรูปพรรณ |
|---|---|---|---|
| การถือครองจริง | ไม่ถือครองทองจริง ซื้อขายสัญญาอ้างอิงราคา | ถือทองจริง ต้องมีที่เก็บหรือตู้เซฟที่ปลอดภัย | ถือทองจริง สวมใส่ได้ |
| Leverage | มี ใช้เงินทุนน้อยควบคุมสถานะใหญ่ได้ | ไม่มี ต้องจ่ายเต็มมูลค่า | ไม่มี ต้องจ่ายเต็มมูลค่า |
| ทำกำไรขาลงได้ไหม | ได้ (เปิดสถานะ Sell/Short) | ไม่ได้ ทำกำไรได้เฉพาะขาขึ้น | ไม่ได้ ทำกำไรได้เฉพาะขาขึ้น |
| สภาพคล่อง | สูงมาก ซื้อขายได้เกือบตลอด 24 ชม. ในวันทำการตลาดโลก | ขึ้นกับเวลาเปิดร้านทอง | ขึ้นกับเวลาเปิดร้านทอง |
| ต้นทุนหลัก | ค่าสเปรด (Spread) ค่าคอมมิชชั่น และอาจมีค่าสวอป (Swap) หากถือออเดอร์ข้ามคืน | ส่วนต่างราคาซื้อ-ขายออก (แคบกว่าทองรูปพรรณ) | ส่วนต่างราคา + ค่ากำเหน็จ (ไม่ได้คืนตอนขาย) |
| ภาษี | ไม่มี VAT 7% เพราะเป็นการซื้อขายสัญญาผ่านโบรกเกอร์ Forex | ได้รับยกเว้น VAT 7% ตามกฎหมาย | ต้องเสีย VAT 7% บนส่วนต่างค่ากำเหน็จ |
| ความเสี่ยงจาก Leverage | สูง หากใช้ Leverage มากและไม่บริหารความเสี่ยง | ไม่มีความเสี่ยงจาก Leverage | ไม่มีความเสี่ยงจาก Leverage |
| เหมาะกับ | นักเทรดที่ต้องการทำกำไรระยะสั้น-กลาง ทั้งขาขึ้นและขาลง | ผู้ต้องการถือยาว รักษามูลค่าเงิน | ผู้ต้องการใส่ประดับ + เก็บมูลค่าไปพร้อมกัน |
สมมติมีเงินทุน 100,000 บาท และคาดการณ์ว่าราคาทองจะปรับตัวขึ้นประมาณ 5% ในช่วงเวลาหนึ่ง
กรณีซื้อทองคำแท่ง: ใช้เงินทั้งหมดซื้อทองคำแท่งตามราคาขายออกที่ประกาศ เมื่อราคาทองคำในตลาดโลกขึ้น 5% มูลค่าทองที่ถือครองจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนใกล้เคียงกัน แต่กำไรที่ได้จริงจะถูกหักด้วยส่วนต่างราคารับซื้อคืน - ขายออก ทำให้ผลตอบแทนสุทธิต่ำกว่า 5% เล็กน้อย
กรณีซื้อทองรูปพรรณ: ใช้เงินทั้งหมดซื้อทองรูปพรรณตามราคาขายออกที่รวมค่ากำเหน็จไว้แล้ว เมื่อราคาทองคำในตลาดโลกขึ้น 5% มูลค่าเนื้อทองจะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนเดียวกัน แต่ตอนขายคืน ร้านทองจะรับซื้อคืนตามราคาทองคำแท่งหักด้วยค่าเสียหายจากการหลอมและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ และจะไม่ได้ค่ากำเหน็จที่จ่ายไปตอนซื้อทองรูปพรรณคืนด้วย ทำให้ผลตอบแทนสุทธิต่ำกว่าทองคำแท่งอย่างชัดเจน และหากราคาทองขึ้นไม่มากพอ ก็มีโอกาสขาดทุนทั้งที่ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นแล้ว
กรณีเทรดทอง Forex ด้วย Leverage: เงินทุนก้อนเดียวกันสามารถเปิดสถานะที่มีมูลค่าอ้างอิงสูงกว่าเงินทุนจริงหลายเท่า ทำให้เมื่อราคาทองขึ้น 5% กำไรที่คำนวณจากมูลค่าสถานะทั้งหมดจะสูงกว่าสัดส่วน 5% ของเงินทุนที่วางไว้มาก แต่หลักการเดียวกันนี้ใช้ได้ทั้งสองทาง นั่นคือ หากราคาทองเคลื่อนไหวสวนทางกับที่คาดไว้ ผลขาดทุนก็จะขยายตัวในสัดส่วนเดียวกัน และในบางกรณีอาจสูญเสียเงินทุนเร็วกว่าที่คาดมาก
ตัวเลขที่แน่นอนขึ้นอยู่กับอัตรา Leverage ที่โบรกเกอร์แต่ละรายกำหนด ขนาดสัญญา (Lot Size) และ Spread ของแต่ละแพลตฟอร์ม เทรดเดอร์จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขของโบรกเกอร์ที่ใช้จริงก่อนคำนวณผลตอบแทนที่คาดหวัง
เข้าใจว่าทองคำแท่งไม่มีความเสี่ยงเลย แม้ไม่มีความเสี่ยงจาก Leverage แต่ราคาทองในตลาดโลกยังผันผวนได้เป็นปกติ
มองข้ามค่ากำเหน็จตอนซื้อทองรูปพรรณเพื่อเก็งกำไร ทองรูปพรรณเหมาะกับการสวมใส่มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น เพราะจะไม่ได้ค่ากำเหน็จคืนตอนขาย
ใช้ Leverage สูงเกินระดับที่บริหารความเสี่ยงได้ Leverage ขยายทั้งกำไรและขาดทุน การไม่ตั้ง Stop Loss ในการเทรดทอง Forex อาจทำให้เสียเงินทุนเร็วกว่าที่คิด
สับสนว่า เทรดทอง Forex คือการซื้อทองจริง ความจริงเป็นการซื้อขายสัญญาอ้างอิงราคา ไม่มีการส่งมอบทองคำจริง
เทรดทอง Forex เหมาะกับผู้ที่ต้องการทำกำไรจากความผันผวนของราคาทองในระยะสั้นถึงกลาง ต้องการทำกำไรได้ทั้งขาขึ้นและขาลง และรับความเสี่ยงจาก Leverage ได้
ทองคำแท่ง เหมาะกับผู้ที่ต้องการถือครองสินทรัพย์จริงเพื่อรักษามูลค่าเงินในระยะยาว ไม่ต้องการความเสี่ยงจาก Leverage
ทองรูปพรรณ เหมาะกับผู้ที่ต้องการทั้งสวมใส่และเก็บมูลค่าไปพร้อมกัน มากกว่าการเก็งกำไรระยะสั้น
โดยรวมใช่ เพราะมี Leverage เข้ามาขยายทั้งกำไรและขาดทุน แต่ความเสี่ยงจริงขึ้นอยู่กับวิธีบริหารจัดการความเสี่ยงของแต่ละคนด้วย
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละโบรกเกอร์และขนาด Lot ที่เลือกเทรด โดยทั่วไปใช้เงินทุนเริ่มต้นน้อยกว่าการซื้อทองคำแท่งเต็มจำนวน เพราะมี Leverage ช่วย
ทองคำแท่งได้รับยกเว้น VAT ตามกฎหมาย และกำไรจากการขายทองคำแท่ง/ทองรูปพรรณของบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจซื้อขายทองโดยตรง มักได้รับยกเว้นภาษีเงินได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากมีข้อสงสัยเฉพาะกรณี
ไม่มีคำตอบตายตัว นักลงทุนบางคนเลือกถือทองคำแท่งเพื่อรักษามูลค่าเงินระยะยาว และใช้เทรดทอง Forex แยกต่างหากสำหรับทำกำไรระยะสั้น ขึ้นอยู่กับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่รับได้ของแต่ละคน